posttoday
รีดภาษีทะลัก

รีดภาษีทะลัก

01 เมษายน 2553

 

พุ่ง9ล้านรายสรรพากรพบยื่นทางเน็ตสูงสุด70%

โพสต์ทูเดย์ — สรรพากรแจงคนแห่เสียภาษีโค้งสุดท้ายแน่นขนัดทะลุ 9 ล้านคน ยันตรวจเข้มหวั่นมิจฉาชีพแฝงตัว

นายวินัย วิทวัสการเวช อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า การยื่นแบบชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของรายได้ปี 2552 ที่สิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค. 2553 มีผู้มายื่นแบบจำนวนกว่า 9 ล้านราย ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่ได้วางไว้ ขณะนี้รอประมวลผลที่ชัดเจนอีกครั้งหนึ่งก่อนจะมีการรายงานอย่างเป็นทางการ

นายวินัย กล่าวว่า การขอตรวจคืนภาษีให้กับผู้เสียภาษีเป็นการดำเนินการปกติ ในรายที่มีประวัติดีก็จะผ่านการตรวจสอบรวดเร็ว แต่ในบางรายกรมสรรพากรต้องตรวจให้แน่ใจ เพราะที่ผ่านมามีกลุ่มมิจฉาชีพที่ทุจริตเรื่องการขอคืนภาษี โดยการนำชื่อบุคคลอื่นมาขอคืนภาษีเป็นจำนวนมาก เป็นการทำความเสียหายให้กับทั้งรัฐ และผู้เสียภาษีที่ถูกนำชื่อมาแอบอ้าง

ทั้งนี้ ยอดการยื่นแบบชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอย่างเป็นทางการของกรมสรรพากร จนถึงวันที่ 30 มี.ค. 2553 มีผู้มายื่นแบบจำนวน 8.6 ล้านราย เป็นการยื่นแบบทางอินเทอร์เน็ตจำนวน 5.8 ล้านราย หรือ 70% ของผู้ที่ยื่นแบบทั้งหมด ผู้ยื่นแบบกระดาษ 2.8 ล้านราย หรือ 30% ผู้ยื่นแบบทั้งหมดมีการขอคืนภาษี 1.7 ล้านราย หรือ 20% ของผู้ที่ยื่นแบบทั้งหมด

“ส่วนจำนวนเงินที่มีการขอคืนภาษีอยู่ระหว่างการประมวลผลจากระบบ เพราะยังมีบางรายที่ขอคืนภาษี แต่ยังไม่ได้รับคืน เนื่องจากเจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบหลักฐานเพิ่ม” อธิบดีกรมสรรพากร กล่าว

นายวินัย กล่าวว่า สำหรับยอดการบริจาคเงินให้พรรคการเมือง ซึ่งผู้เสียภาษีสามารถแสดงความจำนงบริจาคให้พรรคการเมืองได้ 100 บาท ยังไม่สามารถบอกได้ว่ามีการบริจาคให้พรรคการเมืองใดมากที่สุด หรือเป็นจำนวนเท่าไร และข้อมูลดังกล่าวต้องรายงานให้กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับทราบก่อน

ดังนั้น ตามข้อมูลการบริจาคภาษีให้พรรคการเมืองปี 2552 ซึ่งเป็นปีแรกที่ให้มีการบริจาคภาษีให้พรรคการเมือง โดยใช้ฐานผู้เสียภาษีปี 2551 พบว่ามีประชาชนผู้ประสงค์บริจาคจำนวน 66,364 ราย มีผู้บริจาคให้พรรคประชาธิปัตย์มากที่สุด จำนวน 57,124 ราย วงเงิน 5,976,800 บาท ตามมาด้วยพรรคเพื่อไทย 7,260 ราย วงเงิน 794,100 บาท พรรคชาติไทยพัฒนา 266 ราย วงเงิน 26,300 บาท พรรคภูมิใจไทย 100 ราย วงเงิน 9,900 บาทพรรคเพื่อแผ่นดิน 48 รายและ พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา 39 ราย วงเงิน 3,900 บาท เป็นต้น

ขณะที่ในช่วง 5 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2553 (ต.ค. 2552–ก.พ. 2553) รัฐบาลจัดเก็บรายได้สุทธิ 558,794 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 107,247 ล้านบาท หรือ 23.8% ในส่วนของกรมสรรพากรจัดเก็บได้รวม 383,099 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 44,407 ล้านบาท คิดเป็น 13.1%

ทั้งนี้ โดยภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่จัดเก็บในเดือน ก.พ. 2553 อยู่ที่ 16,625 ล้านบาท ต่ำกว่าเดือน ก.พ. 2552 ซึ่งเก็บได้ 16,923 ล้านบาท หรือลดลง 298 ล้านบาท ลดลง 1.8% แต่สูงกว่าประมาณการ 15,485 ล้านบาท หรือเกินเป้าหมาย 1,140 ล้านบาท ขยายตัว 7.4%

ขณะที่ภาษีที่จัดเก็บได้สูงกว่าประมาณการที่สำคัญคือ ภาษีมูลค่าเพิ่มจัดเก็บได้ถึง 39,053 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 7,105 ล้านบาท หรือขยายตัว 22.2% เป็นผลจากการบริโภคและการนำเข้าที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

สำหรับภาษีเงินได้นิติบุคคล เก็บได้ 14,170 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 244 ล้านบาท หรือ 1.8%

ทั้งนี้ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) อยู่ระหว่างการศึกษาปฏิรูปโครงสร้างภาษีทั้งระบบ และจะเสนอต่อนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ในเดือน เม.ย.นี้ โดยเสนอให้มีการลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ปัจจุบันจัดเก็บสูงสุดที่ 37% เหลือ 30% ขณะที่ภาษีเงินได้นิติบุคคลจาก 30% อาจลดลงเหลือ 25% เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ขณะที่ภาษีมูลค่าเพิ่มยังคงจัดเก็บในอัตรา 7% ตามเดิม

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท