posttoday
เปิดนโยบาย ธปท. รักษาสมดุลคู่เสถียรภาพ

เปิดนโยบาย ธปท. รักษาสมดุลคู่เสถียรภาพ

23 มกราคม 2556

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดแถลง “ทิศทางการดำเนินนโยบายของ ธปท.ในปี 2556” เมื่อวานนี้ โดยผู้ว่าการ ธปท. ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ขึ้นเวทีชี้แจงการดำเนินนโยบายอย่างเป็นรูปธรรมว่า ความท้าทายในการดำเนินงานของผู้ดูแลนโยบายเศรษฐกิจทั้งหลาย รวมถึง ธปท.ในปีนี้ อยู่ที่การรักษาสมดุลของนโยบายในด้านต่างๆ

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดแถลง “ทิศทางการดำเนินนโยบายของ ธปท.ในปี 2556” เมื่อวานนี้ โดยผู้ว่าการ ธปท. ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ขึ้นเวทีชี้แจงการดำเนินนโยบายอย่างเป็นรูปธรรมว่า ความท้าทายในการดำเนินงานของผู้ดูแลนโยบายเศรษฐกิจทั้งหลาย รวมถึง ธปท.ในปีนี้ อยู่ที่การรักษาสมดุลของนโยบายในด้านต่างๆ

ผู้ว่าการ ธปท. เปรียบเศรษฐกิจไทยเหมือนดังเรือที่กำลังลอยลำอยู่ท่ามกลางมรสุม ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจโลกที่อ่อนแอและมีความเสี่ยงสูง เศรษฐกิจในประเทศที่อยู่ในช่วงฟื้นตัวหลังเหตุการณ์มหาอุทกภัย และภาวะเงินทุนเคลื่อนย้ายที่มีความผันผวน ความท้าทายของผู้ดูแลนโยบายเศรษฐกิจจึงอยู่ที่จะประคับประคองเรือให้แล่นไปยังจุดหมายอย่างปลอดภัยได้อย่างไร

ในปีนี้ความท้าทายแรกจะอยู่ที่การรักษาสมดุลระหว่างการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการรักษาเสถียรภาพทางการเงิน เพราะหากต้องการให้เศรษฐกิจขยายตัวได้อย่างราบรื่นและต่อเนื่อง การกำหนดอัตราดอกเบี้ยนโยบายซึ่งเป็นต้นทุนในการกู้ยืมไว้ในระดับต่ำนานเกินไปอาจจูงใจให้ภาคเอกชนก่อหนี้สินมากเกินควร หรือกระตุ้นให้ผู้ฝากเงินหันไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่ามากขึ้น

นอกจากนี้ อาจนำไปสู่การสะสมความไม่สมดุลในระบบการเงินหรือภาวะฟองสบู่ได้ในอนาคต การดำเนินนโยบายการเงินในปัจจุบัน จึงต้องทำควบคู่กับการดูแลเสถียรภาพของระบบการเงินดังเช่นที่ผ่านมา ธปท.ได้พยายามให้ความสำคัญในการติดตามประเด็นการขยายตัวของสินเชื่อส่วนบุคคล และประเมินความสามารถในการชำระหนี้ของภาคครัวเรือนอย่างใกล้ชิดมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่มีรายได้ต่ำ

ความท้าทายที่สอง อยู่ที่การดูแลเงินทุนเคลื่อนย้ายที่มีความผันผวนขึ้น รวมทั้งติดตามและประเมินผลกระทบของค่าเงินบาท สถานการณ์ต่างๆ (Policy Options) โดยจะพิจารณาเลือกใช้ตามความเหมาะสม ที่สำคัญ คือ การวางโครงสร้างและเตรียมความพร้อมแก่ภาคเอกชน เช่น มาตรการรองรับความผันผวนของเงินทุนเคลื่อนย้าย โดยจะผ่อนคลายหลักเกณฑ์ด้านเงินทุนขาออกตามแผนแม่บทเงินทุนเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ธปท.ได้สนับสนุนให้คนไทยไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน และส่งเสริมการใช้เงินสกุลท้องถิ่นชำระค่าสินค้า โดยเริ่มจากการใช้เงินหยวนเป็นการนำร่อง รวมทั้งลดอุปสรรคในส่วนของระเบียบหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมความพร้อมในการก้าวเข้าสู่กลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) รวมถึงมีส่วนช่วยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเตรียมพร้อมรับมือกับอัตราแลกเปลี่ยนที่ผันผวนมากขึ้น หลังจากที่ธปท.ปล่อยให้ค่าเงินยืดหยุ่นและเป็นไปตามกลไกตลาดมากขึ้นในปีที่ผ่านมา

ด้านนโยบายสถาบันการเงิน ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าการเติบโตของระบบเศรษฐกิจกับพัฒนาการของระบบสถาบันการเงินเป็นสองสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นควบคู่กันไป แม้ระบบสถาบันการเงินไทยจะมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง และมีส่วนสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างดีมาโดยตลอดแต่ยังมีหลายจุดที่ต้องผลักดันต่อเนื่อง

ในแง่ของความทั่วถึงของการให้บริการทางการเงิน ธปท.จะหารือและร่วมมือกับส่วนงานที่เกี่ยวข้องในการขยายบทบาทให้ธนาคารพาณิชย์และบริษัทผู้ให้บริการทางการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร (นันแบงก์) ให้บริการไมโครไฟแนนซ์โดยใช้รูปแบบธุรกิจที่เหมาะสมกับลักษณะของความเสี่ยงและพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายให้มากขึ้น

ขณะเดียวกันในแง่ของความเข้มแข็งมั่นคงของสถาบันการเงิน ก็จำเป็นต้องเสริมสร้างเสถียรภาพของระบบสถาบันการเงินให้สามารถรองรับความเสี่ยงต่างๆ ได้ในทุกสถานการณ์ โดยดูแลให้สถาบันการเงินมีเงินกองทุนที่แข็งแกร่งและมีระบบการบริหารความเสี่ยงที่รัดกุม ซึ่งในปีนี้จะมีการกำหนดกรอบการให้ใบอนุญาตแก่แบงก์พาณิชย์ต่างประเทศที่สนใจจะเข้ามาดำเนินการในไทย ตามแผนพัฒนาระบบสถาบันการเงินระยะที่ 2 และจะมีการกำหนดกรอบเจรจาเพื่อเอื้อให้ธนาคารพาณิชย์ไทย สามารถขยายธุรกิจตามมาตรฐานคุณภาพธนาคารที่จะทำธุรกิจธนาคารภายใต้เออีซีได้

ภาวะนี้มองว่าเป็นโอกาสดี ที่ธนาคารพาณิชย์ไทยจะเร่งปรับตัวและเสริมสร้างจุดแข็งให้ชัดเจนขึ้น เพื่อรองรับการแข่งขันที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นในอนาคต ตลอดจนเพิ่มโอกาสให้รายที่มีศักยภาพสูงออกไปลงทุนในต่างประเทศเพิ่มเติม เพื่อขยายฐานธุรกิจและกระจายความเสี่ยง

ทั้งหมดนี้จึงนำมาสู่ความท้าทายของการรักษาสมดุลระหว่างการเพิ่มประสิทธิภาพของการให้บริการทางการเงิน ที่จะขยายขอบข่ายการให้บริการทางการเงิน เสถียรภาพของระบบสถาบันการเงิน ที่ต้องการรักษาไว้ซึ่งความเข้มแข็งมั่นคง และการคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน

ด้านนโยบายระบบการชำระเงิน ในปีนี้ ธปท.ตั้งเป้าที่จะขยายระบบ ICAS ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ให้การเรียกเก็บเช็คจาก 35 วัน เหลือเพียง 1 วันทำการ เพื่อสนับสนุนให้เงินหมุนเวียนในระบบเร็วขึ้น ต้นทุนลดลง และส่งเสริมให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจเป็นไปอย่างรวดเร็ว ปลอดภัยและน่าเชื่อถือ และจะส่งเสริมการใช้บริการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อทดแทนการใช้เงินสดให้มากขึ้น โดยแบงก์ชาติจะร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินหน้าผลักดันการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสนับสนุนบริการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ภายในประเทศ รวมถึงการยกระดับระบบการชำระเงินไทยให้เอื้อต่อการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยมากขึ้น อาทิ การบริหารจัดการความเสี่ยงจากการชำระดุลเงินตราต่างประเทศในเขตเวลาที่ต่างกัน และการกำหนดมาตรฐานการชำระเงินที่เป็นสากล เพื่อให้ระบบการชำระเงินสามารถเชื่อมโยงกันได้เป็นการเตรียมความพร้อมในการก้าวเข้าสู่เออีซี แต่ต้องดำเนินการควบคู่ไปกับการกำกับดูแลระบบการชำระเงิน และธุรกิจบริการการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ที่เหมาะสม

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน