
ไอซีทีปฏิวัติใหญ่เครือข่ายข้อมูลรัฐ
ไอซีทีปฏิวัติใหญ่เครือข่ายภาครัฐ ผุดศูนย์ข้อมูลกลางเชื่อมโยงทุกกระทรวง หวังลดต้นทุน 3,000 ล้านบาทต่อปี
ไอซีทีปฏิวัติใหญ่เครือข่ายภาครัฐ ผุดศูนย์ข้อมูลกลางเชื่อมโยงทุกกระทรวง หวังลดต้นทุน 3,000 ล้านบาทต่อปี
น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า สำนักรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ผลักดันโครงการบูรณาการศูนย์ข้อมูลภาครัฐ โดยจะรวมฐานข้อมูลทั้งหมดไว้ที่จุดเดียว คือ www.data.go.th ซึ่งจะพัฒนาฐานข้อมูลต่างๆ ของแต่ละกระทรวง และเปิดให้ทุกหน่วยงานสามารถนำไปต่อยอดเพื่อให้บริการประชาชนได้ คาดว่าจะเปิดตัวช่วงไตรมาส 2 ของปี
ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวเพื่อต้องการลดการลงทุนซ้ำซ้อนด้านไอทีของหน่วยงานภาครัฐทั้งด้านฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ รวมถึงบุคลากรไอที ตั้งเป้าว่าในปีแรกจะช่วยประหยัดงบประมาณได้ 2,000-3,000 ล้านบาท จากเดิมที่บริการอิเล็กทรอนิกส์ใช้งบลงทุนรวมกัประมาณ 2 แสนล้านบาท
นอกจากนี้ จะยกระดับเครือข่าย เชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐ (Government Information Network) สู่ ซุเปอร์จิน ในรูปแบบการขยายเครือข่ายศูนย์ข้อมูลให้กระจายครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อสามารถให้บริการอีเซอร์วิสสกับประชาชนได้มีศักยภาพมากขึ้น รวมถึงการเปลี่ยนระบบภาครัฐเข้าสู่การประมวลผลขนาดใหญ่ (Government Cloud) หลังจากได้นำร่องนำระบบคลาวด์มาใช้เมื่อปี 2555 ซึ่งยังถือว่าเป็นเรื่องค่อนข้างใหม่สำหรับหน่วยงานรัฐ โดยมีบริการที่เข้าสู่คลาวด์เพียง 140 ระบบเท่านั้น
นอกจากนี้ จะให้ความสำคัญกับเรื่องความปลอดภัยในการใช้งานเชื่อมต่อระบบอิเล็กทรอนิกส์ให้มีความมั่นคงเพิ่มมากขึ้น ซึ่งในเรื่องนี้จะดำเนินการแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ภายในประเทศ ที่จะร่วมมือกับคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในการกำกับดูแลการใช้งานให้เหมาะสม และ ความร่วมมือระหว่าง10 ประเทศอาเซียน ภายใต้กรอบของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ไอทียู) โดยมีประเทศสิงคโปร์เป็นเจ้าภาพ
น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า ไอซีทียังอยู่ระหว่างการผลักกันโครงการความร่วมมือด้านไอซีทีในระดับอาเซียน (Information Super Highway) หรือการแลกเปลี่ยนบริการระหว่างกัน โดยภาคการศึกษา (อี-เอ็ดดูเคชั่น) จะเห็นเป็นรูปธรรมได้เร็วที่สุด เนื่องจากปัจจุบันประเทศสิงคโปร์มีความพร้อมในเรื่องนี้อยู่แล้ว ดังนั้น แต่ละประเทศสามารถนำมาปรับหรือแปลภาษาประจำชาติ เพื่อให้บริการได้ทันที
สำหรับความร่วมมือในภาคไอซีทีครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มความหลากหลายด้านเนื้อหาและบริการได้มากขึ้น รวมทั้งลดการลงทุนในส่วนของการพัฒนาบริการต่างๆ จากเดิมที่แต่ละประเทศต่างลงทุนและพัฒนาเอง ซึ่งหลังจากความร่วมมือนี้ จะทำให้ไทยได้รับองค์ความรู้จากประเทศที่มีความเชี่ยวชาญและแข็งแรงมากกว่า มาช่วยพัฒนาบริการของไทยให้ดีมากขึ้นด้วย







