
เตือนBJCแรงแซงพื้นฐาน
โบรกฯยันราคาแพงแนะขายพี/อีสูงลิ่วยิ่งกว่ากลุ่มค้าปลีก
โบรกฯยันราคาแพงแนะขายพี/อีสูงลิ่วยิ่งกว่ากลุ่มค้าปลีก
จุดพลุหุ้นเบอร์ลี่ฯ เล่นข่าวเจริญชนะโบรกเกอร์ ยันราคาแพงเกินไป พี/อีสูงถึงกว่า 30 เท่า แนะนำขาย
นักลงทุนแห่เข้าเก็งกำไรหุ้นบริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (BJC) วันที่ 22 ม.ค. หลังมีข่าวว่าบริษัทของนายเจริญ สิริวัฒนภักดี คว้าชัยชนะในการประมูลซื้อหุ้นเฟรเซอร์ แอนด์ นีฟ (เอฟแอนด์เอ็น) ส่งผลให้ราคาหุ้น BJC ขึ้นไปสูงสุดถึง 72 บาท ก่อนย่อมาปิดที่ 69 บาท บวก 0.50 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขายมากกว่า 2,285.57 ล้านบาท
ขณะที่หุ้นตัวอื่นๆ ในกลุ่มนายเจริญ เช่น หุ้นยูนิ เวนเจอร์ (UV) ปรับตัวลงแรง 1.50 บาท หรือ 9.04% ปิดที่ 15.10 บาท ตามภาวะตลาดโดยรวม
ทั้งนี้ นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันราคาหุ้น BJC ปรับตัวขึ้นมาถึง 19% สูงกว่าการขึ้นของดัชนีหุ้นไทยที่ปรับตัวขึ้นเพียง 3.49%
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทรีนีตี้ ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ข่าวบริษัท ทีซีซี แอสเสท และบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ ของนายเจริญ ปิดการซื้อกิจการเอฟแอนด์เอ็นของสิงคโปร์ได้สำเร็จ และส่งผลบวกต่อการลงทุนในหุ้นเครือโดยเฉพาะ BJC ซึ่งคาดว่าจะได้ประโยชน์มากสุดในการต่อยอดธุรกิจหลังจากธุรกรรมครั้งนี้สำเร็จ เนื่องจาก BJC อาจได้คำสั่งซื้อจากเอฟแอนด์เอ็นในการผลิตขวดและกระป๋องเครื่องดื่มทั้งแบบแอลกอฮอล์และไม่ใช่แอลกอฮอล์ ย่อมทำให้ยอดขายและกำไรของ BJC มีโอกาสเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
ล่าสุดจากการสอบถามไปที่บริษัท BJC พบว่าบริษัทยังไม่ได้พูดคุยเกี่ยวกับแผนเพิ่มกำลังผลิตเพื่อรองรับคำสั่งซื้อจากเอฟแอนด์เอ็นแต่อย่างใด คาดว่าในช่วงสั้นนี้ BJC ยังคงไม่สามารถรองรับคำสั่งซื้อใหม่ได้ เพราะแค่ผลิตให้ลูกค้ารายเดิม ก็มีอัตราใช้กำลังผลิตเฉลี่ยสูงถึง 86% แล้ว
ดังนั้น ในช่วงสั้นจึงแนะนำให้ชะลอการลงทุนในหุ้น BJC ไปก่อนจนกว่าจะได้รับข้อมูลที่แน่ชัด
นายอดิศักดิ์ ผู้พิพัฒน์หิรัญกุล นักกลยุทธ์การลงทุน ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ธนชาต ให้ความเห็นว่า หุ้น BJC นับว่าราคาขึ้นมามากแล้ว โดยมีสัดส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) สูงถึงกว่า 30 เท่า นักลงทุนเข้าซื้อหุ้นนี้ด้วยความคาดหวังว่านายเจริญจะใส่อะไรเข้าไปในบริษัท
บล.ธนชาต ยังคงคำแนะนำขายหุ้น BJC เนื่องมาจากราคาแพงที่สุดในกลุ่มค้าปลีกแม้ไม่ได้อยู่ในกลุ่ม ราคาหุ้นปัจจุบันสะท้อนแผนซื้อกิจการของบริษัทแล้ว การก้าวเข้าสู่ธุรกิจค้าปลีกในช่วงเริ่มต้นและจำเป็นจะต้องใช้เวลาในการพิสูจน์ว่าสำเร็จหรือไม่ อิงธุรกิจเดิมของ BJC ที่พี/อีกว่า 30 เท่า และคาดว่าจะมีอัตราเติบโตกำไรสุทธิ 25% ในปีนี้ต่ำกว่าค้าปลีกที่พี/อี 28 เท่า และกำไรต่อหุ้นเติบโต 30%
ด้านเว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์ ระบุว่า BJC มีพี/อี 46 เท่า สัดส่วนราคาต่อมูลค่าหุ้นทางบัญชี (พี/บีวี) 8.3 เท่า ส่วน UV พี/อี 176 เท่า พี/บีวี 16 เท่า







