posttoday
อสังหาได้ยากระตุ้น โอนบ้าน5เดือนฉิว

อสังหาได้ยากระตุ้น โอนบ้าน5เดือนฉิว

31 มีนาคม 2553

 เผยบ้านใหม่ปี’52ทะลุ9หมื่นคาดโตได้อีกถึงสิ้นพ.ค.

 เผยบ้านใหม่ปี’52ทะลุ9หมื่นคาดโตได้อีกถึงสิ้นพ.ค.

โพสต์ทูเดย์ — อานิสงส์มาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ดันยอดจดทะเบียนโอนบ้าน ปี 2552 และ 5 เดือนแรกปี 2553 ขยายตัว

นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เปิดเผยว่า ผลของมาตรการกระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ใช้มาถึงวันที่ 28 มี.ค. 2553 และที่ขยายไปถึงวันที่ 31 พ.ค. 2553 ทำให้จำนวนที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จจดทะเบียน และบ้านที่โอนในปี 2552 และต้นปี 2553 มีจำนวนเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมที่ถือเป็นที่อยู่อาศัยที่มีการจดทะเบียนและโอนมากกว่าที่อยู่อาศัยประเภทอื่น และคาดว่าตลอด 5 เดือนแรกของปีนี้ทั้งบ้านจดทะเบียนและโอนจะมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นตามอายุของมาตรการที่ขยายออกไปถึงสิ้นเดือน พ.ค.

รายงานของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ระบุว่า ในปี 2552 มีบ้านสร้างเสร็จจดทะเบียนใน กทม. และปริมณฑล รวมทั้งสิ้น 90,971 หน่วย เพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับปี 2551 เป็นคอนโดมิเนียม 46,452 หน่วย เพิ่มขึ้น 47% เมื่อเทียบกับปีก่อน เป็นบ้านเดี่ยว 29,721 หน่วย ลดลง 14% โดยเป็นบ้านสร้างเอง 19,412 หน่วย ลดลง 8% และเป็นบ้านจัดสรร 10,309 หน่วย ลดลง 23% ส่วนทาวน์เฮาส์และอาคารพาณิชย์มีจำนวน 13,670 หน่วย ลดลง 6% ขณะที่บ้านแฝดมีจำนวน 1,128 หน่วย ตกลง 51%

ทั้งนี้ ในปี 2553 มีบ้านสร้างเสร็จจดทะเบียนรวมทั้งสิ้น 6,011 หน่วย เพิ่มขึ้น 24% เมื่อเทียบกับเดือน ม.ค. ปีก่อน เป็นคอนโดมิเนียม 2,415 หน่วย เพิ่มขึ้น 13% เป็นบ้านเดี่ยว 2,045 หน่วย ลดลง 9% เป็นทาวน์เฮาส์ 1,324 หน่วย เพิ่มขึ้น 427% เป็นอาคารพาณิชย์ 60 หน่วย ลดลง 51% และเป็นบ้านแฝด 167 หน่วย เพิ่มขึ้น 90%

ขณะที่ตัวเลขโอนบ้านในปี 2552 ในพื้นที่ กทม. และปริมณฑล มีจำนวน 160,563 หน่วย เพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับยอดโอนบ้านของปี 2551 เป็นคอนโดมิเนียม 56,107 หน่วย โตขึ้น 22% เป็นทาวน์เฮาส์ 51,479 หน่วย โตขึ้น 7% เป็นบ้านเดี่ยว 33,118 หน่วย โตขึ้น 2% เป็นอาคารพาณิชย์ 15,314 หน่วย ลดลง 3% และเป็นบ้านแฝด 4,545 หน่วย ลดลง 1%

สำหรับ 2 เดือนแรก (ม.ค.ก.พ.) ของปี 2553 มีการโอนบ้านมีจำนวน 23,363 หน่วย เพิ่มขึ้น 14% เมื่อเทียบกับ 2 เดือนแรกของปี 2551 โดยในเดือน ม.ค. มีการโอนบ้านจำนวน 9,914 หน่วย ส่วนเดือน ก.พ. มีจำนวน 13,449 หน่วย โดยในเดือน ก.พ. มีอัตราการเติบโต 23% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว

สำหรับโครงการที่ขออนุญาตจัดสรรพื้นที่กทม.และปริมณฑลในปี 2552 มีจำนวนทั้งสิ้น 185 โครงการ ลดลง 30% จากปี 2551 โดยมีจำนวนหน่วยเท่ากับ 32,709 หน่วย ลดลง 29% เมื่อเทียบกับปี 2551 แบ่งเป็นทาวน์เฮ้าส์ 12,828 หน่วย บ้านเดี่ยว 11,341 หน่วย อาคารพาณิชย์ 2,059 หน่วย บ้านแฝด 5,469 หน่วย และที่ดินจัดสรร 1,012 หน่วย

นายสัมมา กล่าวว่า ตัวเลขการขออนุญาตจัดสรรที่ดินที่ลดลงในปี 2552 อาจจะส่งผลต่อการเปิดโครงการใหม่ที่เป็นที่อยู่อาศัยแนวราบในปี 2553 จะยังคงลดลง เพราะผู้ประกอบการส่วนใหญ่หันไปพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียมมากขึ้น

ด้านนายวิสิฐ กิตติอุดม กรรมการผู้จัดการ บริษัท รุ่งพัฒนา พร็อพเพอร์ตี้ ผู้พัฒนาโครงการโฮมออฟฟิศ กล่าวว่า บริษัทมีแผนจะพัฒนาโครงการโฮมออฟฟิศในชื่ออาร์เค ออฟฟิศ พาร์ค อีก 3 โครงการใน 3 ทำเล ได้แก่ ถนนมอเตอร์เวย์ ถนนหทัยราษฎร์ และถนนคู้บอน มูลค่า รวม 2,100 ล้านบาท หลังจากบริษัทได้เปิดโครงการอาร์เค ออฟฟิศ พาร์ค รามอินทรารามคำแหง มูลค่าโครงการ 650 ล้านบาท ไปแล้วก่อนหน้านี้ โดยขณะนี้มียอดขายแล้ว 80%

“การขยายการลงทุนในโครงการโฮมออฟฟิศของบริษัทเพื่อรองรับกับความต้องการของธุรกิจรายย่อยที่จะมีเพิ่มขึ้น โดยเชื่อว่ากลุ่มธุรกิจประเภทเอสเอ็มอียังมีความต้องการใช้อาคารสำนักงานและที่อยู่อาศัยที่อยู่ในย่านชุมชน รวมทั้งบริษัทขนาดใหญ่ในเมืองที่มีแนวโน้มจะย้ายมาอยู่ชานเมือง เนื่องจากค่าเช่าอาคารสำนักงานในเมืองเริ่มปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่จำนวนสินค้าประเภทโฮมออฟฟิศที่ออกมาสู่ตลาดยังมีไม่มาก ทำให้ตลาดโฮมออฟฟิศยังเติบโตได้ในอีก 23 ปีข้างหน้า” นายวิสิฐ กล่าว

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ