
โต้งหวั่นบาทแข็งเร็วกระทบส่งออก
"กิตติรัตน์" ยอมรับบาทแข็งค่าวันละ 20 สตางค์ ไม่ส่งผลดี แต่ยังยืนยันจะไม่แทรกแซงจนฝืนกลไก
"กิตติรัตน์" ยอมรับบาทแข็งค่าวันละ 20 สตางค์ ไม่ส่งผลดี แต่ยังยืนยันจะไม่แทรกแซงจนฝืนกลไก
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง กล่าวว่า การที่เงินบาทแข็งค่าเร็วตั้งแต่ช่วงต้นปี โดยแข็งค่าขึ้นวันละ 20 สตางค์ ไม่ส่งผลดี เพราะไม่สะท้อนความเศรษฐกิจที่แท้จริง แต่เป็นเพราะเงินทุนต่างชาติเข้ามาเก็งกำไรผ่านตลาดตราสารหนี้ ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านเศรษฐกิจต้องดูแลไม่ให้เงินบาทแข็งค่ารวดเร็วจนกระทบต่อการส่งออกของภาคเอกชน แต่รัฐบาลจะไม่แทรกแซงจนฝืนธรรมชาติของกลไกลตลาด โดยเน้นรักษาเสถียรภาพค่าเงินบาท ดูแลไม่ให้ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในทิศทางเดียว และไม่ให้เกิดความผันผวน เพื่อให้เอกชนปรับตัวได้
นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า การที่เงินบาทแข็งค่าขึ้นส่งผลดีต่อการนำเข้าพลังงานและอุปกรณ์เครื่องจักรให้มีต้นทุนต่ำลง โดยเฉพาะรัฐบาลกำลังจะมีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน นอกจากนี้ยังทำให้ประเทศไทยได้เปรียบด้านอัตราแลกเปลี่ยน และทำให้อัตราเงินเฟ้อต่ำลง ส่วนระยะยาวมองว่าประเทศไทยจะไม่เกินดุลบัญชีเดินสะพัดอย่างถาวร ซึ่งจะช่วยลดการกดดันจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าได้
ด้าน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า โดยหลักที่ไทยปฏิบัติ เราไม่ได้กำหนดค่าเงินเป็นเป้าหมาย แต่รัฐบาลต้องบริหารไม่ให้เกิดความผันผวน ทั้งนี้ ยอมรับว่าการส่งออกเวลานี้มีปัญหา เพราะตัวเลขต่ำกว่าเป้าหมาย และเริ่มมีการขาดดุล
“โดยพื้นฐานค่าเงินไม่ควรแข็งขึ้น ดังนั้น ต้องไปดูเหตุที่มาเป็นอย่างไร แต่ก็ไม่ควรไปส่งสัญญาณในทำนองที่ว่า จะไปกำหนดค่าเงินอยู่ที่ไหน การส่งออกจะมีปัญหามาก หลายเรื่องมีผลมาจากนโยบายของรัฐบาล”นายอภิสิทธิ์ กล่าว
ส่วนแนวทางที่จะทำให้ตระกร้าเงินเกิดความสมดุลควรทำอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก็ต้องดูแลเป็นหลัก ซึ่งอาจจะต้องไปปรึกษากับกระทรวงการคลังในแง่การออกมาตรการที่จะช่วยบริหารไม่ให้เกิดความผันผวนมากเกินไป







