posttoday
กระทรวงพลังงาน เล็งสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่ม 2 เเห่ง

กระทรวงพลังงาน เล็งสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่ม 2 เเห่ง

31 มีนาคม 2553

กระทรวงพลังงานเตรียมสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มอีก 2 แห่ง หากโรงไฟฟ้านิเคลียร์ไม่เกิด เพื่อรักษาระดับปริมาณสำรองไฟฟ้าที่ระดับ 15% ในปี 2563 พร้อมสั่งสนพ.ศึกษาการนำเข้าก๊าซแอลเอ็นจีเพิ่มเติม

กระทรวงพลังงานเตรียมสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มอีก 2 แห่ง หากโรงไฟฟ้านิเคลียร์ไม่เกิด เพื่อรักษาระดับปริมาณสำรองไฟฟ้าที่ระดับ 15% ในปี 2563 พร้อมสั่งสนพ.ศึกษาการนำเข้าก๊าซแอลเอ็นจีเพิ่มเติม

นายณอคุณ สิทธิพงศ์ รองปลัดกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการพิจารณาปรับปรุงแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2553-2573 (พีดีพี 2010) เปิดเผยว่า หากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ตามแผนพีดีพี จะมีการสร้างโรงไฟฟ้าพระนครใต้ หน่วยที่ 4 เข้ามาทดแทนในปี 2563 เพื่อให้มีปริมาณสำรองไฟฟ้าอยู่ที่ระดับ 15.4% และในปี 2564 จะมีโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ หน่วยที่ 2 ขึ้นมาอีก 1 แห่ง ซึ่งโรงไฟฟ้าทั้ง 2 แห่งจะมีกำลังการผลิตแห่งละ 800 เมกกะวัตต์ ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงในการผลิต เพื่อคงปริมาณสำรองให้อยู่ที่ระดับ 15%

ทั้งนี้ ได้สั่งการให้ทางสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ศึกษาการจัดหาก๊าซธรรมชาติ โดยจะพิจารณาว่าหากไม่มีโรงไฟฟ้านิเคลียร์จะต้องใช้ก๊าซธรรมชาติในปริมาณเท่าไหร่ และจะมีวิธีนำเข้าอย่างไร รวมทั้งต้นทุนค่าไฟที่จะเพิ่มขึ้น และกรณีที่มีโรงไฟฟ้านิเคลียร์จะเป็นอย่างไร ซึ่งจะรีบศึกษาและสรุปผลให้เสร็จก่อนสงกรานต์ เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป

นอกจากนี้ หากไม่มีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์อาจสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเพิ่มขึ้นอีกจากเดิมตามแผนที่มีจำนวน 9 แห่ง จะเพิ่มเป็น 13 แห่ง  เพื่อมาช่วยเฉลี่ยค่าไฟไม่ให้สูงจนเกินไป เพราะการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) มีราคาแพง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อค่าไฟฟ้าในอนาคตได้

ในปี 2563 ภายในแผนได้กำหนดให้มีปริมาณการสำรองไฟฟ้าที่ระดับ 15.6% ถ้าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไม่เกิดจะมีปริมาณสำรองไม่ถึง 15% จึงต้องมีการสร้างโรงไฟฟ้าอื่นๆ เข้ามาทดแทน” นายณอคุณ กล่าว

ด้านความคืบหน้าในการศึกษาการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนมิ.ย. 2553 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจพื้นที่ โดยจะใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 5-6 ปี และดำเนินการได้ภายใน 10 ปี ซึ่งการตัดสินใจว่าจะมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์หรือไม่คงต้องขึ้นอยู่กับรัฐบาล และน่าจะมีการตัดสินใจภายในปี 2554 เพื่อให้ทันต่อแผนที่วางไว้ว่าจะต้องมีแห่งแรกในปี 2563

สำหรับแผนการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ตามแผนพีดีพี 2010 มีแผนจะสร้างโรงไฟฟ้าทั้งหมด 5 แห่ง กำลังการผลิตแห่งละ 1,000 เมกกะวัตต์ โดยจะสร้างแห่งแรกได้ในปี 2563 แห่งที่ 2 ปี 2564 แห่งที่ 3 ปี 2567 แห่งที่ 4 ปี 2568 และแห่งสุดท้ายในปี 2571

นายณอคุณ กล่าวว่า กรณีก๊าซธรรมชาติจากพม่าหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติเป็นเวลา 10 วัน (23 มี.ค.-1 เม.ย.2553) ตามแผนหยุดซ่อมบำรุง ล่าสุดแหล่งก๊าซฯพม่าได้เดินเครื่องปกติแล้ว และสามารถเรียกก๊าซฯเข้าระบบได้ 4,317 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน มากกว่าแผนเดิม 120 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ทำให้ใช้น้ำมันเตาในการผลิตไฟฟ้าแทนในช่วงดังกล่าวเพียง 70-80 ล้านลิตร จากเดิมที่คาดว่าจะใช้ทั้งหมด 128 ล้านลิตร และใช้น้ำมันดีเซลเพียง 11 ล้านลิตรจากเดิมที่คาดว่าจะใช้ 16 ล้านลิตร ซึ่งจะกระทบต่อต้นทุนค่าเชื้อเพลิงน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้

นายธนากร พูลทวี รองผู้ว่าการเชื้อเพลิง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า หากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เกิดไม่ทันตามแผน ก็อาจจะต้องสร้างโรงไฟฟ้าใหม่เพิ่มขึ้นแทน ซึ่งในส่วนของ กฟผ.ก็สามารถที่จะขยายกำลังการผลิตโรงไฟฟ้าพระนครเหนือหน่วยที่2 และโรงไฟฟ้าพระนครใต้หน่วยที่4 เพิ่มขึ้นได้ แต่การขยายโรงไฟฟ้าใหม่ทั้ง 2 แห่งนี้เพิ่มก็จะมีกำลังผลิตรวมประมาณ 1.4-1.6 พันเมกะวัตต์เท่านั้น ซึ่งสุดท้ายก็หนีไม่พ้นที่จะต้องมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท