
ลงทุนปีนี้ลดร้อนแรงเหลือ7แสนล.
ตั้งเป้ายอดส่งเสริมลงทุนปีนี้หดเหลือ 7 แสนล้านบาท นักลงทุนรอมาตรการส่งเสริมรอบใหม่กลางปี
ตั้งเป้ายอดส่งเสริมลงทุนปีนี้หดเหลือ 7 แสนล้านบาท นักลงทุนรอมาตรการส่งเสริมรอบใหม่กลางปี
นายประเสริฐ บุญชัยสุข รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ยอดคำขอรับส่งเสริมการลงทุนปี 2556 จะอยู่ที่ 7 แสนล้านบาท ลดลงจากปี 2555 ที่ตัวเลขสูงมากเป็นประวัติการณ์ถึง 1.46 ล้านล้านบาท จำนวน 2,582 โครงการ มูลค่าเพิ่มขึ้น 131% ก่อให้เกิดการจ้างงาน 3.49 แสนคน หรือเพิ่มขึ้น 61.6% เนื่องจากนักลงทุนบางส่วนมีการยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนก่อนที่เกณฑ์ส่งเสริมการลงทุนเดิมสิ้นสุดในปี 2555
กิจการที่ได้รับความสนใจจากกลุ่มนักลงทุนในปี 2555 สูงตามลำดับได้แก่ 1.กลุ่มบริการและสาธารณูปโภค 790 โครงการ เงินลงทุนรวม 607,800 ล้านบาท 2.กลุ่มผลิตภัณฑ์โลหะ เครื่องจักร และอุปกรณ์ขนส่ง 610 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 255,400 ล้านบาท 3.กิจการเคมี กระดาษ และพลาสติก 327 โครงการ เงินลงทุน 234,800 ล้านบาท 4.กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องไฟฟ้า 347 โครงการ เงินลงทุน 167,600 ล้านบาท
5.กลุ่มเกษตรกรรมและผลิตผลจากการเกษตร 331 โครงการ เงินลงทุน 94,800 ล้านบาท 6.เหมืองแร่ เซรามิกส์ และโลหะขั้นมูลฐาน 75 โครงการ เงินลงทุน 58,900 ล้านบาท และ 7.กลุ่มอุตสาหกรรมเบา 102 โครงการ เงินลงทุน 45,000 ล้านสำหรับแนวโน้มการลงทุนในปี 2556 แม้จะยังมีความเสี่ยงจากทั้งวิกฤตการณ์ในยุโรปและสหรัฐ ยังมีปัญหาทางการคลังและโครงการขนาดใหญ่จะมีการขอรับการส่งเสริมไปบางส่วนแล้วในปลายปี 2555 แต่คาดว่าการลงทุนจะยังเข้ามาในประเทศไทยเพื่อใช้เป็นฐานการผลิตเพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)
อย่างไรก็ตาม นโยบายส่งเสริมการลงทุนใหม่ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำยุทธศาสตร์ โดยช่วงเดือน ม.ค.ก.พ. จะเดินสายรับฟังนักลงทุนทั่วประเทศ เริ่มที่กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 14 ม.ค. คาดว่าความคิดเห็นทั้งหมดจะรวบรวมเสร็จในปลายเดือน ก.พ. เพื่อประกอบการจัดทำร่างยุทธศาสตร์ส่งเสริมการลงทุนใหม่ นำเสนอบอร์ดคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เดือน มี.ค.เม.ย. และประกาศใช้กลางปีนี้
นโยบายใหม่มีเป้าหมายให้ไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้น มุ่งยกระดับห่วงโซ่การผลิตของภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดคลัสเตอร์อุตสาหกรรมใหม่ในภูมิภาคและชายแดน เพื่อกระจายความเจริญและลดภาระทางการคลังของประเทศ โดยใช้สิทธิประโยชน์ด้านภาษีอย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยไม่ส่งเสริมการลงทุนกิจการที่ใช้เทคโนโลยีต่ำ ใช้แรงงานสูง
“เป้าหมายของการส่งเสริมการลงทุนในปี 2556 นี้ บีโอไอมิได้มุ่งเน้นด้านมูลค่าเงินลงทุน แต่จะมุ่งเน้นในเชิงคุณค่าและประโยชน์จากการลงทุนที่เกิดแก่ประเทศชาติเป็นหลัก” นายประเสริฐ กล่าว
นายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย เลขาธิการ บีโอไอ กล่าวว่า ยุทธศาสตร์ใหม่จะเน้นส่งเสริมการลงทุนที่ใช้เทคโนโลยีสูง ประหยัดพลังงาน มูลค่าเพิ่มสูง ไม่กระทบสิ่งแวดล้อมและการบริการที่สร้างมูลค่าเพิ่มเช่น การส่งเสริมตั้งสำนักงานภูมิภาคในไทย โดยการส่งเสริมการลงทุนใหม่จะไม่มีการให้สิทธิประโยชน์ตามโซน แต่จะส่งเสริมให้เกิดการลงทุนเป็นคลัสเตอร์ในแต่ละพื้นที่ เช่น คลัสเตอร์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อากาศยาน คลัสเตอร์อาหารแปรรูป อาหารฮาลาล ยางพารา อุตสาหกรรมแฟชั่น
สำหรับกิจการสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มที่ใช้แรงงานมากแต่ถ้าใช้เทคโนโลยีสูงก็อยู่ในข่ายที่ได้รับการส่งเสริม รวมทั้งถ้ากิจการใดที่เน้นการออกแบบก็ยังส่งเสริมการการลงทุน แต่ถ้าเป็นกิจการที่ใช้แรงงานมากและใช้เทคโนโลยีเดิมก็จะส่งเสริมไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน
โอไอ ระบุด้วยว่า ปี 2556 บีโอไอตั้งเป้าในการโรดโชว์ต่างประเทศเพื่อจูงใจนักลงทุนเข้ามาลงทุนในไทย 60 ครั้ง ลดลงจากปกติที่จัดทริปประมาณ 100 ครั้งต่อปี ซึ่งจะมีระดับนายกรัฐมนตรี หรือ ระดับรมว.อุตสาหกรรม เป็นผู้นำในการโรดโชว์ 10 ครั้ง ที่เหลือเป็นระดับผู้บริหารบีโอไอ โดยเน้นประเทศเป้าหมายอย่าง จีน ญี่ปุ่น สหรัฐ อินเดีย และ กลุ่มยุโรป เป็นหลัก ในอุตสาหกรรมไฮเทค ยานยนต์และชิ้นส่วน อิเล็กทรอนิกส์







