posttoday
อัดรัฐต้นเหตุค่าครองชีพพุ่ง

อัดรัฐต้นเหตุค่าครองชีพพุ่ง

23 มกราคม 2556

ส.อ.ท.สับรัฐบาลต้นเหตุค่าครองชีพพุ่ง ชี้ต่อให้เพิ่มค่าแรง 300 ก็ไร้ประโยชน์ ยันต้องช่วยส่วนต่างค่าแรงเพื่อให้เอสเอ็มอีอยู่รอด

ส.อ.ท.สับรัฐบาลต้นเหตุค่าครองชีพพุ่ง ชี้ต่อให้เพิ่มค่าแรง 300 ก็ไร้ประโยชน์ ยันต้องช่วยส่วนต่างค่าแรงเพื่อให้เอสเอ็มอีอยู่รอด 

เมื่อวันที่ 23 ม.ค. ที่ประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.)แรงงาน สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายนิทัศน์ ศรีนนท์ สส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย เป็นประธาน มีวาระพิจารณาเรื่อง มาตรการช่วยเหลือเยียวยาสถานประกอบการและกลุ่มผู้ใช้แรงงานซึ่งได้รับผลกระทบจากการขึ้นค่าแรง 300บาท โดยได้เชิญตัวแทนผู้ประกอบการอุตสาหกรรมและธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมมาชี้แจง

นายมานะผล ภู่สมบูรณ์  ประธานคณะกรรมการบริหาร สถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต (เอสเอ็มไอ) และ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า การปรับค่าแรง300บาทนอกจากทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นแล้วยังไม่ได้ช่วยให้ศักยภาพของแรงงานเพิ่มขึ้นตามแต่อย่างใดโดยเฉพาะภาคต่างจังหวัดที่ต้องแบกรับภาระมากกว่ากทม.และปริมณฑลเพราะในต่างจังหวัดหาบุคลากรที่มีความสามารถได้ยาก ถึงมีก็ต้องจ้างในราคาสูงซึ่งเอสเอ็มอีไม่มีศักยภาพในการจ้าง ทำให้ขาดการพัฒนาในองค์รวม

“ต้นทุนเพิ่มขึ้นศักยภาพของแรงงานไม่ได้เพิ่มขึ้น หมายความว่า เราปรับแต่ค่าแรง ส่งผลต่อความสามารถในการขายทันทีเนื่องจากไม่อาจขายสินค้าในราคาเดิมได้ จำเป็นต้องขายในราคาสูงปรากฎว่าก็ขายไม่ได้ ถ้าใครแบกรับไม่ไหวก็ต้องหยุดการผลิตหรือไปรับซื้อสินค้ามาขายต่อแทน ผู้ผลิตที่ผลิตและขายตลาดในประเทศประสบปัญหามากที่สุด ขาดแคลนแรงงาน ซึ่งสืบเนื่องมาจากการเคลื่อนย้ายแรงงานตั้งแต่ปี 2554 ที่ปรับขึ้นค่าแรง 300 บาทในบางจังหวัดนำร่อง เพราะคนงานจำนวนมากได้ย้ายไปทำงานในจังหวัดที่ได้รับค่าแรงสูง” นายมานะผล กล่าว   

รองประธานส.อ.ท. กล่าวอีกว่า มาตรการเยียวยาที่จะช่วยได้จริง คือ การให้รัฐเข้ามาช่วยเหลือในเรื่องส่วนต่างของค่าแรงระหว่างอัตราเก่าและอัตราใหม่เป็นลำดับตั้งแต่75%แล้วค่อยลดลงเหลือ25%เพื่อชะลอการขึ้นค่าแรงและให้ผู้ประกอบการได้ปรับตัว แต่รัฐบาลไม่ตอบรับ ทั้งที่จะช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้ดีที่สุด แม้ว่ารัฐบาลจะมีมาตรการอื่นๆออกมาก็จริงแต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้มาก

“การขึ้นค่าแรงจะไม่มีประโยชน์เลยถ้าค่าครองชีพยังสูงขึ้น โดยสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการประกาศของรัฐบาลเองทำให้ค่าครองชีพเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับ กลับกันหากรัฐบาลไม่ได้ประกาศแบบนั้นและให้เอกชนไปดำเนินการเองตามหลักดีมานด์ซับพลายเชื่อว่าปัญหาแบบนี้จะไม่เกิดขึ้น ดังนั้น การแก้ปัญหาในตอนนี้รัฐบาลควรต้องทำตลาดสำหรับผู้มีรายได้น้อยให้สามารถซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคได้ในราคาที่ถูกกว่าตลาดทั่วไป เหมือนในสาธารณรัฐประชาชนจีนแต่รัฐบาลก็ยังไม่ดำเนินการ”นายมานะผล กล่าว

นางเพ็ญทิพย์ พรจะเด็ด นายกสมาคมส่งเสริมผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (เอทีเอสเอ็มอี) กล่าวว่า สถานการณ์เวลานี้เหมือนกับน้ำท่วมทั่วประเทศแต่ความเสียหายต่างกัน กล่าวคือ ค่าแรง 300 บาทเท่ากันก็จริงแต่ภาคต่างจังหวัดต้องแบกภาระมากขึ้นโดยเฉพาะการขนส่ง อยากถามว่ารัฐบาลจะช่วยเหลืออย่างไร เอสเอ็มอีต้องการเดินไปอย่างมั่นคงไม่มีใครอยากล่มสลายใน1ปีถ้ายังไม่ได้รับการแก้ไขเอเอ็มอีจะล้มหายตายจากมากกว่านี้

“รัฐบาลต้องกลับมาทบทวนและพิจารณาข้อเสนอของผู้ประกอบการในเรื่องการตั้งกองทุนชดเชยค่าแรง และการเปิดโอกาสให้เอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำเพื่อเสริมสภาพคล่อง เพราะการขึ้นค่าแรงแบบก้าวกระโดดไม่เป็นไปตามกลไกทางเศรษฐกิจ” นางเพ็ญทิพย์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท