posttoday

เส้นทางสู่การฟื้นฟูเศรษฐกิจญี่ปุ่น

14 มกราคม 2556

เส้นทางสู่การฟื้นฟูเศรษฐกิจญี่ปุ่นเมื่อปลายเดือน ธ.ค. 2555 ที่ผ่านมา รัฐบาลชุดใหม่ของญี่ปุ่น ภายใต้การนำของ ชินโสะ อาเบะ นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศนโยบายจะฟื้นฟูเศรษฐกิจญี่ปุ่นให้แข็งแกร่งอีกครั้งหนึ่ง โดยแต่งตั้งสภานโยบายเศรษฐกิจและการคลังชุดใหม่ เพื่อเป็นศูนย์บัญชาการนโยบายเศรษฐกิจมหภาค โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน

เส้นทางสู่การฟื้นฟูเศรษฐกิจญี่ปุ่นเมื่อปลายเดือน ธ.ค. 2555 ที่ผ่านมา รัฐบาลชุดใหม่ของญี่ปุ่น ภายใต้การนำของ ชินโสะ อาเบะ นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศนโยบายจะฟื้นฟูเศรษฐกิจญี่ปุ่นให้แข็งแกร่งอีกครั้งหนึ่ง โดยแต่งตั้งสภานโยบายเศรษฐกิจและการคลังชุดใหม่ เพื่อเป็นศูนย์บัญชาการนโยบายเศรษฐกิจมหภาค โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน

นอกจากนี้ ยังประกอบด้วยกรรมการอีก 10 คน กล่าวคือ โนริโอะ ซาซากิ ผู้อำนวยการ บริษัท โตชิบา โยชิมิตสุ โคบายาชิ ผู้อำนวยการ บริษัท มิตชูบิชิ เคมิคอล โฮลดิ้งส์ โมโตชิเกะ อิโตะ ศาสตราจารย์เศรษฐศาสตร์ แห่งบัณฑิตวิทยาลัยของมหาวิทยาลัยโตเกียว ซูซูมุ ทากาฮาชิ ประธานสถาบันวิจัยญี่ปุ่น ซึ่งเชี่ยวชาญในด้านเศรษฐกิจมหภาค รัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจ 4 คน โยชิฮิเดะ ซูกะ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีและผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่น

เสาหลักของการฟื้นฟูเศรษฐกิจมี 3 ประการ คือ ประการแรก การกำหนดเป้าหมายพัฒนาธุรกิจที่มีศักยภาพเติบโตสูง เช่น การแพทย์ พลังงาน ประการที่สอง ฟื้นฟูภาคอุตสาหกรรมการผลิต ประการที่สาม เสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันในธุรกิจระหว่างประเทศ

มาตรการดังกล่าว ประกอบด้วยการลดกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจ เพิ่มการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา ลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลและการจ่ายเงินประกันสังคม ซึ่งในระยะที่ผ่านมาเป็นภาระอย่างมาก ทำให้บริษัทญี่ปุ่นจำนวนมากย้ายฐานการผลิตไปยังต่างประเทศ การสนับสนุนให้บริษัทญี่ปุ่นไปซื้อกิจการในต่างประเทศ ฯลฯ

การประชุมสภานโยบายเศรษฐกิจและการคลังนัดแรก เมื่อวันที่ 9 ม.ค. 2556 ได้มอบหมายให้ธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่นรับไปพิจารณากำหนดเป้าหมายเงินเฟ้อ 2% เพื่อแก้ไขภาวะ Deflation หรือที่เรียกกันในไทยว่า “เงินฝืด” ซึ่งเป็นภาระที่ราคาสินค้ามีแนวโน้มลดลง ซึ่งส่งผลกระทบทำให้เศรษฐกิจชะงักงันพร้อมกับกำหนดให้จัดทำนโยบายเศรษฐกิจและการคลัง ทั้งในระยะกลางและระยะยาวให้แล้วเสร็จภายในเดือน มิ.ย. 2556

อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายไม่เชื่อมั่นว่าทิศทางข้างต้นจะประสบผลสำเร็จในการฟื้นฟูเศรษฐกิจประเทศ เป็นต้นว่า ชินจิ ฟูคูคาวา อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการค้าระหว่างประเทศและอุตสาหกรรม หรือ MITI ของญี่ปุ่น (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรม หรือ METI) และปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเดนสุ ได้วิพากษ์วิจารณ์ว่าหัวใจสำคัญของการฟื้นฟูเศรษฐกิจญี่ปุ่นว่าไม่ได้มาจากการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่มาจากนวัตกรรม

เขากล่าวว่า ได้นับตั้งแต่เฝ้าติดตามแนวโน้มอุตสาหกรรมญี่ปุ่นอย่างยาวนานครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา ไม่มีช่วงใดเลยที่จะวิตกกังวลมากมายเหมือนกับปัจจุบัน บริษัทยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นซึ่งเดิมเคยครองความยิ่งใหญ่ ปัจจุบันขาดทุนมากมายและมีผลประกอบการตามหลังคู่แข่งเกาหลีใต้ จีน และไต้หวัน

แม้จะกล่าวโทษถึงการแข็งค่าของเงินเยนและ Deflation ว่าเป็นสาเหตุของการตกต่ำนี้ แต่ฟูคูคาวาเห็นว่า สาเหตุสำคัญคือความเสื่อมถอยของขีดความสามารถในด้านวิจัยและพัฒนา

ขณะที่การใช้จ่ายด้านวิจัยและพัฒนาของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นเพียง 4.9% จาก 16.3 ล้านล้านเยน ในปี 2543 เป็น 17.1 ล้านล้านเยน ในปี 2553 แต่ในช่วงเดียวกันจีนใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนาเพิ่ม 7.9 เท่า จาก 89.6 เป็น 706.2 ล้านหยวน เกาหลีใต้เพิ่ม 3.2 เท่า จาก 13.8 เป็น 43.9 ล้านวอน และไต้หวันเพิ่ม 41% จาก 281 เป็น 395 พันล้านเหรียญไต้หวัน หรือแม้แต่สหรัฐ เพิ่ม 50% จาก 268.1 เป็น 401.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ

เมื่อเปรียบเทียบตัวเลขวิจัยและพัฒนาต่อ GDP แม้ญี่ปุ่นจะอยู่ระดับสูง 3.57% ในปี 2553 สูงกว่าสหรัฐ 2.9% และสหภาพยุโรป 2% แต่ยังต่ำกว่าเกาหลีใต้ 3.74% ขณะที่จีนแม้สัดส่วนเพียง 1.77% ของ GDP แต่จำนวนสิทธิบัตรของจีนที่ยื่นขอจดทะเบียนในสหรัฐ ได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และอีกไม่กี่ปีข้างหน้าตัวเลขจะแซงหน้าญี่ปุ่น

เขาเห็นว่าญี่ปุ่นยังมีศักยภาพการฟื้นฟูความสามารถในการวิจัยและพัฒนาภายใต้สถานภาพ โดยต้องดำเนินการ ดังนี้

ประการแรก จะต้องส่งเสริมนวัตกรรมที่มาจากแรงบันดาลใจของการตลาด เนื่องจากผู้บริหารและวิศวกรญี่ปุ่นมักคิดว่าหากผลิตสินค้าดีเยี่ยมแล้ว ยอดขายจะเพิ่มขึ้นเองโดยอัตโนมัติ

ประการที่สอง จะต้องส่งเสริมการวิจัยขั้นพื้นฐานในสาขาต่างๆ เช่น เทคโนโลยีสารสนเทศ วัสดุใหม่ ชีวเคมี ยารักษาโรค เวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ พลังงาน สิ่งแวดล้อม ฯลฯ เนื่องจากจะมีส่วนสำคัญในการสนับสนุนนวัตกรรมดังกล่าวข้างต้น

ข่าวล่าสุด

ธอส. จับมือ ตชด. ซ่อมแซมอาคารเรียน-บ้านนักเรียนถิ่นไกล ปี 69