
แบงก์คุมเข้มให้กู้อสังหาริมทรัพย์
ธนาคารหวั่นผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ต้นทุนพุ่งจากค่าแรง-วัสดุก่อสร้าง คุมเข้มสินเชื่อโครงการ ดูกระแสเงินสด และแผนสำรองธุรกิจ
ธนาคารหวั่นผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ต้นทุนพุ่งจากค่าแรง-วัสดุก่อสร้าง คุมเข้มสินเชื่อโครงการ ดูกระแสเงินสด และแผนสำรองธุรกิจ
นางจินตนา ใกล้สุวรรณ ผู้ช่วยสายงานสินเชื่อ 4 ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เปิดเผยว่า การปรับค่าจ้างขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาท ตามนโยบายรัฐบาลและราคาวัสดุก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น จะทำให้ผู้ประกอบการภาคอสังหาริมทรัพย์มีต้นทุนค่าก่อสร้างเพิ่มขึ้น ดังนั้น ทำให้ธนาคารต้องระมัดระวังการให้สินเชื่อโครงการมากขึ้น
“จะมีการถามแผนธุรกิจสำรองและทางออกของผู้ประกอบการหากระหว่างทางต้นทุนโครงการเพิ่มขึ้นอีก พร้อมทั้งย้ำให้ผู้ประกอบการอย่าลงทุนเกินตัว” นางจินตนา กล่าว
อย่างไรก็ดี ยอมรับว่าธนาคารอยู่ระหว่างติดตามสถานการณ์โครงการอสังหาริมทรัพย์หลังจากมีการปรับขึ้นค่าแรงค่าวัสดุก่อสร้าง และค่าที่ดินที่มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น หากผ่านพ้นไตรมาสแรกก็เชื่อว่าจะเห็นทิศทางผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ได้ชัดเจน และวิเคราะห์ภาพรวมการแบกรับต้นทุนได้ดีขึ้น
“ตอนนี้นอกจากดูผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ ก็ต้องให้ลูกค้าคุยกับผู้รับเหมาให้ชัดเจนว่าจะไม่ทิ้งงานและมีประสบการณ์จริง ส่วนธนาคารก็ต้องมาดูผู้รับเหมาคู่สัญญาด้วยว่าไว้ใจได้แค่ไหน ในฟากผู้ประกอบการธนาคารก็จะถามว่ามีโปรเจกต์อะไรรองรับในเรื่องกระแสเงินสดบ้างเพื่อเป็นแผนสำรอง ช่วงนี้การให้สินเชื่อโครงการอสังหาริมทรัพย์จะระมัดระวังมากขึ้น” นางจินตนา กล่าว
นางจินตนา เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการไม่มีการขอวงเงินเพิ่มขึ้นจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น เพราะผู้ประกอบการส่วนใหญ่จะมีการวางแผนเรื่องเหล่านี้ไว้แล้ว เนื่องจากเป็นเรื่องที่รู้มาล่วงหน้า
ด้านนายชาติชาย พยุหนาวีชัย รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ได้บวกต้นทุนค่าแรงและค่าวัสดุก่อสร้างเพิ่มไปตั้งแต่ปีก่อนแล้ว แม้จะมีการปรับขึ้นค่าแรง 300 บาททั่วประเทศในปีนี้ เนื่องจากผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ส่วนใหญ่มีประสบการณ์และรู้ทิศทางอนาคต ฉะนั้นจึงไม่เกิดปัญหาระหว่างทางผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์เข้ามาขอสินเชื่อเพิ่มจากธนาคาร เพราะต้นทุนเพิ่มขึ้น
นายชาติชาย เปิดเผยว่า ต้นทุนของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ 40% เป็นค่าที่ดิน ที่เหลือ 60% เป็นต้นทุนค่าก่อสร้างและค่าแรง การปรับขึ้นค่าแรง 300 บาททั่วประเทศ ผู้ประกอบการที่จะได้รับผลกระทบส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ในต่างจังหวัด เนื่องจากค่าแรงถูกกว่าในกรุงเทพฯที่อยู่ในระดับ 300 บาทอยู่แล้ว
นายชาติชาย เปิดเผยว่า หากคำนวณเฉพาะค่าแรงที่ปรับขึ้นเป็น 300 บาท จะคิดเป็นต้นทุนของผู้ประกอบการเพิ่มขึ้น 5-6% ขณะที่ราคาวัสดุก่อสร้างจะเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 5% ทำให้ปีนี้ต้นทุนผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 10% ซึ่งภาระส่วนนี้จะถูกผลักไปสู่ผู้บริโภคที่ซื้อที่อยู่อาศัยจะมีราคาแพงขึ้น
นายปิยะ ซอโสตถิกุล กรรมการบริหารกลุ่มซีคอน กล่าวว่า ปัญหาที่น่ากังวลสำหรับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ขณะนี้คือ ขาดแคลนแรงงาน ต่อให้ผู้ประกอบการมีเงินก็หาแรงงานไม่ได้ และเมื่อโครงการสร้างไม่เสร็จตามกำหนดก็จะมีค่าปรับ ปัญหานี้เกิดขึ้นมาแล้วเมื่อปีก่อน เนื่องจากผู้รับเหมาบางรายปิดกิจการ และบุคลิกของผู้รับเหมาซึ่งเป็นแรงงานต่างด้าว คือ ส่วนใหญ่เมื่อย้ายงานก็ย้ายกันไปทั้งกลุ่ม ทำให้ส่งมอบงานไม่ทัน
“ปีนี้จะเห็นราคาที่อยู่อาศัยปรับเพิ่มขึ้น 10% เป็นผลจากต้นทุนที่เพิ่มทั้งค่าแรงงาน ค่าที่ดิน และค่าวัสดุก่อสร้าง แต่หากซื้อบ้านระหว่างปีนี้ราคาที่อยู่อาศัยอาจไม่ปรับเพิ่มขึ้นมากนัก เพราะจะเป็นการขยับราคาไปเรื่อยๆ จนถึงสิ้นปี ฉะนั้นหากซื้อบ้านเร็วก็จะเป็นประโยชน์” นายปิยะ กล่าว
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคจีไอ (ประเทศไทย) วิเคราะห์หุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ โดยคาดว่าต้นทุนค่าก่อสร้างจะมีเสถียรภาพมากขึ้นในปี 2556 เนื่องจากผู้รับเหมาได้คำนวณต้นทุนเพิ่มขึ้นไว้ในโครงการแล้ว
ทั้งนี้ กลุ่มตลาดระดับกลาง-ล่าง จะเป็นกลุ่มที่นำการฟื้นตัวของตลาดโดยรวม ความสามารถในการเข้าถึงสินเชื่อซึ่งน่าจะยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องในปี 2556 ในขณะเดียวกันการเพิ่มขึ้นของค่าแรงขั้นต่ำก็น่าจะช่วยเพิ่มกำลังซื้อของภาคครัวเรือน ดังนั้นสินเชื่อที่อยู่อาศัยจึงคาดว่าจะรอผู้ซื้อบ้านอยู่แล้วจากการแข่งขันของสถาบันการเงินที่อยู่ในตลาด สำหรับกลุ่มตลาดระดับบนจะยังไม่ฟื้นเร็ว เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโลกยังดูไม่สดใส







