
แสนสิริลุยปักหมุดหัวเมืองรอง
รับตจว.รายได้ต่อหัวพุ่งพรวดผุด24คอนโดค่า3.5หมื่นล้าน
รับตจว.รายได้ต่อหัวพุ่งพรวดผุด24คอนโดค่า3.5หมื่นล้าน
แสนสิริ เตรียมผุดคอนโดจังหวัดหัวเมืองรอง พิษณุโลก อุบลฯ กาญจนบุรี รับกำลังซื้อสูง ลั่นปีนี้ลุย 24 โครงการใหม่มูลค่า 3.5 หมื่นล้าน
นายอุทัย อุทัยแสงสุข รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานพัฒนาธุรกิจและพัฒนาคอนโด มิเนียม บริษัท แสนสิริ เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนที่จะพัฒนาโครงการประเภทคอนโดมิเนียมในจังหวัดหัวเมืองรองอันดับ 3 มากขึ้น เช่น พิษณุโลก อุบลราชธานี สุราษฎร์ ธานี กาญจนบุรี มากขึ้น
จากก่อนหน้านี้ได้เข้าไปพัฒนาโครงการในจังหวัดหัวเมืองใหญ่และทยอยเข้าไปพัฒนาโครงการในหัวเมืองรองอันดับ 2 แล้ว
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาได้เข้าไปพัฒนาโครงการในหัวหิน พัทยา เชียงใหม่ และเขาใหญ่ ถือว่าเป็นจังหวัดหัวเมืองขนาดใหญ่อันดับ 1 ขณะที่หัวเมืองอันดับ 2 นั้น มีการซื้อที่ดินบ้างแล้ว และบางส่วนนั้นอยู่ระหว่างการเจรจาซื้อที่ดิน เช่น บางแสน ระยอง อุดรธานี นครราชสีมา สงขลา รวมทั้งเตรียมเข้าไปพัฒนาในหัวเมืองรองอันดับ 3 ต่อไป
“จากตัวเลขรายได้ประชากรเมื่อปี 2549 มีรายได้ต่อหัวเฉลี่ยอยู่ที่ 1.5 แสนบาทต่อปี และเมื่อปี 2554 มีรายได้เฉลี่ยอยู่ที่ 1.8 แสนบาทต่อปี ขณะที่ต่างจังหวัดมีรายได้ 5 หมื่นบาทต่อปี และเพิ่มขึ้นเป็น 8 หมื่นบาทต่อปี ซึ่งเชื่อว่าตลาดต่างจังหวัดจะมีรายได้ต่อหัวเทียบเท่ากับกรุงเทพฯ จะทำให้ตลาดคอนโดได้รับความนิยม” นายอุทัย กล่าว
ขณะเดียวกัน ในปีนี้บริษัทมีแผนเปิดโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ 24 โครงการ มูลค่า 3.5 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นกรุงเทพฯ 12 โครงการ มูลค่า 2.17 หมื่นล้านบาท และต่างจังหวัด 12 โครงการ มูลค่า 5,874 ล้านบาท โดยไตรมาสแรกจะเปิดทั้งหมด 16 โครงการ มูลค่า 2.47 หมื่นล้านบาท โดยจะใช้แบรนด์ดีคอนโด และเดอะเบส เพื่อรุกตลาดต่างจังหวัด
สำหรับปีนี้บริษัทตั้งเป้ายอดขายรวมในส่วนของคอนโดมิเนียมไว้ 3 หมื่นล้านบาท จากเป้าหมายยอดขายรวมของบริษัท 4.8 หมื่นล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากยอดขายคอนโดมิเนียมในปี 2555 ประมาณ 20%
นายอุทัย กล่าวว่า ภาพรวมของธุรกิจคอนโดมิเนียม ยังไม่เกิดภาวะล้นตลาด เนื่องจากพิจารณาจากการโอนของโครงการทั้งหมด รวมถึงยอดขายยังเป็นไปได้ดีและยังไม่น่าเป็นห่วง เหมือนกับที่หลายฝ่ายประเมินไว้
ขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศ ตัวเลขจีดีพีในปีนี้รัฐบาลตั้งเป้าว่าจะเติบโต 57% จากปีก่อนอยู่ที่ 35% จะเป็นตัวส่งเสริม รวมไปถึงการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่จะเกิดขึ้นในปี 2558
อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ผู้ซื้อยังต้องเผชิญกับต้นทุนการก่อสร้างที่เพิ่มสูงขึ้นหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นค่าแรงงานที่ขยับขึ้น ราคาวัสดุ ค่าก่อสร้างและค่าที่ดิน ส่งผลให้ต้นทุนการก่อสร้างของบริษัทปีนี้ปรับขึ้นเฉลี่ย 10%







