
‘บสย.’ไม่หวั่นเจ๊งค้ำกองทุนตั้งตัวฯ
บสย. ไม่หวั่นค้ำประกันกองทุนตั้งตัวได้เสี่ยงเจ๊ง 50% เพราะรัฐอุ้มจ่ายเงินชดเชยเต็มเหนี่ยว
บสย. ไม่หวั่นค้ำประกันกองทุนตั้งตัวได้เสี่ยงเจ๊ง 50% เพราะรัฐอุ้มจ่ายเงินชดเชยเต็มเหนี่ยว
นายชวิศ ชัยกิตติศิลป์ ประธานกรรมการบริหารบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยว่า ในปี 2556 บสย.จะเดินหน้าค้ำประกันสินเชื่อในกองทุนตั้งตัวได้ตามนโยบายรัฐบาลประมาณ 3,000-5,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นการค้ำประกันที่มีความเสี่ยงพอสมควร เนื่องจากผู้กู้เป็นเด็กนักศึกษาที่มีประสบการณ์น้อย โอกาสพลาดในการทำธุรกิจมีมาก ภาครัฐจึงให้ผ่านศูนย์บ่มเพาะ รวมถึงดึงรุ่นพี่เข้ามาช่วย
ทั้งนี้ จากผลศึกษาของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) พบว่ากลุ่มนี้มีความเสี่ยงถึง 50%
อย่างไรก็ตาม หากกรณีที่ค้ำประกันแล้วเกิดหนี้เสียขึ้นรัฐบาลจะเป็นผู้รับภาระชดเชยให้ บสย.ทั้งหมด พร้อมกันนี้จะมีการลงนามโครงการกองทุนตั้งตัวได้ร่วมกับธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์), ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์), ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ในวันที่ 4 ก.พ.นี้ เพื่อให้ความช่วยเหลือนักศึกษาจบใหม่ไม่เกิน 5 ปี ให้สามารถประกอบธุรกิจได้ โดยมีเงื่อนไขการปล่อยกู้รายละไม่เกิน 2 ล้านบาท
นอกจากนี้ บสย.อยู่ระหว่างดำเนินการกองทุน Startup ซึ่งมีวงเงิน 1 หมื่นล้านบาท สำหรับให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการรายใหม่ ที่เริ่มดำเนินการไม่เกิน 3 ปี โดยมีเงื่อนไขปล่อยกู้ไม่เกินรายละ 2 ล้านบาท โดยในปีนี้ บสย.ตั้งเป้าค้ำประกันสินเชื่อผ่านสถาบันการเงินทั้งสองโครงการนี้ไม่ต่ำกว่า 3,000 ล้านบาท
นายสุรชัย ดนัยตั้งตระกูล ประธานกรรมการ บสย. เปิดเผยว่า ในปี 2556 บสย.มีเป้าหมายอนุมัติวงเงินค้ำประกันสินเชื่อในลักษณะ Portfolio Guarantee Scheme (PGS) ระยะที่ 5 มีระยะเวลา 3 ปี ตั้งแต่ปี 2556-2558 มีวงเงิน 2.4 แสนล้านบาท เน้นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากค่าแรง 300 บาท ผู้ประกอบการใหม่ในกองทุนตั้งตัวได้ 1 หมื่นล้านบาท การค้ำประกันสินเชื่อเพื่อเพิ่มผลิตภาพของเอสเอ็มอีแบงก์อีก 2 หมื่นล้านบาท โดยแบ่งเป้าหมายการค้ำประกันสินเชื่อในปี 2556 อยู่ที่ 8 หมื่นล้านบาท
สำหรับผลดำเนินงาน ณ สิ้นปี 2555 มียอดการอนุมัติสินเชื่อ 8.2 หมื่นล้านบาท สูงจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ 5 หมื่นล้านบาท โดยมีรายได้รวม 3,285 ล้านบาท มีกำไร 309 ล้านบาท และมีหนี้ภาระค้ำประกันหนี้ที่ไม่ก่อรายได้ 3.6 % ซึ่งในป 2556 ตั้งเป้าว่าจะลดให้เหลือระดับไม่เกิน 3.5 %







