posttoday
ผ่อนเกณฑ์ใช้แบงก์รัฐดันนโยบาย

ผ่อนเกณฑ์ใช้แบงก์รัฐดันนโยบาย

28 มกราคม 2556

คลังจ่อผ่อนกฎเหล็กธนาคารเฉพาะกิจ ดันปล่อยกู้สนองรัฐ

คลังจ่อผ่อนกฎเหล็กธนาคารเฉพาะกิจ ดันปล่อยกู้สนองรัฐ

นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยถึงแผนการปรับบทบาทและเพิ่มประสิทธิภาพสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ว่า ขณะนี้ได้ข้อสรุปแล้ว โดยมีสาระสำคัญ 3 ส่วน คือ การวางบทบาทธนาคารรัฐแต่ละแห่งให้มีความชัดเจน การปรับการกำกับดูแลธนาคารรัฐแต่ละแห่งมีความสอดคล้องกับการดำเนินการของธนาคารรัฐแห่งนั้น และการเพิ่มช่องทางให้มีการใช้ทรัพยากรร่วมกัน

ทั้งนี้ ในการกำหนดบทบาทของธนาคารรัฐแต่ละแห่ง ในกฎหมายจัดตั้งของธนาคารรัฐแต่ละแห่งมีความชัดเจนอยู่แล้ว คือเรื่องการเน้นปล่อยสินเชื่อให้กับฐานราก ทั้งบุคคลธรรมดาและผู้ประกอบการรายเล็กรายย่อยมากขึ้น เพื่อไม่ให้ไปแข่งขันกับธนาคารพาณิชย์

สำหรับการปรับการกำกับดูแลธนาคารรัฐ มีแนวทางว่ากระทรวงการคลังจะกำหนดตัวชี้วัดเพื่อให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เข้าไปตรวจสอบ ที่ผ่านมา ธปท.ได้ใช้เกณฑ์การตรวจสอบมาตรฐานเดียวกับธนาคารพาณิชย์ ทำให้ผลประกอบการของธนาคารรัฐหลายแห่งมีปัญหาเมื่อ ธปท.เข้าไปตรวจสอบ เนื่องจากแนวทางการทำงานของธนาคารรัฐไม่ได้หวังผลกำไรเหมือนธนาคารพาณิชย์ แต่เป็นการปล่อยกู้ลูกค้าที่มีความเสี่ยงและไม่มีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินเพื่อสนับสนุนนโยบายของรัฐ

“คลังจะปรับการกำกับดูแลตรวจสอบใหม่ โดยให้ ธปท.เป็นผู้ตรวจสอบให้เหมือนเดิม แต่จะมีการขอให้ใช้มาตรฐานที่คลังจะเป็นผู้กำหนดขึ้นเอง เช่น เงินกองทุนขั้นต่ำที่มาตรฐานกำหนดไว้ไม่ต่ำกว่า 8.5 เท่า ในส่วนของธนาคารรัฐก็อาจจะขอให้ต่ำกว่า 8.5 เท่าก็ได้ หรือการสำรองเงินสงสัยหนี้สูญอาจจะไม่ต้องสำรองทั้งหมด ให้สำรองเป็นบางส่วน ซึ่ง สศค.อยู่ระหว่างกำหนดตัวเลขที่ชัดเจน จะทำให้การดำเนินงานของธนาคารรัฐมีความคล่องตัวมากขึ้น” นายสมชัย กล่าว

นายสมชัย กล่าวว่า การผ่อนปรนการกำกับดูแลไม่ได้ ทำให้ธนาคารรัฐอ่อนแอ หรือมีปัญหาเกิดขึ้นในอนาคต แต่คิดว่าเมื่อธนาคารรัฐมีความคล่องตัวมากขึ้น จะทำให้การขยายสินเชื่อได้มากและมีรายได้เข้ามาเพิ่มขึ้น

สำหรับการใช้ทรัพยากรร่วมกัน ที่ผ่านมาธนาคารรัฐได้มีความร่วมมือเรื่องการใช้ตู้เอทีเอ็มร่วมกัน ในอนาคต สศค.ต้องการให้มีการช่วยเหลือด้านเงินทุนมากขึ้น โดยจะให้ธนาคารออมสินเป็นผู้ระดมทุนดอกเบี้ยต่ำปล่อยกู้ให้กับธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) หรือธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) ไปปล่อยกู้ต่อ เพราะที่ผ่านมาธนาคารรัฐดังกล่าวต้องไประดมเงินกู้ในตลาดในอัตราดอกเบี้ยสูง ก็ต้องไปปล่อยกู้ลูกค้าในอัตราที่ดอกเบี้ยสูง ทำให้ลูกค้าไม่ได้รับประโยชน์สูงสุด

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน