posttoday
ฝรั่งลุยบอนด์แสนล.

ฝรั่งลุยบอนด์แสนล.

16 มกราคม 2556

ปี55ยอดถือสุทธิ7.1แสนล.ชี้ครึ่งปีหลังดอกเบี้ยจ่อขยับ

ปี55ยอดถือสุทธิ7.1แสนล.ชี้ครึ่งปีหลังดอกเบี้ยจ่อขยับ

สมาคมตราสารหนี้ไทยคาดปีนี้เงินต่างชาติไหลเข้าอีก 1 แสนล้าน ขณะที่ปี 2555 มียอดถือครองสุทธิ 7.1 แสนล้าน ครึ่งปีหลังมีสิทธิเห็นดอกเบี้ยขยับขึ้น

นายนิวัฒน์ กาญจนภูมินทร์ กรรมการผู้จัดการสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiMBA) เปิดเผยว่า ตลาดตราสารหนี้(บอนด์) ยังคงได้รับความสนใจเข้ามาลงทุนจากนักลงทุนต่างประเทศ ซึ่งคาดว่าในปี 2556 จะมีเม็ดเงินต่างชาติไหลเข้ามาลงทุนอีกประมาณ 1 แสนล้านบาท จากปี 2555 ยอดเงินทุนต่างชาติไหลเข้ามาลงทุนทั้งสิ้น 2.89 แสนล้านบาท ทำให้ยอดถือครองสุทธิของนักลงทุนต่างชาติ ณ สิ้นปีขึ้นมาอยู่ที่ 7.1 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 69% จากปี 2554 ซึ่งอยู่ที่ 4.2 แสนล้านบาท

“เงินทุนต่างชาติจะไหลเข้ามาในอัตราที่น้อยลงเมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนที่ได้รับผลจากการอัดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของทั้งสหรัฐและยุโรป แต่ปีนี้คาดว่าการดำเนินการต่างๆ จะผ่อนคลายลงเช่น คิวอี3 และ คิวอี4 แม้จะยังมีแต่เม็ดเงินอาจจะลดลง แต่ปัจจัยจากภายนอก เช่น ปัญหาหน้าผาการคลัง การขยายเพดานหนี้ของสหรัฐ รวมถึงปัญหายุโรปก็ยังคงต้องติดตามใกล้ชิด” นายนิวัฒน์ กล่าว

ทั้งนี้ แม้เงินต่างชาติจะไหลเข้ามามากแต่ก็ไม่น่ากังวลเพราะส่วนใหญ่จะเข้ามาลงทุนยาวประมาณ 70% และเป็นนักลงทุนประเภทกองทุนบำเหน็จบำนาญ ขณะที่ลงทุนสั้นเพียง 30% ซึ่งสะท้อนว่าต่างชาติมีความต้องการเข้ามาลงทุนจริง

นายบัณฑิต นิจถาวรประธานกรรมการ ThaiBMA กล่าวว่า การไหลเข้ามาของเงินทุนต่างชาติในภูมิภาคเอเชียรวมถึงไทยเป็นผลจากการดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐและยุโรปจะส่งผลให้ค่าเงินภูมิภาครวมถึงค่าบาทไทยแข็งค่าขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ทางการจะต้องบริหารจัดการว่าจะรับมือกันอย่างไรเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจของแต่ละประเทศรวมถึงการรับมือของภาคเอกชนด้วยเพราะค่าเงินบาทที่แข็งค่าจะกระทบต่อการส่งออก

นอกจากนี้ ในปี 2556 รัฐบาลจะต้องให้ความสำคัญกับการบริหารเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างมีเสถียรภาพไม่ใช่มุ่งเน้นการขยายตัวอย่างเดียว ขณะนี้มีแนวโน้มชัดเจนว่าในช่วงครึ่งปีหลังอัตราดอกเบี้ยจะขยับขึ้น เพราะอัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ตามต้นทุน ทั้งจากค่าแรง 300 บาท การลงทุนของภาครัฐในด้านต่างๆ ซึ่งล้วนแต่จะมีผลทำให้ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นและสุดท้ายจะส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น

“ถือเป็นความท้าทายมากและจะต้องบริหารจัดการอย่างสมดุลเพราะเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น หากไม่ใช้นโยบายการเงินด้วยการขึ้นดอกเบี้ยก็ทำให้ดอกเบี้ยแท้จริงติดลบ แต่หากขึ้นดอกเบี้ยในภาวะที่รัฐต้องกู้เพื่อลงทุนก็จะเป็นภาระ ขณะเดียวกันก็จะดึงเม็ดเงินทุนเข้ามาซึ่งถือทั้งหมดต้องใช้ศาสตร์และศิลป์ในการจัดการ” นายบัณฑิต กล่าว

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี