
หลากหลายเสียงขานรับยุทธศาสตร์บีโอไอ
ในงานสัมมนารับฟังความคิดเห็น “ยุทธศาสตร์การส่งเสริมการลงทุนใหม่ : เพื่ออุตสาหกรรมไทยที่ยั่งยืน” ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) นอกจากจะมีการนำเสนอร่างยุทธศาสตร์การส่งเสริมการลงทุนในระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2556-2560) แล้ว ยังมีการอภิปราย “วิพากษ์ทิศทางยุทธศาสตร์การส่งเสริมการลงทุนใหม่” ด้วย เพื่อเป็นการสะท้อนความเห็นของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยส่วนใหญ่เห็นด้วยกับแนวทางของบีโอไอ
ในงานสัมมนารับฟังความคิดเห็น “ยุทธศาสตร์การส่งเสริมการลงทุนใหม่ : เพื่ออุตสาหกรรมไทยที่ยั่งยืน” ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) นอกจากจะมีการนำเสนอร่างยุทธศาสตร์การส่งเสริมการลงทุนในระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2556-2560) แล้ว ยังมีการอภิปราย “วิพากษ์ทิศทางยุทธศาสตร์การส่งเสริมการลงทุนใหม่” ด้วย เพื่อเป็นการสะท้อนความเห็นของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยส่วนใหญ่เห็นด้วยกับแนวทางของบีโอไอ
แต่มีข้อเสนอในบางประเด็นที่เอกชนเห็นว่าต้องเสริมและให้ความระมัดระวัง โดย ณรงค์ชัย อัครเศรณี ประธานอนุกรรมการขับเคลื่อนแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 กล่าวว่า เห็นด้วยกับแนวทางส่งเสริมการลงทุนใหม่ของบีโอไอ เนื่องจากประเทศไทยกำลังเผชิญกับปัจจัยทั้งในและต่างประเทศที่แตกต่างจากอดีต
ทุกวันนี้ประเทศเริ่มมีข้อจำกัดด้านแรงงาน มีอุปสรรคในการลงทุนในอุตสาหกรรมหนัก มีความจำเป็นต้องออกจากการติดกับดักประเทศที่มีรายได้ปานกลาง และต้องลดการพึ่งพิงประเทศตะวันตกที่ยังคงมีปัญหาทางเศรษฐกิจ
ในส่วนที่ต้องการให้เพิ่มเติมจากร่างยุทธศาสตร์ของบีโอไอ คือ การส่งเสริมการเชื่อมโยงในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะภายในกลุ่มอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) รวมถึงให้น้ำหนักกับการสนับสนุนให้นักลงทุนไทยออกไปลงทุนต่างประเทศ มากกว่าการรับการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยมีปัญหาว่ามีเงินไหลเข้าจำนวนมากจนสร้างปัญหาค่าเงินบาทแข็งค่า
ด้านโครงสร้างพื้นฐานทั้งระหว่างประเทศในภูมิภาค รวมถึงจีนลงมาในอาเซียน มีทั้งส่วนที่ลงทุนไปแล้ว และประเทศไทยก็มีแผนที่จะลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานมูลค่า 2.2 ล้านล้านบาท ทำให้มีส่วนที่ต้องปรับปรุงด้านของกฎระเบียบต่างๆ ที่เอื้อต่อการออกไปลงทุนต่างประเทศ และควรให้ธุรกิจที่อยู่ในภาคบริการเข้ามาอยู่ในการส่งเสริมของบีโอไอด้วย เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของภาคบริการไทย
“เรามีปัญหาในประเทศ แรงงานพื้นฐานหายาก ขณะที่อุตสาหกรรมหนักก็ถูกต่อต้าน แต่โอกาสก็เปิดสำหรับเรา เพราะว่าเพื่อนบ้านเราเปิด และที่เปิดเร็วมากคือ พม่า ซึ่งในส่วนโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ มาแน่นอนแล้ว แต่ที่ต้องปรับให้สอดรับกันคือกฎระเบียบต่างๆ ซึ่งมีหลายเรื่องมากที่ต้องปรับ” ณรงค์ชัย กล่าว
นันดอร์ วอน เดอร์ ลู ประธานหอการค้าต่างประเทศประจำประเทศไทย มองว่าเป็นทิศทางที่ดีต่อประเทศไทย จะไม่ใช้เฉพาะมาตรการจูงใจทางภาษีเท่านั้น แต่จะให้ความสำคัญกับเรื่องของการปรับปรุงกฎระเบียบต่างๆ เพื่อเอื้อให้การลงทุนสะดวกขึ้น และที่อยากเห็นทางการไทยทำเพิ่มเติม คือ การประสานงานระหว่างหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้การออกเกณฑ์สนับสนุนการลงทุนของแต่ละหน่วยงานออกมาสอดคล้องกัน
นอกจากนี้ ยังมีอีกประเด็นหนึ่งที่ต้องระมัดระวัง คือ การจะส่งเสริมการลงทุนเป็นคลัสเตอร์แทนการส่งเสริมเป็นพื้นที่ เพราะล่าสุดรัฐบาลไทยเพิ่งเริ่มประกาศใช้มาตรการค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาททั่วประเทศ กรณีนี้จะยิ่งลดแรงจูงใจการกระจายอุตสาหกรรมออกไปในพื้นที่ต่างจังหวัด โดยทางการต้องมีนโยบายจะส่งเสริมอุตสาหกรรมที่จะไปสร้างคลัสเตอร์ในต่างจังหวัดที่ชัดเจน
พยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า เห็นด้วยกับการปรับปรุงยุทธศาสตร์การลงทุนของบีโอไอครั้งนี้ เพราะถึงเวลาที่ไทยต้องปรับโครงสร้างการลงทุนกันใหม่ให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน โดยสิ่งที่ปรับเปลี่ยนก็สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 ซึ่งจะช่วยสร้างศักยภาพการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการ
ที่ผ่านมาไทยมีการเติบโตจากภาคการส่งออก และกำลังมีปัญหาเรื่องการขาดแคลนแรงงาน ดังนั้นจากนี้ไปคงต้องใช้แรงงานให้น้อยลง เน้นเรื่องเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในเรื่องการผลิต สิ่งที่อยากเห็น คือ การขยายตัวของอุตสาหกรรมการเกษตรที่ใช้คนน้อยลง นโยบาย การส่งเสริมลงทุนในลักษณะของคลัสเตอร์เป็นเรื่องที่ดี จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าจากการแปรรูป อย่างภาคเกษตรเป็นได้ทั้งสินค้าประเภทอาหารและพลังงาน
พยุงศักดิ์ ย้ำด้วยว่า ไทยต้องมองยุทธศาสตร์การลงทุนภายใต้ 4 เสาหลัก คือ 1.เกษตร 2.ท่องเที่ยว 3.อุตสาหกรรม ส่งเสริมให้เกิดอุตสาหกรรมอนาคต เช่น ไบโอพลาสติก และ 4.การเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค เนื่องจากไทยมีจุดยุทธศาสตร์ที่เหมาะสมติดกับชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ พม่า ลาว เขมร และมาเลเซีย ดังนั้นควรใช้โอกาสนี้ในการปรับโครงสร้างพื้นฐานรองรับการค้าขายระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน
“ผมเห็นด้วยกับสิ่งที่บีโอไอได้ปรับเงื่อนไขการลงทุน เพราะจะทำให้มีความคล่องตัว วันนี้โลกมีการเปลี่ยนแปลงไปมาก โดยเฉพาะการส่งเสริมการลงทุนแบบคลัสเตอร์ ต้องมองการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ อย่าไปเน้นเรื่องโซนนิง ให้มองยุทธศาสตร์ตามการกระจายรายได้” พยุงศักดิ์ กล่าว
ด้าน พงษ์ศักดิ์ อัสสกุล ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ยุทธศาสตร์การลงทุนที่ปรับใหม่จะทำให้การส่งเสริมโครงการลงทุนเป็นระบบมากขึ้น จากเดิมที่เหมือนกับการหว่านกิจการลงทุน ซึ่งการส่งเสริมควรทำในลักษณะแนวดิ่ง ต้องสร้างห่วงโซ่การผลิตให้มากขึ้น ทั้งอุตสาหกรรมยานยนต์หรือการเกษตร ตลอดจนกิจการประเภทบริการ อยากให้มีการส่งเสริมการลงทุนมากขึ้น และผลักดันให้ไทยเป็นฮับด้านสุขภาพ โดยเชื่อมโยงกับด้านการท่องเที่ยว
นอกจากนี้ ควรส่งเสริมด้านโลจิสติกส์เพื่อวางรากฐานของการเป็นศูนย์กลางในภูมิภาคอาเซียน เพราะไทยได้เปรียบที่มีประเทศติดกับชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ควรจะมีการลดขั้นตอนอุปสรรคด้านการขนส่งสินค้าให้มีความรวดเร็วขึ้น โดยอยากเสนอให้บีโอไอส่งเสริมการลงทุนในกิจการประเภทรถขนส่ง ผลักดันให้มีการผลิตรถบัสขนาดใหญ่ในประเทศไทย







