
บีโอไอเคาะอุตฯ10กลุ่มส่งเสริมต่อ
บีโอไอยกเครื่องมาตรการส่งเสริมการลงทุน กำหนด10กลุ่มอุตสาหกรรมให้การส่งเสริมต่อ พร้อมเลิกอุ้ม80กิจการที่มูลค่าเพิ่มต่ำ
บีโอไอยกเครื่องมาตรการส่งเสริมการลงทุน กำหนด10กลุ่มอุตสาหกรรมให้การส่งเสริมต่อ พร้อมเลิกอุ้ม80กิจการที่มูลค่าเพิ่มต่ำ
นายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวในการนำเสนอ “ร่างยุทธศาสตร์การส่งเสริมการลงทุนในระยะ 5 ปี (พ.ศ.2556-2560) ว่า บริบททางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป ทำให้ประเทศไทยต้องทบทวนยุทธศาสตร์ส่งเสริมการลงทุน ทั้งแนวโน้มธุรกิจของโลกที่เปลี่ยนไปธุรกิจใหม่ๆ ขยายตัวรวดเร็ว ประเทศตกอยู่ในกับดักรายได้ปานกกลาง เศรษฐกิจพึ่งพาต่างชาติสูงอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงจากภายนอก รวมถึงกระแสการพัฒนาทางเศรษฐกิจของโลกที่เคลื่อนตัวไปสู่ประเทศกำลังพัฒนา เช่น บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน รวมถึงอาเซียน
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาการลงทุนโดยตรง (FDI) จากต่างประเทศที่เข้ามาในภูมิภาคจำนวนมาก และหลายประเทศในอาเซียนมีการเติบโตของ FDI สูง เช่นในช่วงปี 2549-2553 อินโดนีเซียที่เพิ่มขึ้นถึง 4 เท่าตัว เวียดนาม 3 เท่าตัว มาเลเซีย 2 เท่า แต่ประเทศไทยเพิ่มขึ้นไม่ถึง 0.2% สะท้อนว่าประเทศไทยต้องปรับเปลี่ยนแนวทาง เพื่อให้ได้ FDI ในระดับที่เหมาะสมช่วยให้เศรษฐกิจเติบโตและเพิ่มความสามารถการแข่งขันของประเทศ
นายอุดมกล่าวว่า ยุทธศาสตร์การส่งเสริมการลงทุนใหม่เพื่อปรับโครงสร้างเศรษฐกิจประเทศไทยที่คาดว่าจะเริ่มใช้ในกลางปี 2556 เป็นต้นจะประกอบด้วย 6 แนวทางได้แก่
แนวทางแรก เน้นการส่งเสริมแบบมีเป้าหมายชัดเจน จากเดิมที่ส่งเสริมแบบครอบคลุมเกือบทุกกิจการ โดยจะมีการปรับประเภทธุรกิจที่ให้การส่งเสริม กำหนดสิทธิประโยชน์ที่ต่างกันตามความสำคัญของกิจการและโครงการใหม่กับโครงการขยาย ทั้งนี้จะมี 10 กลุ่มอุตสาหกรรมที่จะได้รับการส่งเสริมในอนาคต ได้แก่ กลุ่มโคร งสร้างพื้นฐาน โลจิสติกส์ อุตสกรรมพื้นฐาน, อุตสาหกรรมกรแพทย์และเครื่องมือวิทยาศาสตร์, กลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานทดแทนและบริการด้านสิ่งแวดล้อม, กลุ่มธุรกิจบริการสนับสนุนภาคอุตสาหกรรม , กลุ่มเทคโนโลยีพื้นฐานขั้นสูง, อุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตร, อุตสาหกรรมสุขภาพ,อุตสาหกรรมยายนต์และอุปกรณ์ขนส่ง และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอกนิส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า
ทั้งนี้ 10 กลุ่มอุตสาหกรรมดังกล่าวจะได้รับการสนับสนุนแบ่งย่อยเป็น 3 ประเภท ประเภทแรกเป็นกลุ่มที่ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล เป็นกิจการที่มีความสำคัญกับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ โดยจะมีประมาณ 100 กิจการที่ได้รับการส่งเสริม โดยมี 30 กิจการที่ได้รับสิทธิสูงสุด 8 ปี ประเภทที่สอง เป็นกิจการที่ได้รับการอำนวยความสะดวกผ่านสิทธิประโยชน์ด้านเครื่องจักร วัตถุดิบและมาตรการที่ไม่ใช่ภาษี จะมีกิจการที่ได้รับการส่งเสริมประมาณ 30 กิจการ และ ประเภทที่3 เป็นกลุ่มที่ถูกยกเลิกการส่งเสริม ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีมูลค่าเพิ่มต่ำ ใช้เทคโนโลยีอยู่ในระดับต่ำ และกระบวนการผลิตที่ไม่ซับซ้อน เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมอื่นน้อย ใช้แรงงานเข้มข้น ดำเนินกิจการได้โดยไม่ต้องรับการส่งเสริม หรือเป็นกิจการที่มีปัญหาสิ่งแวดล้อม ผูกขาดได้รับสัมปทานหรือขัดกับระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยจะมีกิจการที่เข้าข่ายทั้งหมดนี้อยู่ มีอยู่ประมาณ 80 กิจการ
สำหรับแนวทางที่2 ของยุทธศาสตร์ส่งเสริมการลงทุนว่า จะเน้นส่งเสริมให้ทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์กับประเทศ จากเดิมที่สนับสนุนตามประเภทกิจการ แนวทางที่3 ส่งเสริมให้เกิดคลัสเตอร์อุตสาหกรรมใหม่ในภูมิภาค จากเดิมที่ส่งเสริมตามเขตพื้นที่ โดยในส่วนนี้จะมีคณะอนุกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฯ ซึ่งอยู่ภายใต้บอร์ดบีโอไอเป็นผู้ดูแล
แนวทางที่4 ส่งเสริมเน้นการอำนวยความสะดวกให้เกิดการลงทุน เช่นการปรับปรุงกฎระเบียบสร้างบรรยากาศการลงทุนที่ดี จากเดิมที่เน้นการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี แนวทางที่5 ส่งเสริมการลงทุนทั้งในและต่างประเทศจากเดิมที่เน้นในประเทศเป็นหลัก โดยในส่วนต่างประเทศจะเริ่มที่ประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่อาเซียน ประเทศเอเชียอื่นๆ ก่อนจะไปตะวันออกกลาง แอฟริกา และแนวทางที่6 การวัดผลสำเร็จของการส่งเสริมจะมุ่งไปที่คุณค่าของโครงการลงทุนจากเดิมที่วัดจากมูลค่าคำขอรับการส่งเสริม







