
ตลท.เตือนหุ้นร้อนเกิน
ประกาศหุ้นเข้าข่ายวางเงินสดอีก 11 บริษัท/ซิตี้กรุ๊ปมองหุ้นไทยสดใส 1,520 จุด
ประกาศหุ้นเข้าข่ายวางเงินสดอีก 11 บริษัท/ซิตี้กรุ๊ปมองหุ้นไทยสดใส 1,520 จุด
ดัชนีหุ้นยังร้อนแรงมูลค่าการซื้อขาย 6 หมื่นล้าน 2 สัปดาห์พุ่ง 71% จากทั้งปี 2555 ตลาดฯ ปรามและเพิ่มหุ้นที่ต้องวางเงินสดซื้อขาย
ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,434.44 จุด เพิ่มขึ้น 13.49 จุด หรือ 0.95% มูลค่าการซื้อขาย 60,332.89 ล้านบาท ดัชนีเคลื่อนไหวผันผวนในทิศทางขาขึ้นตลอดทั้งวันระหว่าง 1,427.35-1,437.02 จุด ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นตามทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศที่พุ่งขึ้นตอบรับข่าวดีที่เศรษฐกิจสหรัฐ จีนและญี่ปุ่น
นักลงทุนต่างชาติ นักลงทุนสถาบัน และพอร์ต บล. เป็นผู้ซื้อสุทธิ 1,482 ล้านบาท 909 ล้านบาท และ 830 ล้านบาท ตามลำดับ ในขณะที่นักลงทุนรายย่อยเทขาย 3,221 ล้านบาท
ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ที่ปรับตัวขึ้นร้อนแรงต่อเนื่องจากสิ้นปี 2555ที่ 1,392 จุด มาอยู่ที่ 1,434.44 จุดปัจจุบัน โดยมีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา 5.3 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2555 ที่มีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน 3.1 หมื่นล้านบาท ถึง 71% ได้สร้างความกังวลให้ตลาดหลักทรัพย์อย่างมากจนต้องออกมาเตือน
นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า การซื้อขายในหลายหลักทรัพย์มีความผันผวนในลักษณะการเก็งกำไรสูงมาก ที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อผู้ลงทุนหากราคาหุ้นมีการปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว หากหุ้นใดมีความผันผวนมากในลักษณะดังกล่าวที่อาจมีแนวโน้มทำให้การซื้อขายผิดปกติ ในเบื้องต้นจึงมีมาตรการให้สมาชิกดำเนินการให้ลูกค้าทุกรายที่ซื้อขายหุ้นดังกล่าว ต้องวางเงินสดทั้งจำนวนก่อนการซื้อขายหุ้นและไม่ให้ซื้อด้วยวิธีการกู้เงิน
เพียงช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา (2-17 ม.ค.ที่ผ่านมา มีหุ้นที่เข้าข่ายต้องวางเงินสด 14 บริษัท 15 ครั้ง) สะท้อนให้เห็นถึงสภาพการซื้อขายเก็งกำไรที่สูงมาก เทียบทั้งปี 2555 ที่มีหุ้นที่เข้าข่ายตามเกณฑ์ต้องวางเงินสดรวม 48 หลักทรัพย์ (80 ครั้ง) หรือเพิ่มขึ้น 67% จากปี 2554
นอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์ยังมีมาตรการที่เรียกว่า Trading Alert List เพื่อให้ผู้ลงทุนหรือผู้ถือหุ้นใช้ความระมัดระวังในการซื้อขายและมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการลงทุนมากขึ้น โดยขอให้บริษัทจดทะเบียนช่วยชี้แจงพัฒนาการใดๆ ที่สำคัญ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัท
ตลาดหลักทรัพย์จึงขอให้ผู้ลงทุนศึกษาและติดตามข้อมูลพื้นฐานและสารสนเทศที่สำคัญของบริษัทจดทะเบียนอย่างใกล้ชิดก่อนการซื้อขาย และควรใช้ความระมัดระวังในการซื้อขายหุ้นที่เข้าข่ายวางเงินสดและ Trading Alert List เนื่องจากสภาพการซื้อขายในหุ้นดังกล่าวอาจไม่สอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐานของบริษัท ทั้งนี้เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ่นกับผู้ลงทุนเอง
ทั้งนี้ เมื่อวันที่18 ม.ค.มีหุ้นจำนวน 11 บริษัท ที่ถูกประกาศให้ลูกค้าวางเงินสดล่วงหน้าเต็มจำนวนก่อนซื้อขายหุ้น จะซื้อมีผลตั้งแต่วันที่ 21 ม.ค. 2556-8 ก.พ. 2556 คือ บริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ (BEAUTY) บริษัทบางกอกแลนด์ (BLAND) ใบสำคัญแสดงสิทธิในการจองซื้อหุ้นสามัญ บริษัท บางกอกแลนด์ ครั้งที่ 3 (BLAND-W3) บริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ (BMCL) บริษัท คันทรี่ กรุ๊ป ดีเวลลอปเมนท์ (CGD) บริษัท จี เจ สตีล (GJS) บริษัท แผ่นดินทองพร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ (GOLD) บริษัท พีเออี (ประเทศไทย) หรือ PAE ใบสำคัญแสดงสิทธิในการจองซื้อหุ้นสามัญของบริษัท โซลูชั่น คอนเนอร์ (1998) ครั้งที่ 2 (SLC-W2) บริษัท ไทยพัฒนาโรงงานอุตสาหกรรม (TFD) บริษัท ไทยเยอรมัน โปรดักส์ (TGPRO) และบริษัท ทีดับบลิวแซด คอร์ปอเรชั่น (TWZ)
แหล่งข่าวจากผู้บริหารตลาดหลักทรัพย์ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบที่ผ่านมายังไม่พบความผิดปกติ และมีการซื้อขายที่เข้าข่ายปั่นหุ้นแต่อย่างใด แต่กังวลว่าจะมีการซื้อขายแบบจับเสือมือเปล่า ซึ่งในแต่ละวันอาจมีการเข้ามาซื้อขายหลายๆ รอบก็เกิดขึ้นได้
ด้านซิตี้กรุ๊ปให้ดัชนีเป้าหมายหุ้นไทยปีนี้ที่ 1,520 จุด คิดเป็นสัดส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) ปี 2556 ที่ 12.5-13 เท่า โดยการเติบโตมาจากการลงทุนภาคเอกชนและการลงทุนของภาครัฐ ที่ทำให้กลุ่มรับเหมาก่อสร้างได้ดีจากการลงทุนนี้ โดยการก่อสร้างของภาคเอกชนเพิ่มขึ้นจากภาคอุตสาหกรรมและการก่อสร้างที่อยู่อาศัย
สำหรับหุ้นที่แนะนำ คือการก่อสร้างที่เติบโต และให้น้ำหนักมากกว่าตลาดกลุ่มธนาคาร อสังหาริมทรัพย์ และวัสดุก่อสร้าง และเลือกซื้อหุ้นบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) ธนาคารกรุงไทย (KTB) บริษัท แอล.พี.เอ็น ดีเวลลอปเมนท์ (LPN) และบริษัท อมตะคอร์ปอเรชัน (AMATA) แนะขายหุ้นบริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป (TISCO) และโรบินสัน (ROBINS)







