
ฝีมือดีตามหนี้ราเกซได้แล้ว515ล้านบาท
เจ้าหน้าที่ไทยฝีมือดีตามทวงหนี้จาก ราเกซ สักเสนา ที่ซุกไว้ในต่างประเทศได้แล้ว 515 ล้านบาท จากวงเงินที่ถลุงจากแบงก์บีบีซีไป 5 หมื่นล้าน
เจ้าหน้าที่ไทยฝีมือดีตามทวงหนี้จาก ราเกซ สักเสนา ที่ซุกไว้ในต่างประเทศได้แล้ว 515 ล้านบาท จากวงเงินที่ถลุงจากแบงก์บีบีซีไป 5 หมื่นล้าน
นายวิศิษฎ์ วิศิษฎ์สรอรรถ อธิบดีกรมบังคับคดี แถลงว่า การติดตามทรัพย์สินในคดียักยอกทรัพย์ของธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ (บีบีซี) จากนายราเกซ สักเสนา อดีตที่ปรึกษาธนาคารบีบีซีที่ยักยอกเงินจากธนาคารกลับมาประเทศไทยเพื่อแบ่งให้กับเจ้าหนี้นั้น ล่าสุดกรมบังคับคดีร่วมกับสำนักงานอัยการสูงสุดและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ติดตามทรัพย์สินที่ถูกนำไปซุกซ่อนอยู่ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ได้คืนมาเพิ่มเติมอีก 100 ล้านบาทเศษ จากงวดแรกที่ติดตามทรัพย์สินคืนกลับมาได้แล้วกว่า 415 ล้านบาท
นอกจากนี้ สืบทราบมาว่ายังเหลือทรัพย์สินของนายราเกซ ที่ซุกซ่อนกระจายอยู่ในประเทศแถบยุโรปอีกนับ 100 ล้านบาท ที่จะต้องติดตามมามอบให้เจ้าหนี้ทั้งหมดต่อไป
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้กรมบังคับคดีได้ติดตามยึดทรัพย์ของนายราเกซกลับคืนจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ได้ทั้งหมด 415 ล้านบาท
ก่อนหน้านี้ ธปท.ได้ฟ้องศาลดำเนินคดีกับนายเกริกเกียรติ ชาลีจันทร์ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารบีบีซี และนายราเกซ ในข้อหาฉ้อโกงและยักยอก รวมทั้งสิ้น 17 คดี มูลค่ากว่า 5 หมื่นล้านบาท และมีคดีที่เกี่ยวข้องกับเงินตราต่างประเทศอีก 85 ล้านเหรียญสหรัฐ
ขณะที่เมื่อวันที่ 31 ก.ค. 2555 ศาลอาญากรุงเทพใต้ อ่านคำพิพากษาในคดีที่พนักงานอัยการพิเศษ ฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 3 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายราเกซ สักเสนา อดีตที่ปรึกษาธนาคารบีบีซี เป็นจำเลยในความผิด ตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กรณีเมื่อปี 2535 ได้ร่วมกับพวกอนุมัติสินเชื่อให้กับ บริษัท ซิตี้ เทรดดิ้ง คอร์ปอเรชั่น ซึ่งศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยกระทำผิดจริง ซึ่งการกระทำของจำเลยเป็นการบ่อนทำลายเศรษฐกิจ และก่อให้เกิดความเสียหายทางด้านการเงินของประเทศ จึงพิพากษาโทษ จำคุก 10 ปี ปรับ 1 ล้านบาท หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้กักขัง 2 ปี และให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายให้กับธนาคารบีบีซี เป็นจำนวนเงิน 1,132 ล้านบาท ขณะนี้นายราเกซได้ยื่นต่อศาลเพื่อขออุทธรณ์







