
กลต.ตื่นแก้ขโมยหุ้น
ออกเกณฑ์คุมสาขาโบรกเกอร์ป้องกันมาร์เก็ตติงทำเกินคำสั่ง
ออกเกณฑ์คุมสาขาโบรกเกอร์ป้องกันมาร์เก็ตติงทำเกินคำสั่ง
ก.ล.ต.คุมสาขา ออกเกณฑ์กำกับ สั่งโบรกเกอร์คุมให้ดี ป้องกันปัญหาขโมยหุ้นของลูกค้าไปขาย บริการนอกเหนือคำสั่ง
นายวรพล โสคติยานุรักษ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ลงนามในหนังสือถึงบริษัทหลักทรัพย์ทุกแห่ง ผู้ได้รับใบอนุญาตเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ลงวันที่ 7 ม.ค. 2556 เรื่องแนวทางในการกำกับดูแลสาขาของบริษัทหลักทรัพย์
ในหนังสือระบุว่า ปัจจุบันบริษัทหลักทรัพย์มีการขยายจำนวนสาขามากขึ้น ทั้งในเขตกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ซึ่งที่ผ่านมาพบข้อร้องเรียนและพบความผิดเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของผู้แนะนำการลงทุน (มาร์เก็ตติง) ของสาขาจำนวนมาก เรื่องมาร์เก็ตติงยักยอกนำหลักทรัพย์ของลูกค้าไปขาย บริหารพอร์ตให้ลูกค้าหรือตัดสินใจซื้อขายหลักทรัพย์แทนลูกค้า และมาร์เก็ตติงใช้บัญชีซื้อขายของลูกค้าโดยพลการ
นอกจากนี้ สำนักงานตรวจสอบพบประเด็นข้อบกพร่องเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของสาขาเพิ่มมากขึ้น เช่น ไม่พบที่มาคำสั่งซื้อขายลูกค้า ซึ่งอาจมีข้อสงสัยว่ามาร์เก็ตติงอาจมีการซื้อขายแทนลูกค้า มาร์เก็ตติงจัดเก็บใบส่งคำสั่งซื้อขายของลูกค้าไว้ ซึ่งอาจเป็นช่องทางให้มาร์เก็ตติงปลอมแปลงหรือแก้ไขคำสั่งซื้อขายของลูกค้า เพื่อทำการซื้อขายแทนลูกค้า
มาร์เก็ตติงเก็บเอกสารสำคัญของลูกค้าไว้ เช่น สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของลูกค้า ซึ่งเป็นช่องทางนำเอกสารดังกล่าวไปใช้เพื่อยุ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกค้าได้ หรือมีการเปิดบัญชีให้แก่บุคคลอื่น (นอมินี) และมีการส่งคำสั่งซื้อขายที่ไม่เหมาะสมและการกระทำผิด พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ หรือฝ่าฝืนกฎหมายอื่น
“เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทหลักทรัพย์และตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้ามีการกำกับดูแลสาขาที่เพียงพอและมีประสิทธิภาพ และเพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นของผู้ลงทุน สำนักงานจึงได้ศึกษาแนวทางของต่างประเทศ ตลอดจนนำข้อคิดเห็นและข้อเสนอของผู้ประกอบการมาจัดทำแนวทางในการกำกับดูแลสาขา” นายวรพล กล่าว
ทั้งนี้ แนวทางกำกับได้แก่ การสุ่มฟังเทป การให้คำแนะนำของมาร์เก็ตติง สังเกตการรับคำสั่งซื้อขาย การจัดโปรแกรมอบรมเพื่อแก้ปัญหามีความรู้ไม่เพียงพอในการให้คำแนะนำสินค้าที่ยากและซับซ้อน เช่น DW
นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย กล่าวว่า ยังไม่ทราบเรื่องหนังสือฉบับนี้ แต่เข้าใจว่า ก.ล.ต.คงต้องการให้บริษัทหลักทรัพย์ตรวจสอบและดูแลสาขาให้รัดกุมมากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาสมาคมได้หารือกับชมรมตรวจสอบ (Compliance) เข้มงวดมากขึ้นอยู่แล้ว ปัจจุบันธุรกิจหลัก ทรัพย์มีสาขามาก กว่า 200 แห่ง







