posttoday
รุมอัดFTAไทย-อียูดันราคายาพุ่ง

รุมอัดFTAไทย-อียูดันราคายาพุ่ง

29 มกราคม 2556

สส.-สว.รุมอัดเอฟทีเอไทย-อียู จวกเอื้อขยายสิทธิบัตรทำค่ายาพุ่ง บุหรี่-เหล้าราคาฮวบ "บุญทรง" น้อมรับไปยกร่างเจรจาก่อนเสนอสภาพิจารณาอีกรอบ

สส.-สว.รุมอัดเอฟทีเอไทย-อียู จวกเอื้อขยายสิทธิบัตรทำค่ายาพุ่ง บุหรี่-เหล้าราคาฮวบ "บุญทรง" น้อมรับไปยกร่างเจรจาก่อนเสนอสภาพิจารณาอีกรอบ

เมื่อวันที่ 29 ม.ค. ที่ประชุมร่วมรัฐสภา มีนายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา ในฐานะรองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณากรอบการเจรจาความตกลงการค้าเสรีระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป (อียู)  ที่ ครม.เป็นผู้เสนอ โดยสาระสำคัญของการจัดทำกรอบเพื่อป้องกันไม่ให้ไทยสูญเสียขีดความสามารถการแข่งขันต่อประเทศที่มีเอฟทีเอกับยุโรป อาจทำให้สินค้าไทยไม่สามารถแข่งขันได้รวมถึงการย้ายฐานการลงทุนไปยังประเทศอื่นที่มีเอฟทีเอกับยุโรป

นอกจากนี้ การทำเอฟทีเอยังทำให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยี สร้างโอกาสให้ไทยเป็นศูนย์กลางการค้าการลงทุนของสหภาพยุโรปในประเทศอาเซียน รวมทั้งยังช่วยลดผลกระทบจากการตัดสิทธิจีเอสพี  ที่คาดว่าไทยจะถูกตัดสิทธิทั้งหมดตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2558 ซึ่งส่งผลต่อความสามารถในแข่งขันได้

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า กรอบการเจรจาเอฟทีเอ ครั้งนี้มีความไม่สมบูรณ์ สาเหตุที่ทำให้ต้องเจรจากรอบเอฟทีเอ เนื่องจากไทยจะถูกตัดสิทธิ์ สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี)  ดังนั้นจึงต้องนำการเจรจาเอฟทีเอมาชดเชย อย่างไรก็ตามการเจรจาเอฟทีเอกับอียู จะส่งผลกระทบต่อสิทธิบัตรยาจากเดิมที่ยามีสิทธิบัตรประมาณ 20 ปี อาจจะทำให้ต้องขยายสิทธิบัตรออกไปอีก 7-8 ปี  ซึ่งจะส่งผลกระทบให้คนไทยต้องจ่ายเงินค่ายาแพงขึ้น แทนที่จะได้ค่ายาถูกลงหลังจากยาบางตัวหมดสิทธิบัตร  เช่น ยาละลายลิ่มเลือดที่ขายเม็ดละ 140 บาท หลังหมดสิทธิบัตรจะลดเหลือเม็ดละ 2 บาท

ส่วนที่ระบุว่าไทยจะเสียเปรียบหากไม่ทำเอฟทีเอ โดยระบุว่ามูลค่าการส่งออก 2.97 แสนล้านบาท แต่ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลธนาคารไทยพาณิชย์ ระบุว่ามูลค่าที่เสียไปหลังถูกตัดสิทธิจีเอสพี อยู่ที่ 79,420 ล้านบาท  นอกจากนี้ในส่วนของการเจรจาเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาที่ให้คุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา “สอดคล้อง”กับการคุ้มครอง ตามความตกลงขององค์การการค้าโลก (WTO)ซึ่งเป็นเรื่องที่อันตราย แต่ควรเปลี่ยนเป็นคำว่า“ไม่เกินไปกว่า” เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศไทยอย่างสูงสุด

ด้านนายประสาร มฤคพิทักษ์ สว.สรรหา อภิปรายว่า การทำเอฟทีเอ น่าจะเป็นการเปิดเสรีกับเขาแต่เราบรรลัย เพราะจะทำให้เหล้า บุหรี่ หรือสินค้าบาปทั้งหลายถูกลง ซึ่งคณะทำงานรับฟังความคิดเห็นของภาคประชาชนที่ไปรับฟังความคิดเห็นมาแล้วกว่า 60 ครั้งทั่วประเทศทุกเวทีเสนอตรงกันว่า ให้ตัดเหล้า บุหรี่ ออกจากบัญชีสินค้าที่จะไปเจรจา เพราะมีการพิสูจน์แล้วว่าทั้งเหล้า บุหรี่เป็นอันตรายต่อประชาชน มีการเสียชีวิตปีละหลายหมื่นคน หากไม่ตัดออกจะทำให้ราคาเหล้าและบุหรี่ ถูกลง ทำให้การเข้าถึงได้ง่ายและทำให้การรณรงค์ที่ผ่านมาต้องเสียเปล่า 

ขณะที่นายเกียรติ สิทธีอมร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า รู้สึกผิดหวังกับกรอบการเจรจาที่นำมาเสนอเพราะมีรายละเอียดไม่ครบ ไม่ว่าจะเป็นเงื่อนไขการทำเอฟทีเอ ที่จะต้องมีผลผูกพัน กับการลงนามข้อตกลงว่าด้วยหุ้นส่วนและความร่วมมืออย่างรอบด้าน (พีซีเอ) แต่กลับไม่มีเรื่องนี้บรรจุอยู่ในรายงานที่นำเสนอ ทั้งๆที่เป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้นจะให้ความเห็นชอบได้อย่างไร

นอกจากนี้ยังมีเรื่องที่จะมีผลต่อการเจรจาเอฟทีเอ ไม่ว่าจะเป็นการยอมรับอำนาจของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ การจำกัดอาวุธทำลายล้างสูง รัฐบาลต้องระบุให้ชัดว่าจะเดินหน้าเรื่องนี้อย่างไร อีกทั้งยังไม่มีการนำเสนอข้อมูล ผลการศึกษาเบื้องต้นซึ่งทราบว่ามีการทำเสร็จแล้ว แต่กลับไม่นำเสนอ  ซึ่งไม่ทราบว่าเป็นเรื่องของความบกพร่องหรือต้องการปกปิด ดังนั้นจึงอยากให้ถอนเรื่องนี้ไปก่อน แล้วเตรียมมาให้พร้อมแล้วค่อยเสนอเข้ามาใหม่

นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ ชี้แจงว่า เป็นความจำเป็นที่ประเทศไทยจะต้องอยู่ในวงการค้าในลักษณะอย่างนี้ต่อไป จึงต้องมีการเจรจากรอบการค้า ทั้งนี้รัฐบาลยืนยันว่าจะไม่ทำให้ประเทศชาติเสียหาย ซึ่งข้อสังเกตต่างๆ จะนำส่งให้กับหัวหน้าคณะผู้เจรจา เพื่อไปทำการยกร่างและนำเข้าสู่รัฐสภาอีกครั้ง เพื่อให้พิจารณาก่อนนำไปลงนามต่อไป

หลังที่ประชุมใช้เวลาพิจารณานานกว่า 3 ชั่วโมง ในที่สุดที่ประชุมมีมติเห็นชอบด้วยเสียง 347 เสียง จากนั้นประธานสั่งปิดการประชุมในเวลา 18.40 น. พร้อมกับนัดประชุมร่วมกันของรัฐสภาในวันที่ 5 ก.พ.เวลา 09.30 น.

ก่อนหน้านี้ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา ได้มีมติเห็นชอบเรื่องที่ครม.เสนออีก2 เรื่องคือ 1.ร่างความตกลงระหว่างรัฐบาลไทยกับสำนักเลขาธิการอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) เกี่ยวกับการประชุมสมัยสามัญภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ผ่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES)ครั้งที่ 16 และการประชุมคณะกรรมาธิการบริหาร ครั้งที่ 63 และ64 กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย วันที่2-14มี.ค.2556   และ2.กรอบการเจรจาการจัดทำข้อตกลงเป็นหุ้นส่วนด้วยความสมัครใจในการบังคับใช้กฎหมายป่าไม้ ธรรมาภิบาล และการค้า (FLEGT)ระหว่างประเทศไทยกับสหภาพยุโรป (EU)

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท