
จับตาบอร์ดกทค.เตรียมลงดาบบีเอฟเคที15ม.ค.นี้
บอร์ด กทค.เตรียมฟันสัญญาบีเอฟเคที 15 ม.ค. และเตรียมเรียกประชุมค่ายมือถือแจงเรื่องค่าปรับพรีเพด
บอร์ด กทค.เตรียมฟันสัญญาบีเอฟเคที 15 ม.ค. และเตรียมเรียกประชุมค่ายมือถือแจงเรื่องค่าปรับพรีเพด
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) เตรียมสรุปเรื่องสัญญาของบริษัท บีเอฟเคที ที่ให้บริการโครงข่ายโดยที่ไม่มีใบอนุญาต (ไลเซนส์) ในวันที่ 15 ม.ค. หลังจากการประชุมเมื่อวันที่ 9 ม.ค.ไม่ได้บรรจุวาระดังกล่าวเข้าบอร์ด เนื่องจากบอร์ดต้องการใช้เวลาศึกษารายละเอียดก่อน
สำหรับผลการตรวจสอบดังกล่าว คณะอนุกรรมการเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเกี่ยวกับการดำเนินงานของบีเอฟเคทีได้ส่งเรื่องให้ กสทช.ตั้งแต่วันที่ 30 พ.ย. 2555 ที่ผ่านมา โดยได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่า บีเอฟเคทีเข้าข่ายผิดกฎหมาย เนื่องจากยังไม่ได้รับไลเซนส์ ซึ่งบอร์ด กทค.จะต้องมีข้อสรุปว่าจะดำเนินการในเรื่องนี้อย่างไร เพราะปัจจุบันโครงข่ายดังกล่าวมีบริการทรูมูฟเอช ซึ่งมีฐานลูกค้ามากกว่า 2 ล้านรายใช้บริการอยู่
ทั้งนี้ การที่บอร์ดไม่ได้เร่งสรุปสัญญาดังกล่าว เพราะเกี่ยวพันกับกฎหมายหลายฉบับ โดยเฉพาะกฎหมายอาญา ซึ่งเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน จึงต้องรอบคอบมากที่สุดก่อนมีคำสั่งใดๆ ออกมา เพื่อไม่ให้กระทบกับผู้ใช้บริการและให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้ประกอบการด้วย
นายฐากร กล่าวว่า กสทช.เตรียมเรียกผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกรายประชุมในวันที่ 14 ม.ค. เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับค่าปรับวันละ 1.8 แสนบาทต่อราย กรณีไม่ปฏิบัติคำสั่งของ กสทช.ใน 2 เรื่อง คือ การไม่เก็บข้อมูล (Log File) ของผู้ใช้ในระบบเติมเงิน (พรีเพด) และการกำหนดวันหมดอายุในระบบพรีเพด และเรื่องการผ่อนปรนการเก็บค่าบริการเกินนาทีละ 99 สต. นั้น ซึ่งกสทช.ได้ผ่อนปรนว่าสามารถคิดค่าบริการในรูปแบบเฉลี่ยได้ เช่น นาทีแรก 3 บาท แต่นาทีต่อไป 25 สต. และนาทีต่อไปมีราคาถูกลงอีก โดยไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นทุกนาที 99 สต. โดยการเรียกชี้แจงครั้งนี้ เพื่อยืนยันว่า หากผู้ประกอบการไม่ดำเนินการ กสทช.จะใช้มาตรการเอาผิดอย่างจริงจังและจะไม่ผ่อนผันใดๆ อีก
อย่างไรก็ตาม คำสั่งปรับดังกล่าวจะมีผลย้อนหลังไปถึงวันที่ 5 มิ.ย.2555 กรณีตัดเงินในระบบพรีเพดวันละ 1 แสนบาท และย้อนหลังถึงวันที่ 6 ก.ค.2555 กรณีไม่เก็บล็อกไฟล์ วันละ 8 หมื่นบาท ซึ่งคำสั่งทั้งหมดผ่านมติการรับรองจากบอร์ดกทค.แล้ว และมีผลตั้งแต่วันที่ 3 ม.ค.2556 เป็นต้นไป







