
ขู่จอมืดดันทีวีดาวเทียม
อาร์เอสเก็บเงินลาลีกาส.ค.นี้แกรมมี่ชี้16ก.พ.จ่าย8ช่องฮิต
อาร์เอสเก็บเงินลาลีกาส.ค.นี้แกรมมี่ชี้16ก.พ.จ่าย8ช่องฮิต
ทีวีดาวเทียมหาช่องเพิ่มรายได้ยุบยิบ อาร์เอสเก็บรายเดือนช่องลาลีกาเข้าฤดูกาลที่ 2 ไม่จ่ายจอมืด และขึ้นค่าโฆษณาเท่าตัว แกรมมี่ฯ เก็บค่าดู 8 ช่องฮิต
หลังค่ายทีวีดาวเทียมลงทุนซื้อลิขสิทธิ์การแข่งขันฟุตบอลรายการที่คนไทยนิยมมาดึงให้คนดูต้องซื้อกล่องรับสัญญาณ เช่น อาร์เอส ใช้ฟุตบอลโลกมาขายกล่องซันบล็อก จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ใช้ฟุตบอลยูโรมาช่วยขายกล่องจีเอ็มเอ็ม แซท (GMM Z) สร้างผู้ดูตามที่เคลมกันว่าหลายแสนกล่อง ล่าสุดค่ายทีวีดาวเทียมได้หาช่องทางเพิ่มรายได้
นายสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เอส เปิดเผยว่า แผนดำเนินธุรกิจปีนี้จะหันมารุกธุรกิจมีเดียมากขึ้น โดยเดือน มี.ค.นี้จะเปิดตัวช่องซัน ชาแนล หลังเปลี่ยนชื่อจากช่องอาร์เอส สปอร์ต ลาลีกา สเปน เพื่อเป็นช่องกึ่งฟรีทีวีและกึ่งเพย์ทีวี เนื่องจากในเดือน ส.ค.นี้ จะเข้าสู่การแข่งขันฟุตบอลลาลีกา สเปน ฤดูกาลที่ 2 ซึ่งจะมีเงื่อนไขให้ผู้ใช้บริการที่ต้องการชมการถ่ายทอดสดฟุตบอลลาลีกา สเปน เสียค่าสมาชิกเดือนละ 100 บาท
“ผู้ชมที่ไม่จ่ายค่าสมาชิกรายเดือน ก็จะไม่สามารถรับชมการถ่ายทอดสดฟุตบอลลาลีกา สเปน ได้ในช่วงที่มีการแข่งขัน นั่นก็หมายถึงช่วงเวลาดังกล่าวจะเป็นจอดำ แต่ช่วงรายการอื่นๆ ก็ยังสามารถรับชมได้ตามปกติ” นายสุรชัย กล่าว
บริษัทคาดว่าในช่วงฤดูกาลที่ 2 ของฟุตบอลลาลีกา สเปน น่าจะมียอดขายกล่องซันบล็อกอยู่ที่ 5 แสนกล่อง จากปัจจุบันมียอดขายอยู่ที่ 3 แสนกล่อง ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ว่าจะมียอดขายในสิ้นปี 2555 ที่ 5 แสนกล่อง เนื่องจากการแข่งขันในธุรกิจแซทเทิลไลท์ทีวีค่อนข้างรุนแรง และเน้นแข่งกันลดราคากล่องรับสัญญาณ ซึ่งบริษัทไม่สามารถลงไปเล่นได้ จึงทำให้ยอดขายพลาดเป้า
อย่างไรก็ตาม จากที่บริษัทมีช่องในแซทเทิลไลท์ทีวี 5 ช่อง ประกอบด้วย ช่องสบายดีทีวี, ช่อง 8, ยู ชาแนล, สตาร์แม็ก และซัน ชาแนล แต่ละช่องได้รับการตอบรับดี โดยเฉพาะช่องสบายดีทีวี และช่อง 8 ได้รับความนิยมอันดับ 1 ในไทย และสบายดีทีวีได้อันดับ 1 ในลาว จากผลตอบรับที่ดีบริษัทจึงปรับค่าโฆษณาขึ้น 100% ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้ค่าโฆษณาช่องสบายดีทีวีและช่อง 8 มีอัตราเฉลี่ย 7,0007,500 บาทต่อนาที สำหรับช่องสบายดีทีวี เพราะประเทศลาวสามารถรับชมรายการจากประเทศไทยได้ทันทีโดยไม่ต้องแปลภาษา
ขณะที่ก่อนหน้านี้ บริษัท จีเอ็มเอ็มแกรมมี่ ผู้ให้บริการกล่อง GMM Z ระบุว่า หลังวันที่ 16 ก.พ. จะเดินหน้าธุรกิจเปย์ทีวี โดยหากต้องการดู 8 ช่องที่ได้รับความนิยมมากจะต้องเสียค่าบริการแบบจ่ายล่วงหน้า (Prepaid Pay TV) สมาชิกซื้อบัตรเติมเงินได้จากร้านสะดวกซื้อ 2 แพ็กเกจ คือ เอนเตอร์เทนเมนต์ แพ็กเกจ 200 บาทต่อเดือน และสปอร์ต แพ็กเกจ 300 บาทต่อเดือน หรือถ้าต้องการชมทั้งสาระบันเทิงและกีฬาก็ซื้อคอมโบแพ็กเกจ 450 บาท
ขณะเดียวกันบริษัทยังได้เตรียมงบ 400 ล้านบาท ในการขยายธุรกิจ แบ่งเป็น การลงทุนในสินทรัพยที่ไม่มีตัวตน เช่น การซื้อลิขสิทธิ์ต่างๆ ทั้งละครและกีฬา 300 ล้านบาท และการลงทุนอุปกรณ์ สตูดิโอ และปรับปรุงเครื่องมือ 100 ล้านบาท
สำหรับเป้าหมายรายได้รวมของบริษัทในปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 4,000 ล้านบาท เติบโต 40% จากปีก่อน แบ่งเป็นรายได้ธุรกิจมีเดีย 48% ธุรกิจเพลง 21% ธุรกิจโชว์บิซ 20% และธุรกิจอื่นๆ 11% ซึ่งการเติบโตดังกล่าวถือว่าสูงสุดในรอบ 30 ปีที่ดำเนินธุรกิจ ส่วนเรื่องของการเข้าประมูลใบอนุญาติทีวีดิจิตอลนั้น ขณะนี้ขอศึกษาเงื่อนไขและความชัดเจนของ กสทช.ก่อน จึงจะตัดสินใจเข้าร่วมการประมูล







