posttoday
สรุปสถานการณ์พลังงานปี 2555

สรุปสถานการณ์พลังงานปี 2555

10 มกราคม 2556

โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ

โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ

ในปี 2555 สภาพเศรษฐกิจในประเทศสามารถฟื้นตัวได้จากปี 2554 ที่ประสบปัญหาอุทกภัยรุนแรง ส่งผลให้ยอดการใช้พลังงานทุกประเภทปรับตัวเพิ่มขึ้น พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน สรุปสถานการณ์พลังงานในปี 2555 ว่า การใช้พลังงานในปี 2555 อ้างอิงจากการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่คาดว่าจะขยายตัว 5.5% โดยมีการใช้พลังงานรวมเพิ่มขึ้น 6.7% จากปี 2554 อยู่ที่ระดับ 1.98 ล้านบาร์เรลต่อวัน เทียบเท่าน้ำมันดิบ

ตัวเลขดังกล่าวแบ่งเป็นการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้น 4.7% อยู่ที่ 7.06 แสนบาร์เรลต่อวัน ก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้น 9.2% อยู่ที่ 8.84 แสนบาร์เรลต่อวัน ถ่านหินนำเข้าเพิ่มขึ้น 14.6% อยู่ที่ 2.34 แสนบาร์เรลต่อวัน ไฟฟ้าพลังน้ำ/ไฟฟ้านำเข้าเพิ่มขึ้น 3.4% อยู่ที่ 5.6 หมื่นบาร์เรลต่อวัน และการใช้ลิกไนต์ลดลง 12.4% อยู่ที่ 9.9 หมื่นบาร์เรลต่อวัน

ขณะที่มูลค่าการใช้พลังงานในภาพรวมของปี 2555 มีมูลค่า 2.13 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.3% จากปี 2554 ที่มีมูลค่า 1.95 ล้านล้านบาท เป็นน้ำมันเพิ่มขึ้น 5.9% มูลค่า 1.29 ล้านล้านบาท ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 16.3% มูลค่า 5.48 แสนล้านบาท ก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้น 26.3% มูลค่า 1.23 แสนล้านบาท ลิกไนต์/ถ่านหิน เพิ่มขึ้น 5.1% มูลค่า 3.27 หมื่นล้านบาท และพลังงานทดแทนเพิ่มขึ้น 3.9% มูลค่า 1.3 แสนล้านบาท

ด้านมูลค่าการนำเข้าพลังงานมีมูลค่ารวม 1.44 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.1% เป็นการน้ำเข้าน้ำมันดิบมากที่สุด คิดเป็นสัดส่วน 77% ของการนำเข้าพลังงานทั้งหมด เนื่องจากปริมาณการนำเข้าที่เพิ่มขึ้นและราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกสูงขึ้น โดยมีปริมาณการนำเข้า 8.58 แสนบาร์เรลต่อวัน มูลค่าการนำเข้า 1.11 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% มีราคาเฉลี่ยน้ำมันดิบนำเข้าอยู่ที่ 114 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นจากปี 2554 ที่ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 110 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล

ขณะเดียวกัน การส่งออกพลังงานในปี 2555 มีมูลค่ารวม 3.989 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.3% เป็นการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปมากที่สุดคิดเป็นสัดส่วน 85% ของการส่งออกทั้งหมด มูลค่า 3.41 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.6% และอีกประมาณ 6 หมื่นล้านบาท เป็นการส่งออกน้ำมันดิบ 5.14 หมื่นล้านบาท และส่งออกไฟฟ้า 6,984 ล้านบาท

หากแยกการใช้พลังงานในแต่ละชนิด พบว่า การใช้น้ำมันกลุ่มเบนซิน รวมแก๊สโซฮอล์ อี10 อี20 อี85 เบนซิน 91 และเบนซิน 95 มีการใช้อยู่ที่ 20.8 ล้านลิตรต่อวัน เพิ่มขึ้น 3.8% ส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มขึ้นในกลุ่มแก๊สโซฮอล์ เนื่องจากมีราคาถูกกว่าเบนซินจากการสนับสนุนให้ใช้พลังงานทดแทนของรัฐบาล และน้ำมันดีเซลมีการใช้อยู่ที่ 55.8 ล้านลิตรต่อวัน เพิ่มขึ้น 6.6% ตามภาวะเศรษฐกิจประเทศที่ขยายตัว

ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอลพีจี) มีการใช้ที่ระดับ 7.35 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 6.7%โดยแยกเป็นการใช้ในภาคครัวเรือน 3.05 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 14.6% ภาคอุตสาหกรรม 6.16 แสนตัน ลดลง 14.1% ภาคขนส่ง 1.06 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 15.2% ภาคปิโตรเคมี 2.52 ล้านตัน ในส่วนของก๊าซธรรมชาติมีการใช้ที่ระดับ 4,507 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน เพิ่มขึ้น 9.1% โดยก๊าซธรรมชาติส่วนใหญ่ใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าคิดเป็นสัดส่วน 59% ของการใช้ทั้งหมด ใช้ในโรงแยกก๊าซสัดส่วน 21% ใช้ในภาคอุตสาหกรรมเป็นสัดส่วน 14% และใช้ในยานยนต์ 6%

ด้านการใช้ไฟฟ้าในปี 2555 มีกำลังการผลิตไฟฟ้าที่ระดับ 3.22 หมื่นเมกะวัตต์ ผลิตไฟฟ้าจำนวน 1.75 แสนล้านหน่วย เพิ่มขึ้น 8% โดยมีก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลัก มีการใช้ไฟฟ้ารวมทั้งประเทศอยู่ที่ 1.61 แสนล้านหน่วย เพิ่มขึ้น 8.5% เนื่องจากสภาพอากาศในช่วงเดือน เม.ย. 2555ร้อนจัด และการฟื้นตัวของภาคธุรกิจขนาดใหญ่และครัวเรือนหลังจากประสบภัยน้ำท่วม โดยในปี 2555 มีความต้องการไฟฟ้าสูงสุด (พีก) เกิดขึ้นในวันที่ 26 เม.ย. เวลา 14.30 น. ที่ระดับ 2.67 หมื่นเมกะวัตต์ เพิ่มขึ้น 9.2%

สำหรับการจัดเก็บค่าไฟฟ้าผันแปรโดยอัตโนมัติ (เอฟที) ในปี 2555 ในช่วงเดือน ม.ค.-พ.ค. ค่าเอฟที อยู่ที่ระดับ 0 สตางค์ต่อหน่วย หลังจากนั้นมีการปรับค่าเอฟทีเพิ่มขึ้น โดยในช่วงเดือน มิ.ย.ส.ค. อยู่ที่ระดับ 30 สตางค์ต่อหน่วย ช่วงเดือน ก.ย.-ธ.ค. มีการปรับขึ้นอีก 18 สตางค์ต่อหน่วย เนื่องจากราคาเชื้อเพลิงที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นค่าเอฟทีในช่วงเดือน ก.ย.-ธ.ค. ที่เรียกเก็บกับประชาชนจึงอยู่ที่ระดับ 48 สตางค์ต่อหน่วย

ในด้านการจัดหาปิโตรเลียมในปี 2555 (ม.ค.พ.ย.) จัดหาก๊าซธรรมชาติได้รวม 4,683 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน จากแหล่งในประเทศ 2,961 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน จากแหล่งยาดานาและเยตากุน 970 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน และจากพื้นที่พัฒนาร่วมไทยมาเลเซีย 752 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ส่วนการจัดหาน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลวอยู่ที่ 2.35 แสนบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ รายได้จากการจัดหาปิโตรเลียมค่าภาคหลวงและภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเก็บได้อยู่ที่ 1.6 แสนล้านบาท จัดสรรให้ท้องถิ่น 4,644 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ