
เอไลฟ์จับกลุ่มไฮเอนด์โต100%
ปีนี้ตั้งเป้าเบี้ยเพิ่ม2.5พันล.พึ่งที่ปรึกษาการเงินทำยอด
ปีนี้ตั้งเป้าเบี้ยเพิ่ม2.5พันล.พึ่งที่ปรึกษาการเงินทำยอด
เอไลฟ์คึกรับตั้งเป้ากวาดเบี้ยเพิ่ม 2,500 ล้าน เจาะกลุ่มลูกค้าไฮเอนด์ กระเป๋าหนัก
นายเชาว์พันธุ์ พันธุ์ทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอ๊ดวานซ์ ไลฟ์ ประกันชีวิต หรือเอไลฟ์ เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทตั้งเป้าทำเบี้ยรับรวมให้ได้ 2,500 ล้านบาท หรือเติบโตเพิ่มขึ้น 100% เมื่อเทียบกับปี 2555 ที่มีเบี้ยรับรวมอยู่ที่ 1,248 ล้านบาท
สำหรับกลยุทธ์ในปีนี้จะเน้นการพัฒนาช่องทางการให้บริการ ผลิตภัณฑ์ ผลตอบแทน เจาะกลุ่มไลฟ์สไตล์หรือรูปการใช้ชีวิตให้ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากขึ้น รวมถึงกลุ่มลูกค้าไฮเอนด์ ระดับบีบวกขึ้นไป ในทุกสาขาอาชีพ ด้วยการออกผลิตภัณฑ์เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางเศรษฐกิจภายในประเทศที่จะขยายตัวไม่น้อยกว่า 45% อีกทั้งแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในช่วงขาลงหรือคงที่ จะส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ ที่บริษัทมีความเข้าใจและชำนาญ ที่เน้นการออมและคุ้มครอง ขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ยังคงมุ่งเน้นช่องทางการขายผ่านที่ปรึกษาทางการเงินเป็นหลัก ให้มีประสิทธิภาพในการให้บริการยิ่งขึ้น โดยเตรียมวางระบบการพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของทีมที่ปรึกษาทางการเงิน (Wealth Assistant) ให้มีความรู้ความเชี่ยวชาญทางด้านการเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ด้วยการฝึกอบรมและสอบใบอนุญาต ทั้งด้านประกันและ single license เพื่อสามารถนำเสนอขายกองทุนรวมต่างๆ เนื่องจากปัจจุบัน เอไลฟ์ ได้รับใบอนุญาต หรือ ไลเซ่นส์ LBDU จาก กลต.ด้วย อีกทั้งบริษัทมีการพัฒนากลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ที่โดนใจและโดดเด่น ทำให้ที่ผ่านมาฐานลูกค้าผ่าน เอ ไลฟ์ แพลน ก้าวเติบโตมากขึ้นในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา อีกทั้งในปีนี้บริษัทจะมีการเพิ่มสัดส่วนของทีมเทเลมาร์เก็ตติ้งเป็น 300 คน และทีมที่ปรึกษาทางการเงินอีก 40 คน เพื่อเตรียมพร้อมรองรับการแข่งขันที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอีกด้วย
ทั้งนี้ ในปีที่ผ่านมาบริษัทมีเบี้ยรับรวมทั้งสิ้น 1,248 ล้านบาท เติบโตถึง 52% เมื่อเทียบกับปี 2554 ที่มียอดเบี้ยรับรวมที 820 ล้านบาท ขณะที่เบี้ยรับใหม่ปีแรกเติบโตสูงถึง 806 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 132% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาที่ 347 ล้านบาท โดยเบี้ยรับรวมของบริษัทเติบโตมากกว่าทั้งอุตสาหกรรมที่เติบโตเพียง 18% อีกทั้งผลการดำเนินงานด้านกำไรเติบโตต่อเนื่องทุกไตรมาส
“จากผลการดำเนินงานที่โดดเด่นในปีที่ผ่านมาเป็นผลมาจากการที่เอไลฟ์มีการสร้างนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ตรงจุด มีความเข้าใจกลุ่มลูกค้าเป็นอย่างดีในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่โดนใจ อีกทั้งผลตอบแทนที่นำเสนอยังอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมในตลาด รวมถึงการมีทีมที่ปรึกษาด้านการวางแผนการเงินที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด” นายเชาว์พันธุ์ กล่าว
“ในปีที่ผ่านมาเรามีเบี้ยประกันเฉลี่ยต่อกรมธรรม์อยู่ที่ 6 แสนบาท เมื่อเทียบกับปี 2554 อยู่ที่ 4.5 แสนบาทต่อกรมธรรม์ สะท้อนให้เห็นว่าลูกค้ามีการวางแผนออมเงินผ่านประกันชีวิตและเป็นที่นิยมของคนออมมากขึ้น นอกจากการฝากเงินตามสถาบันการเงินทั่วไป เนื่องจากการออมเงินผ่านประกันชีวิต นอกจากจะได้รับความคุ้มครองแล้ว ผลตอบแทนที่ได้รับยังอยู่ในระดับสูง และผลตอบแทนไม่ต้องเสียภาษี” นายเชาว์พันธุ์ กล่าว







