posttoday
TUFฝ่าบาทแข็งฉลุย

TUFฝ่าบาทแข็งฉลุย

18 มกราคม 2556

ปรับตัวพร้อมรับแตะ29บาทเครดิตดีเล็งขายหุ้นกู้ลดต้นทุน

ปรับตัวพร้อมรับแตะ29บาทเครดิตดีเล็งขายหุ้นกู้ลดต้นทุน

TUF รับไหวบาทแตะ 29 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เพิ่มสัดส่วนค่าบาทคงที่เป็น 60% เล็งออกหุ้นกู้หลังฟิทช์เพิ่มอันดับ

นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยูเนียน โฟรเซ่น โปรดักส์ (TUF) เปิดเผยว่า บริษัทรับมือไหวกับค่าเงินบาทที่แข็งขึ้นไปแตะที่ 29 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เพราะบริษัทได้เพิ่มสัดส่วนค่าเงินบาทต่อเหรียญสหรัฐคงที่ เป็น 60% จากปกติเป็นอัตราคงที่กับอัตราลอยตัวอย่างละ 50% เท่ากัน เนื่องจากมองว่าค่าเงินบาทจะมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นหลังเห็นเม็ดเงินต่างชาติไหลเข้าต่อเนื่องตั้งแต่ปีก่อนจนถึงต้นปีนี้

นอกจากนี้ บริษัทยังมีสัดส่วนการนำเข้าของวัตถุดิบ เช่น ปลาทูน่า ซึ่งเหมือนเป็นการป้องกันความเสี่ยงโดยธรรมชาติอยู่แล้ว

“เงินบาทที่แข็งค่าขึ้นจนแตะ 29 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ไม่ใช่เรื่องใหม่ ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เคยเกิดขึ้นและบริษัทก็สามารถบริหารจัดการได้ ซึ่งเป็นเรื่องลำบากแต่ทุกคนต้องเจอเหมือนกัน แต่ใครจะรอด ฉะนั้นต้องมีวิธีการรับมือให้ดี ซึ่งเป็นความท้าทายการทำธุรกิจปีนี้มาก เพราะต้องเจอทั้งเรื่องค่าแรงและเงินบาทที่แข็งขึ้น ส่วนตัวคิดว่าค่าเงินบาทจะแข็งค่าไปอีกสักพักที่ 2930 บาท อีกสักพัก ก่อนจะเริ่มปรับเข้าสู่จุดสมดุล” นายธีรพงศ์ กล่าว

ประธานกรรมการบริหาร กล่าวต่อว่า บริษัทกำลังศึกษาว่าจะออกหุ้นกู้เพื่อนำไปขยายการลงทุนหรือไม่ หลังจากเพิ่งได้รับการเพิ่มอันดับเครดิตที่ดีขึ้นจากบริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) AA จากเดิม A+ เพราะจะทำให้บริษัทมีต้นทุนทางการเงินที่ถูกลง แต่ทั้งหมดนี้พิจารณาให้ดี เพราะบริษัทมีอัตราหนี้สินต่อทุน (ดี/อี) เพียง 0.75 เท่า จึงมีช่องทางในการกู้ธนาคารพาณิชย์ ได้อีกมาก

ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 25562558 บริษัทมีงบลงทุนปีละ 6,000 ล้านบาท จากงบลงทุนปกติเฉลี่ยอยู่ที่ 3,000 ล้านบาท เพื่อนำไปสร้างโรงงานใหม่ 3 แห่ง คือโรงงานผลิตกุ้งแช่แข็ง โรงงานผลิตปลาแซลมอน ซึ่งทั้งสองแห่งคาดว่า จะสร้างเสร็จในครึ่งหลังของปี 2557 และโรงงานผลิตอาหารสำเร็จรูปและเบเกอรี จะสร้างเสร็จปี 2558 โดยทั้งหมดจะเพิ่มกำลังการผลิตอีก 3050% รวมทั้งปรับปรุงสายการผลิตให้ทันสมัยและมีประสิทธิภาพขึ้นเพื่อ รองรับธุรกิจที่ขยายตัว รวมถึงการส่งออก

นอกจากนี้ ภายใน 3 ปีนี้จะขยายตลาดปลาทูน่าเพิ่มในเยอรมนี กลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย ยุโรปตะวันออก แอฟริกา และตะวันออกลาง จากปัจจุบันมี 5 ตลาดหลัก คือ อังกฤษ ฝรั่งเศส อิตาลี สาธารณรัฐไอร์แลนด์ และเนเธอร์แลนด์ พร้อมทั้งมองหาโอกาสรุกขยายธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็ง และอาหารสัตว์เลี้ยงในยุโรป จากปัจจุบันที่มีสินค้าปลาทูน่าและอาหารทะเลกระป๋อง

ขณะที่คาดว่ารายได้ 3 ปีนี้ จะเติบโตปีละ 1215% โดยปี 2556 จะมีรายได้ที่ 1.2 แสนล้านบาท หรือ 4,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และในปี 2558 จะเพิ่มเป็น 1.5 แสนล้านบาท หรือ 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และปี 2555 คาดว่ารายได้อยู่ที่ประมาณ 1.1 แสนล้านบาท พร้อมกันนั้น ปีนี้พยายามรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับเท่ากับปีก่อนที่ 17%

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท