posttoday
รื้อแผนใช้คลองเตย2พันไร่

รื้อแผนใช้คลองเตย2พันไร่

18 มกราคม 2556

จ้างศึกษาใหม่หลังเอกชนเมินหาช่องสร้างมูลค่าเชิงพาณิชย์

จ้างศึกษาใหม่หลังเอกชนเมินหาช่องสร้างมูลค่าเชิงพาณิชย์

“ประเสริฐ” สั่งท่าเรือทบทวนแผนการใช้ประโยชน์พื้นที่คลองเตยกว่า 2,000 ไร่ หลังเอกชนเมินร่วมพัฒนา

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้สั่งให้การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ทบทวนแผนพัฒนาพื้นที่ของท่าเรือบริเวณคลองเตยเนื้อที่ 2,353 ไร่ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งมีทั้งพื้นที่สำหรับให้บริการขนส่งสินค้า และพื้นที่เพื่อพัฒนาเชิงพาณิชย์

ปัจจุบัน กทท.อยู่ระหว่างศึกษาแผนการพัฒนาพื้นที่ ซึ่งจะใช้ระยะเวลาศึกษา 300 วัน คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือน ต.ค.พ.ย.นี้ ทั้งนี้ที่ผ่านมาเอกชนไม่ให้ความสนใจกับแผนพัฒนาที่ดินดังกล่าว

“ในอนาคตจะต้องพิจารณาว่าพื้นที่สำหรับให้บริการขนส่งสินค้าที่ท่าเรือกรุงเทพต้องปรับลดขนาดลงหรือไม่ และไปใช้ประโยชน์ท่าเรือแหลมฉบังให้มากขึ้น เพราะท่าเรือกรุงเทพรองรับปริมาณสินค้าที่ 1.3 ล้านทีอียู ขณะที่การพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์จะต้องสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ส่งเสริมการท่องเที่ยว และช่วยเหลือประชาชนด้วย” นายประเสริฐ กล่าว

ร.ต.วิโรจน์ จงชาณสิทโธ ผู้อำนวยการ กทท. กล่าวว่า แผนพัฒนาพื้นที่เดิมศึกษาไว้นานแล้วตั้งแต่ปี 2551 ปัจจุบันสถานการณ์เปลี่ยนไป และพบว่าหากพัฒนาตามรูปแบบเดิมอาจไม่มีผู้สนใจ กทท.จึงจ้างที่ปรึกษาเพื่อศึกษาและจัดทำแผนการพัฒนาพื้นที่ท่าเรือกรุงเทพใหม่ รวมทั้งจัดลำดับการพัฒนาพื้นที่ในแต่ละแปลงใหม่ด้วย

“ก่อนหน้านี้ กทท.มีแผนพัฒนาพื้นที่ติดกับสำนักงานใหญ่เนื้อที่ 17 ไร่ เป็นศูนย์พาณิชยนาวี แต่คณะอนุกรรมการพัฒนาสินทรัพย์เห็นว่าแผนดังกล่าว ตลาดมีคนสนใจน้อย โครงการอาจไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากบริเวณคลองเตยมีการสร้างออฟฟิศให้เช่ามากกว่าความต้องการของตลาด หากดำเนินโครงการไปแล้วไม่มีคนใช้ประโยชน์ ก็เท่ากับว่าเอาเงินไปจมหลายร้อยล้านบาท” ร.ต.วิโรจน์ กล่าว

ทั้งนี้ กลุ่มบริษัท โชติจินดา มูเชล คอนซัลแตนท์ และบริษัท Global Maritime And Port Services ได้รับการว่าจ้างจาก กทท. เดือน ธ.ค. 2555 ซึ่งการศึกษาเน้นศึกษาเชิงธุรกิจไม่ใช่เพื่อการก่อสร้าง โดยผลศึกษาทางธุรกิจ หากพบว่าไม่มีลูกค้า สร้างแล้วไม่คุ้มต้องชะลอหรือเปลี่ยนรูปแบบใหม่ และในช่วงการศึกษา 3 เดือนแรก ขอให้ศึกษาการใช้ประโยชน์พื้นที่บริเวณชุมชนแออัดพื้นที่ 123 ไร่ เพื่อพัฒนาเป็นที่พักอาศัยของชุมชนแนวสูง

แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงกรณีบริษัท ฮัทชิสัน แหลมฉบัง เทอร์มินัล ขอปรับแผนการจ่ายเงินให้กับ กทท. ว่ากระทรวงการคลังเห็นชอบให้ลดการจ่ายเงินตามสัญญาระหว่างปี 25552559 ได้ ทั้งนี้เป็นการช่วยเหลือบริษัทซึ่งเป็นผู้รับสัมปทานพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบังเกือบ 40% ของพื้นที่ทั้งหมด

ซึ่งเป็น หากต้องส่งเงินให้ตามสัญญา บริษัทอาจล้มละลายได้ ซึ่งตามพ.ร.บ.ร่วมทุน ม.22 อย่างไรก็ตาม หลังจากปี 2559 บริษัท ฮัทชิสันจะต้องจ่ายเงินปัจจุบันสุทธิ (NPV) เพิ่มให้กับกทท.เหมือนเป็นดอกเบี้ยตอบแทนเพิ่มเติมจากสัญญาประมาณ 10%

“เรื่องนี้ถือว่ารัฐได้ประโยชน์ ทางกระทรวงการคลังจึงต้องการช่วยเหลือเอกชน ซึ่งซึ่งได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจ

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี