posttoday
หุ้นพุ่งไร้เงา‘วายุภักษ์’ช่วยดัน

หุ้นพุ่งไร้เงา‘วายุภักษ์’ช่วยดัน

31 มีนาคม 2553

เอ็มเอฟซีแจงไม่เก็งกำไรสั้น มั่นใจรอบนี้เงินฝรั่งลงทุนยาว

โพสต์ทูเดย์ — เอ็มเอฟซี ยืนยัน “วายุภักษ์” ไม่ได้เข้าพยุงดัชนี ชี้รอบนี้ยังไม่ได้ซื้อขายหุ้น เหตุเน้นลงทุนยาว ไม่คิดเก็งกำไรระยะสั้น เชื่อเงินฝรั่งรอซื้อหุ้นอีกเพียบ

นายศุภกร สุนทรกิจ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เอ็มเอฟซีในฐานะบริษัทบริหารจัดการกองทุนวายุภักษ์ 1 เปิดเผยว่า กองทุนวายุภักษ์ไม่ได้เข้าไปไล่ซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ตามที่มีกลุ่มการเมืองกล่าวอ้าง โดยตั้งแต่หุ้นปรับตัวขึ้นมาในรอบนี้กองทุนยังไม่ได้ซื้อหรือขายหุ้นใดๆ ทั้งสิ้น เนื่องจากกองทุนมีลักษณะการลงทุนระยะยาว ไม่ได้ซื้อขายเก็งกำไรระยะสั้น ดังนั้นเมื่อมีมุมมองที่ดีต่อตลาดหุ้นแล้วก็ไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนพอร์ตรายวัน

“เห็นสัญญาณเงินลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติเข้ามาตลาดหุ้นไทยและตลาดหุ้นเอเชียมาตั้งแต่หลังวันตัดสินคดียึดทรัพย์เมื่อวันที่ 26 ก.พ.แล้ว และไม่ได้เข้ามาลงทุนเฉพาะในตลาดหุ้นเท่านั้น แต่เข้าไปลงทุนในตลาดตราสารหนี้ด้วย โดยขณะนี้ประเทศไทย ฟิลิปปินส์ และอินเดีย เป็นประเทศที่เนื้อหอมที่สุด เนื่องจาก นักลงทุนเลี่ยงการเข้าลงทุนในจีน เพราะกังวลการออกมาตรการเพื่อชะลอความร้อนแรงของเศรษฐกิจ” นายศุภกร กล่าว

นอกจากนี้ นายศุภกร เชื่อว่าแม้ว่าเงินลงทุนที่เข้ามาในตลาดหุ้นไทยจะได้กำไรจากค่าเงินและหุ้นบ้างแล้ว แต่หุ้นไทยคงไม่ปรับตัวลงแรงหากมีการขายทำกำไรระยะสั้นออกมาบ้าง เพราะส่วนหนึ่งน่าจะเป็นการลงทุนระยะยาว

“ทั้งนี้ จะเห็นว่าต่างชาติโยกเงินออกมาจากกองทุนรวมตลาดเงินในสหรัฐประมาณแสนล้านเหรียญสหรัฐ และปัจจุบันยังมีเงินอีกจำนวนมากในกองทุนนี้ โดยไหลเข้ามาในหุ้นไทยประมาณ 3 หมื่นล้านบาท และตลอด 1 ปีที่ผ่านมายังกลับมาไม่เกิน 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งยังไม่เท่ากับตอนที่เงินต่างชาติถอนออกไปจากหุ้นไทยประมาณ 1.61.8 แสนล้านบาท” นายศุภกร กล่าว

ขณะเดียวกัน อัตราส่วนราคาต่อกำไรต่อหุ้น (พี/อี) ของตลาดหุ้นไทยก็ยังไม่ถึง 12 เท่า ขณะที่เงินปันผลก็สูงจึงยังดึงดูดต่างชาติให้เข้ามาลงทุน อีกทั้งต่างชาติได้คลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาพรวมเศรษฐกิจ ทำให้มีเม็ดเงินไหลเข้ามาในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม นายศุภกร กล่าวว่า สิ่งที่กังวลและต้องติดตามคือ ไตรมาส 2 นี้อาจมีธนาคารกลางของหลายประเทศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจที่แท้จริง เช่น อินเดีย และมาเลเซีย เช่นเดียวกับไทยที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ส่งสัญญาณแล้วว่าอาจขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาด ซึ่งอาจทำให้ต้นทุนของบริษัทจดทะเบียนปรับตัวเพิ่มขึ้น

“ปัจจุบันดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 1.25% หากดอกเบี้ยขึ้นอีก 0.25% และรอบต่อไปหยุดขึ้นก็ไม่น่ากังวล แต่ถ้าขึ้นแล้วขึ้นต่อเนื่องอาจส่งผลกระทบต่อบริษัทจดทะเบียนที่ต้นทุนสูงขึ้น การเติบโตอาจลดลง” นายศุภกร กล่าว

นายศุภกร กล่าวว่า สำหรับการลงทุนในพันธบัตรเกาหลีใต้ในปัจจุบันผลตอบแทนลดลงต่อเนื่อง แต่เมื่อแปลงกลับมาเป็นเงินบาท ผลตอบแทนยังสูงกว่าการลงทุนในตราสารอายุเดียวกัน อย่างไรก็ตามบริษัทพยายามหาการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลประเทศอื่นๆ เพื่อเป็นทางเลือกให้แก่นักลงทุน

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน