
ทีดีเอ็มเอเผยต้องปรับปรุงพรบ.คุ้มครองข้อมูลฯ ช่วยผู้ประกอบการรายเล็ก
สมาคมนักการตลาดแบบตรงไทย เผยต้องปรับปรุงพรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ก่อนปลิดชีพผู้ประกอบการรายเล็ก เหตุต้องลงทุนเพิ่มอีก 5 – 10% ปฏิบัติผิดพลาดต้องเข้าคุก เสียค่าปรับ
สมาคมนักการตลาดแบบตรงไทย เผยต้องปรับปรุงพรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ก่อนปลิดชีพผู้ประกอบการรายเล็ก เหตุต้องลงทุนเพิ่มอีก 5 – 10% ปฏิบัติผิดพลาดต้องเข้าคุก เสียค่าปรับ
นายทรงพล ชัญมาตรกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีวี ไดเร็ค ในฐานะที่ปรึกษา สมาคมนักการตลาดแบบตรงแบบไทย หรือ ทีดีเอ็มเอ เปิดเผยว่า ในขณะนี้ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล อยู่ในระหว่างการร่างและแต่งตั้งคณะกรรมมาธิการขึ้นมาเพื่อพิจารณา และนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อลงมติ จากนั้นจึงนำไปทำประชาพิจารณ์ และประกาศใช้ แต่พรบ.ดังกล่าวยังมีปัญหาที่ต้องพิจารณา อาทิ ข้อกำหนดในกฎหมายไม่มีความชัดเจนแน่นอนในตัวเอง เช่น มาตรา 16, มาตรา 20, มาตรา 29, มาตรา 36
การให้ความยินยอมเป็นหนังสือ ข้อเสนอ ให้ใช้หลักการ “opt-out” เพื่อให้ได้รับการยินยอมที่ชอบด้วยกฎหมาย, กำหนดระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล มาตรา 24(4) ขัดแย้งกับ มาตรา 31, ข้อมูลส่วนบุคคลต้องห้าม มาตรา 23, การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลไปนอกราชอาณาจักร มาตรา 29 และบทลงโทษ
ทั้งนี้ สมาคมฯ เห็นว่าหากไม่มีการแก้กฎหมายจะส่งผลร้ายต่อผู้ประกอบการขนาดเล็กที่มีความเสี่ยงต่อการกระทำผิดโดยมิได้ตั้งใจอาจจะต้องเลิกกิจการ หรือไม่ได้วางระบบอย่างรัดกุมเพียงพอ ซึ่งจะต้องลงทุนในแง่เอกสาร การวางระบบซอฟต์แวร์ และการซื้ออุปกรณ์ฮาร์ดแวร์เพื่อเก็บข้อมูล ซึ่งผู้ประกอบการรายเล็กจะต้องเพิ่มงบการดำเนินการตลาดอีกราว 5 – 10%
“ปัญหาอยู่ตรงที่กฎหมายที่ไม่มีความชัดเจน ผู้ประกอบการที่มีข้อมูลลูกค้าซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญรั่วไหลออกไป หรือลูกค้าเกิดความไม่พอใจและหันมาฟ้องร้องบริษัท ผู้ประกอบการรายดังกล่าวจะต้องถูกปรับและเข้าคุก อันเนื่องมาจากความไม่ชัดของข้อกฎหมาย อีกนัยหนึ่งบริษัทที่ประกอบการมานาน มีลูกค้าเป็นจำนวนมาก ทั้งลูกค้าเก่า และลูกค้าใหม่ หากจะต้องส่งจดหมายของความยินยอมให้จะเกิดความยุ่งยากและไม่สะดวกต่อการดำเนินธุรกิจ” นายทรงพล กล่าวเพิ่มเติม
สำหรับผู้ประกอบการรายใหญ่หากจะต้องดำเนินการกฎหมายใหม่จะต้องเพิ่มงบลงทุนในการดำเนินงานเพียง 2 – 3% เท่านั้น โดยเฉพาะบริษัทที่ดำเนินธุรกิจทางด้านบัตรเครดิต หรือผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์จะไม่ประสบปัญหาดังกล่าวเพราะมีการลงทุนในการจัดการระบบข้อมูลลูกค้าดีอยู่แล้ว และให้ลูกค้าเซ็นยืนยันว่ายอมรับข้อมูลเกี่ยวกับโปรโมชั่นจากผู้ให้บริการไว้เรียบร้อยแล้ว แต่บริษัทเล็กที่ไม่ดำเนินการตั้งแต่ต้นจะประสบกับปัญหาดังกล่าวอย่างมาก
ส่วนทางออกของการหลีกเลี่ยงกับกฎหมายที่ไม่ชัดเจนในปัจจุบัน ผู้ประกอบการส่วนหนึ่งจึงหันไปทำการตลาดผ่านสื่อหรือโฆษณาทางโทรทัศน์ และดึงดูดให้กลุ่มเป้าหมายสนใจ แล้วโทรกลับมาหาที่เบอร์คอลเซ็นเตอร์ ซึ่งในกรณีที่ลูกค้าโทรหาผู้ประกอบการเองนั้นถือว่าไม่ผิดกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ทางด้านปัญหาการเมืองที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา บริษัทพบว่าไม่ได้ส่งผลกระทบต่อยอดขายของการขายแบบตรง







