posttoday
ค่าเงินบาทผันผวนตามปัจจัยภายนอก

ค่าเงินบาทผันผวนตามปัจจัยภายนอก

21 มกราคม 2556

สัปดาห์นี้สายงานธุรกิจตลาดทุนธนาคารกสิกรไทยคาดว่า ค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบที่แข็งค่าขึ้นจากสัปดาห์ก่อน โดยคาดว่าจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 29.7029.90 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

สัปดาห์นี้สายงานธุรกิจตลาดทุนธนาคารกสิกรไทยคาดว่า ค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบที่แข็งค่าขึ้นจากสัปดาห์ก่อน โดยคาดว่าจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 29.7029.90 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

เรามองว่าเงินบาทมีทิศทางที่แข็งค่าขึ้นต่อเนื่องจากเงินทุนไหลเข้าของนักลงทุนต่างชาติมายังตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตร โดยปัจจัยดังกล่าวยังคงมีบทบาทต่อการแข็งค่าของเงินบาทในช่วงนี้ แต่การแข็งค่าของเงินบาทในสัปดาห์นี้ไม่น่าจะอยู่ในระดับที่มากนัก เนื่องจากผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกมากล่าวว่า อาจมีมาตรการบางอย่างเพื่อป้องกันไม่ให้ค่าเงินแข็งค่ามากเกินไป

นอกจากนี้ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ได้แสดงความกังวลว่าการที่ค่าเงินแข็งมากเกินไปจะเป็นการทำร้ายผู้ส่งออก

แม้ว่าเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ธนาคารโลกได้ประกาศลดประมาณการอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปี 2556 ลงมาที่ระดับ 2.4% จากเดิม 3.0% (คาดการณ์ปี2555 จะขยายตัวได้ 2.3%) เพราะมีแรงกดดันจากนโยบายรัดเข็มขัด อัตราการว่างงานที่ยังสูง และความเชื่อมั่นของธุรกิจที่ยังต่ำ

แต่ข่าวดีจากประเทศจีนที่รายงานตัวเลขจีดีพีปี 2555 ที่ 7.8% สูงกว่าคาดการณ์ที่ 7.7% โดยในไตรมาส 4 ปี 2555 ขยายตัวถึง 7.9% และข่าวดีจากฝั่งสหรัฐที่รายงานตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านในเดือน ธ.ค. เพิ่มมากสุดตั้งแต่เดือน มิ.ย. และตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกสำหรับสัปดาห์ที่ผ่านมาลดลงมากสุดในรอบ 5 ปี ได้ส่งผลให้ตลาดหุ้นในประเทศไทยและในภูมิภาคปิดทะยานขึ้นอย่างคึกคัก

ขณะที่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ธปท.ได้ประกาศอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของปี 2555 ที่ระดับ 3.0% ซึ่งใกล้เคียงกับประมาณการในครั้งก่อน และได้ปรับเพิ่มประมาณการจีดีพีในปี 2556 เพื่อให้สอดคล้องกับอุปสงค์ในประเทศที่แข็งแกร่ง ขณะที่คาดว่าในปีนี้เงินเฟ้อยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ นอกจากนี้ยังคาดว่าการส่งออกจะเติบโตถึง 8%

การประกาศดังกล่าวไม่ได้สร้างความแปลกใจนัก เพราะเป็นไปในทิศทางเดียวกับผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่ออกมาก่อนหน้านี้

อย่างไรก็ตาม เรายังมีความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจภายในประเทศ เพราะตัวเลขการบริโภคที่เพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งมาจากการกู้ยืมของภาคครัวเรือน ขณะที่ค่าแรงที่เพิ่มขึ้นนั้นไม่ได้เพิ่มขึ้นในสัดส่วนเดียวกับระดับรายได้ที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าเป็นการเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำทั่วประเทศก็ตาม

สัปดาห์ที่ผ่านมา ค่าเงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 30.26 และแกว่งอยู่ในกรอบ 29.7430.36 ค่าเงินบาทแกว่งตัวอยู่ในกรอบที่กว้างกว่าสัปดาห์ก่อน (30.2030.49) โดยปรับตัวแข็งค่าขึ้นมากจากการที่มีเงินทุนจากนักลงทุนต่างชาติไหลเข้ามาในตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตร ซึ่งตลาดเกิดใหม่อย่างประเทศไทยนั้นนักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจในการเก็งกำไรระยะสั้น เนื่องจากเศรษฐกิจไทยมีการขยายตัวในขณะที่ระดับเงินเฟ้อยังต่ำ และนักลงทุนยังรับความเสี่ยงได้มากขึ้นจากมุมมองที่มีต่อเศรษฐกิจโลกที่ปรับตัวดีขึ้น

นอกจากนี้ การที่ผู้ส่งออกเทขายเงินเหรียญสหรัฐส่งผลให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงไปอีกด้วย ณ วันศุกร์ เหรียญสหรัฐ/บาท อยู่ที่ระดับ 29.75 (เวลาประมาณ 18.00 น.)

ค่าเงินยูโร เปิดตลาดที่ระดับ 1.3339 ยูโร/เหรียญสหรัฐ โดยแกว่งอยู่ในกรอบ 1.32561.3403 ปิดอยู่ที่ระดับ 1.3363 ในวันศุกร์ (เวลาประมาณ 18.00 น.)

ค่าเงินเยน เปิดตลาดที่ระดับ 89.24 ค่าเงินเหรียญสหรัฐ/เยน แกว่งอยู่ในกรอบ 87.7790.18 แกว่งตัวในกรอบที่แคบกว่าสัปดาห์ก่อนเล็กน้อย (86.8189.44) เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ค่าเงินเยนยังคงอ่อนค่าต่อเนื่อง เพราะนายชินโสะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ได้ออกมาให้ข่าวอย่างต่อเนื่องเรื่องการประกาศใช้มาตรการทางการเงินและการคลังเชิงรุก ตลอดจนการกดดันเพื่อปรับอัตราเงินเฟ้อเป้าหมายที่ 2% จากเดิม 1% โดยเป้าหมายเงินเฟ้อดังกล่าวจะเป็นเป้าหมายในระยะกลางไม่ใช่ในระยะยาว โดยตลาดตอบสนองต่อการให้ข่าวของนายอาเบะอย่างมาก ส่งผลให้ค่าเงินเยนอ่อนค่าต่อเนื่อง และนักลงทุนเก็งกำไรจากการขายเยน จากการคาดการณ์ว่าจะมีประกาศนโยบายทางการเงินแบบผ่อนคลายมากขึ้น จากการประชุมนโยบายการเงินในวันที่ 2122 ม.ค. ณ วันศุกร์ เหรียญสหรัฐ/เยน อยู่ที่ระดับ 89.83 (เวลาประมาณ 18.00 น.)

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท