
เสนอตั้งกองทุน-SPVลงทุนทวาย
คลังหารือ ก.ล.ต.เล็งตั้ง “กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน” ระดมเงินลงทุนทวาย
คลังหารือ ก.ล.ต.เล็งตั้ง “กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน” ระดมเงินลงทุนทวาย
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า กระทรวง การคลังจะหารือสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่อระดมเงินลงมาลงทุนโครงการท่าเรือน้ำลึกและนิคมอุตสาหกรรมทวาย
ทั้งนี้ คลังมีหน้าที่พิจารณารูปแบบการระดมแหล่งเงินลงทุนโครงการทวาย หากการจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานมีความเป็นไปได้ กองทุนนี้จะเป็นแหล่งระดมเงินและจัดสรรให้แก่บริษัทนิติบุคคลเฉพาะกิจ (SPV) แต่ละโครงการ เช่น ถนน ท่าเรือน้ำลึก นิคมอุตสาหกรรม และรถไฟความเร็วสูง เพื่อก่อสร้างโครงการ
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการร่วมระดับสูงระหว่างไทยเมียนมาร์ เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษทวาย และพื้นที่โครงการที่เกี่ยวข้อง (JHC) ระบุว่า ได้มอบหมายให้กระทรวงการกระทรวงการคลังว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาเพื่อกำหนดรูปแบบ SPV และการระดมขับเคลื่อนโครงการทวาย
นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า รูปแบบ SPV ที่จะเข้ามาเป็นคู่สัญญาใน Framework Agreement พัฒนาโครงการท่าเรือน้ำลึกทวายกับรัฐบาลเมียนมาร์ ยืนยันว่าจะมีบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ ถือหุ้นใน SPV ดังกล่าวแน่นอน และขอย้ำว่ารัฐบาลไม่มีความคิดที่จะไปแย่งสัญญาโครงการทวายจากเอกชน แต่มีหน้าที่สนับสนุน
“โครงการทวายมีความสำคัญอย่างมากต่อไทยและภูมิภาคนี้ เช่น การมีท่าเรือน้ำลึกทวาย ทำให้เราไม่ต้องเสียเวลาขนสินค้าอ้อมสิงคโปร์” นายกิตติรัตน์ย้ำ
นายกิตติรัตน์ กล่าวต่อไปว่า SPV นั้นมีทางเลือกหลายรูปแบบ เช่น เป็นบริษัทจำกัด เป็นบริษัทมหาชน ตั้งอยู่ในไทย เมียนมาร์ หรือประเทศที่สามก็ได้ และเปิดกว้างสำหรับนักลงทุนจากทุกประเทศ และขณะเดียวกัน มีการเสนอให้จัดตั้งในรูปแบบกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน แต่รูปแบบนี้มีข้อจำกัดในการระดมเงินทุน
สำหรับ โครงการลงทุนทวายจะได้ข้อสรุปปลายเดือน ก.พ.นี้ ส่วนวงเงินลงทุนคาดการณ์เบื้องต้นไว้ที่ 3.24 แสนล้านบาท







