
พาณิชย์แจงข้าวหน้าที่คลังหาเงิน
“บุญทรง” โต้ คลังทวงเงินข้าว ไม่ใช่หน้าที่ อ้างมติ ครม.สั่งคลังหาเงินป้อน ธ.ก.ส.
“บุญทรง” โต้ คลังทวงเงินข้าว ไม่ใช่หน้าที่ อ้างมติ ครม.สั่งคลังหาเงินป้อน ธ.ก.ส.
ลั่นไม่ใช่หน้าที่คลังทวงเงินค่าขายข้าวสต๊อกรัฐบาล เพราะครม.มอบหมายงานให้ทำคนละหน้าที่ ส่วนแผนส่งเงินคืนธ.ก.ส.ล่าช้า เพราะสั่งชะลอส่งมอบเพื่อตรวจสอบสัญญาจีทูจี
นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ยังไม่ได้รับหนังสือสอบถามเรื่องเงินจากการระบายสต๊อกข้าวรัฐบาลที่จะส่งคืนให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จากกระทรวงการคลัง เชื่อว่าน่าจะเป็นการเข้าใจผิด เพราะในทางปฏิบัติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้กระทรวงการคลังหาเงินกู้ให้ ธ.ก.ส. จำนวน 1.5 แสนล้านบาท เพื่อใช้ในการดูแลราคาสินค้าเกษตรของปี 2555/ 2556 รวมถึงโครงการรับจำนำข้าวเปลือกที่กำลังดำเนินการนี้ด้วย แต่พบว่ากระทรวงการคลังยังไม่ได้ดำเนินการแต่อย่างใด
“การกู้เงินให้ ธ.ก.ส.มาใช้ในโครงการรับจำนำข้าว กับเงินที่ได้จากการระบายสต๊อกข้าว ถือเป็นคนละเรื่องกัน ซึ่งมองว่าหน้าที่ใครก็ทำหน้าที่ของตนเองไป กระทรวงการคลังมีหน้าที่กู้เงินให้ ธ.ก.ส.ไปจ่ายเงินให้เกษตรกรที่นำข้าวมาขายในโครงการรับจำนำ ก็ต้องเร่งดำเนินการ ไม่ใช่มีหน้าที่มาทวงเงินจากกระทรวงพาณิชย์” นายบุญทรง กล่าวที่ได้รับมอบหมายให้ขายข้าวในราคาดีสุด ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ก็มีแผนที่ได้แจ้งกับครม. ไว้แล้ว
“อย่างเมื่อปี 2554 กระทรวงการคลังต้องหาเงิน 2.69 แสนล้านบาท มาใช้ดูแลสินค้าเกษตร แต่หาเงินขาดไปตั้ง 5 หมื่นล้านบาท ก็ไม่ได้พูดถึงเพราะไม่ใช่หน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์ที่จะมาทวงถามตรงจุดนี้” นายบุญทรง กล่าว
สำหรับเงินที่ได้จากการระบายข้าวสต๊อกรัฐบาลนั้น กระทรวงพาณิชย์ส่งเงินคืน ธ.ก.ส.ล่าช้าไปกว่าแผนเดิมที่ตั้งเป้าส่งเงินคืนจนถึงสิ้นปี 2555 ประมาณ 8.5 หมื่นล้านบาท แต่ส่งเงินคืนได้แค่ 5 หมื่นล้านบาท เนื่องจากได้สั่งให้ชะลอการส่งมอบข้าว เพื่อตรวจสอบข้อสงสัยการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ที่ได้ตั้งคณะทำงานตรวจสอบสัญญาข้าวจีทูจี โดยมีปลัดกระทรวงพาณิชย์เป็นประธาน ทำให้แผนการระบายข้าวและการส่งเงินคลาดเคลื่อนไปบ้าง แต่จากนี้ทุกอย่างจะดำเนินการตามแผนที่แจ้งไว้กับครม.
น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ อธิบดีกรมการค้าภายใน ยืนยันว่า มีจำนวนคลังกลางเพียงพอที่จะรองรับการเก็บสต๊อกข้าวสารที่ได้จากโครงการรับจำนำข้าวเปลือกฤดูกาล 2555/2556 โดยขณะนี้ได้อนุมัติให้เปิดคลังกลางแล้ว 180 แห่ง เก็บข้าวสารได้ 2.5 ล้านตัน โดยมีข้าวสารเข้ามาเก็บในคลังกลางแล้ว 1.5 ล้านตัน ยังเหลือที่ว่างอีก 1 ล้านตัน และกำลังทยอยเปิดเพิ่มอีก
อย่างไรก็ตาม จากการคาดการณ์ผลผลิตของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์คาดว่าในช่วงเดือนม.ค.มี.ค.มีปริมาณข้าวอีกเพียง 9 แสนตันข้าวเปลือก จากปัจจุบันที่มีเข้ามาแล้ว 89 ล้านตันข้าวเปลือก โดยตั้งเป้าว่าจะมีข้าวนาปีเข้ามาในโครงการรับจำนำทั้งหมด 15 ล้านตันข้าวเปลือก จากผลผผลิตข้าวนาปีทั้งหมดที่คาดว่าจะมีประมาณ 27 ล้านตันข้าวเปลือก
สำหรับ ระดับราคาข้าวเปลือกในตลาดขณะนี้ได้มีการปรับราคาสูงขึ้นจากปีก่อน แต่ยังต่ำกว่าราคารับจำนำเฉลี่ยตันละ 1,000-2,000 บาท โดยราคาข้าวเปลือกเจ้าอยู่ที่ตันละ 1.3 หมื่นบาท จากราคาจำนำ 1.5 หมื่นบาท ส่วนราคาข้าวหอมมะลิอยู่ที่ตันละ 1.7-1.8 หมื่นบาท จากราคาจำนำตันละ 2 หมื่นบาท ซึ่งแนวโน้มราคาข้าวหอมมะลิน่าจะปรับตัวสูงขึ้นอีกเพราะปัญหาฝนตกลงมาช่วงที่มีอากาศหนาวทำให้ข้าวแก่ที่กำลังจะเก็บเกี่ยวกลายเป็นข้าวกรอบ และหัก อาจทำให้สีแปรไม่ได้ปริมาณตามที่คาดการณ์
แหล่งข่าวจากสมาคมโรงสีข้าวไทย เปิดเผยว่า มีเกษตรกรอีกจำนวนมากที่ยังไม่ได้รับเงินค่าข้าวที่ค้างจากโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรังปี 2555 ที่ผ่านมา โดยเฉลี่ยพบว่าเกษตรกรได้รับเงินล่าช้า 23 เดือน สาเหตุเป็นเพราะเกษตรกรในกลุ่มที่ได้เงินจากโครงการรับจำนำมากกว่า 5 แสนบาท หรือมีผลผลิตจริงสูงกว่าที่ลงทะเบียนไว้ 20% จะต้องมีคณะกรรมการระดับจังหวัดเข้าไปตรวจ สอบก่อนอนุมัติให้ ธ.ก.ส.จ่ายเงิน







