
ยุโรปตัดจีเอสพีไทย3กลุ่มหลัก3ปี
เริ่มม.ค.57-59ทั้งกุ้งอาหารสัตว์อัญมณี/พณ.ช่วยหาตลาดใหม่แนะลงทุนเพื่อนบ้าน
เริ่มม.ค.57-59ทั้งกุ้ง-อาหารสัตว์-อัญมณี/พณ.ช่วยหาตลาดใหม่แนะลงทุนเพื่อนบ้าน
ยุโรปตัดจีเอสพีสินค้าไทย 3 หมวดใหญ่ ทั้งกุ้ง อาหารสัตว์ อัญมณี ยาว 3 ปี เริ่ม 1 ม.ค. 2557 ด้าน “พาณิชย์” เล็งช่วยผู้ส่งออกหาตลาดทดแทน
นางปราณี ศิริพันธ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. สหภาพยุโรปได้ออกระเบียบเรื่องการระงับสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) เป็นรายหมวดสินค้าจากประเทศไทย 3 หมวดสินค้า เพราะมีสัดส่วนมูลค่านำเข้าเกิน 17.5% เป็นเวลา 3 ปี ติดต่อกัน
ทั้งนี้ สินค้าไทยที่ถูกตัดสิทธิตามเงื่อนไขที่ยุโรปกำหนด ได้แก่ ของปรุงแต่งจากเนื้อสัตว์ ปลา กุ้ง และสัตว์น้ำ น้ำตาล/ขนม ที่ทำจากน้ำตาล โกโก้ และช็อกโกแลต ผลิตภัณฑ์ธัญพืช มอลต์ พาสตา ขนมปัง ผัก และผลไม้ อาหารปรุงแต่ง ซอสและของปรุงแต่งสำหรับทำซอสครีม เครื่องดื่ม และอาหารสัตว์ และกลุ่มอัญมณีและเครื่องประดับ โดยการระงับสิทธิจีเอสพีดังกล่าว จะมีผลบังคับใช้ยาว 3 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2557-31 ธ.ค. 2559 ซึ่งจะทำให้สินค้าไทยต้องกลับมาเสียภาษีในอัตราปกติ จากเดิมที่เสียภาษีในอัตราต่ำกว่า
อย่างไรก็ตาม การตัดสิทธิจีเอสพีครั้งนี้จะไม่กระทบต่อการส่งออกสินค้าไทย เพราะมั่นใจว่าผู้บริโภคยังคงต้องการสินค้าคุณภาพสูงจากไทย และจะสามารถรักษาส่วนแบ่งการตลาดในยุโรปได้ ซึ่งที่ผ่านมากรมได้ประสานความร่วมมือกับผู้ส่งออก ผู้ผลิตไทย เพื่อเตรียมการรองรับการตัดสิทธิมาโดยตลอด โดยได้ชี้แนะให้ผู้ส่งออกปรับสายการผลิตสินค้าให้มีความหลากหลาย และพัฒนาคุณภาพสินค้าให้เหนือกว่าประเทศคู่แข่ง พร้อมทั้งเร่งนำผู้ส่งออกสินค้าสำคัญที่คาดว่าจะถูกตัดสิทธิ ไปเปิดตลาดการส่งออกใหม่ เพื่อลดการพึ่งพาตลาดยุโรป
นางปราณี กล่าวว่า กรมยังได้สนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทย ไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้น เช่น กลุ่มประเทศอาเซียนใหม่ทั้งกัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม เพื่อลดต้นทุนการผลิต และได้ใช้สิทธิจีเอสพีของประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อสร้างแต้มต่อในการส่งออกไปยุโรป อย่างไรก็ดี สินค้าสำคัญของไทยในหมวดอื่นๆ ยังคงได้รับสิทธิอยู่ เช่น พลาสติก ยาง เครื่องนุ่งห่ม รองเท้า และยานยนต์ ซึ่งจะทำให้สินค้าของไทยเหล่านี้มีความได้เปรียบทางการแข่งขันกับประเทศคู่แข่งสำคัญที่ถูกตัดสิทธิในครั้งนี้ เช่น จีน และอินเดีย เป็นต้น
รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า สินค้าที่ถูกตัดสิทธิจะต้องกลับมาเสียภาษีนำเข้าในอัตราปกติ เช่น กุ้ง ต้องกลับมาเสียภาษีนำเข้าที่ 20% จากภาษีภายใต้จีเอสพี 7% สับปะรดกระป๋อง อัตราปกติ 25.6% บวก 2.5 ยูโรต่อ 100 กก. จากภาษีจีเอสพี 22.1% บวก 2.5 ยูโรต่อ 100 กก. ปลาทูน่ากระป๋อง อัตราปกติ 24% จากภาษีจีเอสพี 20.5% เป็นต้น







