
ราชธานีปักธงจับสิงห์รถบรรทุก
ลุยปล่อยกู้รองรับโลจิสติกส์ขยายตลาดสินเชื่อหมื่นล้าน
ลุยปล่อยกู้รองรับโลจิสติกส์ขยายตลาดสินเชื่อหมื่นล้าน
ราชธานีลิสซิ่งขยับปล่อยกู้รถบรรทุก สนองตลาดขนส่งโลจิสติกส์เติบโตรับเออีซี
นายโกวิท รุ่งวัฒนโสภณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ราชธานีลิสซิ่ง เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทจะเน้นปล่อยสินเชื่อรถบรรทุกทั้งประเภทรถใหม่และรถมือสองให้ได้มากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าที่มีความต้องการสูง ซึ่งเป็นผลมาจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจและระบบขนส่ง หรือโลจิสติกส์ภายในประเทศและประเทศเพื่อนบ้านที่ขยายตัวอย่างมาก
ทิศทางการดำเนินงานช่วงปี 2556 คาดว่า จะเติบโตต่อเนื่องจากช่วงปีที่ผ่านมา เนื่องจาก แนวโน้มการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ในปีนี้ คาดว่า จะเพิ่มขึ้นตามความต้องการของผู้บริโภค โดยเฉพาะสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ประเภทรถบรรทุกมือสองที่มีอัตราความต้องการค่อนข้างมากที่สุด
อยงทั้งนี้ คาดว่าอัตราการเติบโตของสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกในปีนี้จะเติบโตได้ประมาณ 70% และสินเชื่อรถยนต์ประเภทอื่นรวมถึงรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์เติบโตรวมกันได้ประมาณ 30%
“ปีนี้เราตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อให้ได้ 1 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นอีก 3,000 ล้านบาท จากช่วงปีก่อนที่ปล่อยสินเชื่อได้ 7,000 ล้านบาท ซึ่งปีนี้ตัวรถบรรทุกจะเป็นพระเอกของเรา ซึ่งคาดว่าสัดส่วนการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อในปีนี้จะเป็นของรถบรรทุกประมาณ 65% รถเก่งและรถกระบะประมาณ 2025% ส่วนที่เหลือถึงเป็นรถแท็กซี่และรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์” นายโกวิท กล่าว
อย่างไรก็ตาม หากไทยเข้าสู่การเปิดเสรีอาเซียน หรือเออีซี ในปี 2558 อาจทำให้สัดส่วนการปล่อยสินเชื่อดังกล่าวมีการเปลี่ยนแปลงได้ เนื่องจากระบบโลจิสติกส์จะเติบโตและความต้องการใช้รถบรรทุกก็เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย
นายโกวิท กล่าวว่า สำหรับทิศทางการแข่งขันของธุรกิจในปีนี้คงรุนแรงมากขึ้น หลังจากที่ธนาคารพาณิชย์และผู้ประกอบการธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์หันมาจับตลาดรถบรรทุกมือสองและรถยนต์มือสองมากขึ้น แต่ก็ยังไม่ทำให้บริษัทมีความกังวลมากนัก เนื่องจากบริษัทเป็นผู้นำตลาดในการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกมือสองยาวอยู่แล้ว
นายโกวิท กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทมีส่วนแบ่งทางการตลาดสินเชื่อรถบรรทุกไม่ต่ำกว่า 50% และยังมีโอกาสขยายตัวได้อีก เพราะตลาดรถบรรทุกมือสองยังมีช่องว่างอีกมาก
ทั้งนี้ แม้มีคู่แข่งเข้ามาแข่งขันมากขึ้นก็ตามก็ไม่กระทบต่อตัวบริษัทแต่อย่างไร ล่าสุดบริษัทเตรียมเปิดสาขาในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้เพิ่มขึ้นอีก 2 แห่ง ซึ่งจะช่วยให้ยอดปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อเติบโตได้ตามเป้า ซึ่งการแข่งขันของธุรกิจเช่าซื้อในปีนี้จะไม่มีการนำเรื่องของอัตราดอกเบี้ยมาแข่งขันแน่ เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยของธุรกิจเช่าซื้อปัจจุบันอยู่ในระดับต่ำอยู่แล้ว แม้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะคงอัตราดอกเบี้ยก็ตาม ซึ่งหากผู้ประกอบการธุรกิจเช่าซื้อแข่งกันลดดอกเบี้ยเพื่อดึงลูกค้า โดยไม่ดูต้นทุนของตัวเองก็จะยิ่งทำให้ขาดทุนมากขึ้น
สำหรับผลการดำเนินงานในปีนี้คาดว่าจะมียอดสินเชื่อรวมอยู่ที่ประมาณ 2.4 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่คาดว่าได้ประมาณ 1.71.8 หมื่นล้านบาท มีอัตราการเติบโตประมาณ 30% ขณะที่หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือเอ็นพีแอล ตั้งเป้าไว้ไม่ให้เกิน 3% ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่เหมาะสม







