posttoday
กองทุนฯเล็งประกันภัยนาข้าวตลอดปีการผลิต 2556

กองทุนฯเล็งประกันภัยนาข้าวตลอดปีการผลิต 2556

17 มกราคม 2556

กองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ เคาะราคาเบี้ยประกัน 120 บาท สนองความต้องการภาคเกษตรกรรม ด้านเกษตรกรขานรับในการเพาะปลูกข้าวทั้งนาปีและ นาปรัง เพื่อลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติในการเพาะปลูก

กองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ เคาะราคาเบี้ยประกัน 120 บาท สนองความต้องการภาคเกษตรกรรม ด้านเกษตรกรขานรับในการเพาะปลูกข้าวทั้งนาปีและ นาปรัง เพื่อลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติในการเพาะปลูก

นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และกรรมการบริหารกองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ เปิดเผยว่า กองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติกำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการขยายการรับประกันภัยข้าวนาปีและนาปรังตลอดปีการผลิต 2556 จากปัจจุบันรับประกันภัยเฉพาะการเพาะปลูกข้าวนาปี เพื่อคุ้มครองผลผลิตข้าวที่จะออกมาตลอดปีตามความต้องการและคำเรียกร้องของเกษตรกรที่มีเข้ามาจำนวนมาก

การศึกษาดังกล่าวครอบคลุมถึงราคาเบี้ยประกัน วงเงินในการคุ้มครอง ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าราคาเบี้ยประกันภัยข้าวของแต่ละรอบจะยังคงอัตราเดิมคือ 120 บาทต่อไร่ เท่ากับเบี้ยประกันภัยในปีที่ผ่านมา โดยมีระดับความคุ้มครองเดียวกัน คือ ภัยธรรมชาติจะได้คุ้มครองที่ 1,111 บาทต่อไร่ และภัยศัตรูพืชและโรคระบาดรับความคุ้มครอง 555 บาทต่อไร่ตลอดระยะเวลาเอาประกันภัย

นายสมชัย กล่าวว่า  โครงการขยายการรับประกันภัยข้าวตลอดปีการผลิต 2556 มีความเป็นไปได้สูง ที่จะได้รับความเห็นชอบและอนุมัติจากรัฐบาล เนื่องจากเป็นประโยชน์แก่เกษตรกร ประกอบกับขณะนี้กองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ ได้รับการตอบรับจากบริษัทประกันวินาศภัยที่จะเข้าร่วมโครงการนี้ อย่างน้อย 2 แห่ง ได้แก่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) และบริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้รับประกันภัยพืชผลข้าวนาปี ปีการผลิต 2555 และคาดว่าจะมีบริษัทประกันวินาศภัยอีกหลายแห่งจะตอบรับเข้าร่วมโครงการเพิ่มมากขึ้น

นางวรนุช มหิพันธ์  หัวหน้ากลุ่มลูกค้า ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และเกษตรกรผู้ปลูกข้าวใน อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า เกษตรกรส่วนใหญ่ต้องการให้มีการรับประกันข้าวเพิ่มขึ้นทั้งนาปีและนาปรัง  เนื่องจากมีการเพาะปลูกเป็นจำนวนมากในหลายพื้นที่และมีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับความเสียหายจากภัยน้ำท่วมและภัยแล้งซึ่งเกิดขึ้นทุกปี

“ปัจจุบันตนมีพื้นที่เพาะปลูกข้าวทั้งสิ้น 250 ไร่  โดยมีพื้นที่ของตนเอง 70 ไร่ ที่เหลือเป็นการเช่าซึ่งได้ทำประกันภัย 136 ไร่ ในปี 2555 เพื่อคุ้มครองความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น อีกทั้งตนยังทำหน้าที่หัวหน้ากลุ่มลูกค้าของ ธ.ก.ส. เป็นตัวแทนเกษตรตำบล จึงได้ชักชวนเพื่อนเกษตรกรในกลุ่มเข้ามาทำประกันอีกหลายราย”นางวรนุช กล่าว

นางพิตรพิบูล ยอดชมญาณ สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลบางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยาและเกษตรกรผู้เพาะปลูกข้าว กล่าวว่า หากภาครัฐเพิ่มการรับประกันข้าวนาทุกช่วงปีการผลิต เชื่อว่าจะมีเกษตรกรเป็นจำนวนมากให้การตอบรับและเข้าร่วมทำประกันภัยฯ  เนื่องจากเกษตรกรได้รับประโยชน์โดยตรงซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจแก่เกษตรกรในการเพาะปลูก

“ขณะนี้มีนาข้าวทั้งหมด 140 ไร่ ทำประกันภัยไว้ 79 ไร่ สาเหตุที่ทำเพราะว่ามีเพื่อนที่ทำนาด้วยกันมาชักชวนและเห็นว่าเป็นประโยชน์จึงทำประกันไว้โดยเริ่มทำในปี 2555 แต่เมื่อปี 2554 ที่ไม่ทำเพราะยังไม่แน่ใจและยังไม่ทราบรายละเอียดของประกันที่ชัดเจน แต่หลังทำแล้วได้ผลประโยชน์ที่คุ้มค่ากว่า เป็นการสร้างความอุ่นใจได้ในระดับหนึ่ง เบี้ยประกันและสินไหมทดแทนที่ได้ก็สมน้ำสมเนื้อ”นางพิตรพิบูล กล่าว

ข่าวล่าสุด

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า