
ชมรมอนุพันธ์คุมงบทำการตลาด
ชมรมอนุพันธ์ออกประกาศหั่นงบทำการตลาดเหลือไม่เกิน 2 ล้านบาทต่อปี หรือไม่เกิน 2% ของคอมมิชชัน
ชมรมอนุพันธ์ออกประกาศหั่นงบทำการตลาดเหลือไม่เกิน 2 ล้านบาทต่อปี หรือไม่เกิน 2% ของคอมมิชชัน
นายชาญชัย กงทองลักษณ์ ประธานกรรมการชมรมผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เปิดเผยว่า คณะกรรมการชมรมฯ ได้เห็นชอบให้ปรับปรุงประกาศเรื่องวงเงินการจัดกิจกรรมส่งเสริมการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยกำหนดวงเงินให้ผู้ประกอบการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายได้ไม่เกิน 2 ล้านบาทต่อปี หรือไม่เกิน 2% ของรายได้ค่าธรรมเนียมจากการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของบริษัท (คอมมิชชัน) ในปีที่ผ่านมา แต่ไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อปี
นอกจากนี้ บริษัทสมาชิกต้องไม่จัดกิจกรรมส่งเสริมการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในรูปแบบการจับสลากหรือชิงโชค และในกรณีที่บริษัทสมาชิกต้องการจัดกิจกรรมส่งเสริมการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยให้รางวัลแก่พนักงานของบริษัท มูลค่าของรางวัลที่จัดสรรให้ต้องไม่เกิน 10% ของวงเงินที่กำหนดให้ทำกิจกรรมส่งเสริมการขายแต่ละปี ทั้งนี้ ประกาศดังกล่าวให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมา
“การปรับปรุงหลักเกณฑ์เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ที่ต้องการให้มีแนวทางร่วมกันในการกำกับดูแลการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายของผู้ประกอบธุรกิจ และเห็นควรให้ผู้ประกอบการงดจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายในรูปแบบการจับสลากหรือชิงโชค รวมทั้งมีการกำหนดวงเงินในการจัดกิจกรรมให้เหมาะสมกับการดำเนินธุรกิจด้วย” นายชาญชัย เปิดเผย
แหล่งข่าววงการอนุพันธ์ กล่าวว่า การจัดกิจกรรมการตลาดของโบรกเกอร์อนุพันธ์ในอดีตถือว่าค่อนข้างรุนแรง เพราะเนื่องจากโบรกเกอร์แต่ละแห่งต้องการครองส่วนแบ่งการตลาดให้ได้มากที่สุด จึงให้ของรางวัลหรือให้ส่วนลดต่างๆ เพื่อจูงใจนักลงทุนเปิดบัญชีและซื้อขายสินค้าอนุพันธ์ แต่ปัจจุบันการแข่งขันเริ่มลดน้อยลง เนื่องจากพฤติกรรมของนักลงทุนเริ่มเปลี่ยนไป โดยให้ความสำคัญกับของรางวัลน้อยลง แต่ให้น้ำหนักกับการให้บริการที่ดีมากขึ้น เช่น การให้บริการของเจ้าหน้าที่การตลาด การให้คำแนะนำการลงทุนที่แม่นยำ และระบบซื้อขายที่สะดวกสบาย เป็นต้น
“การลดวงเงินทำการตลาดถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะเท่ากับมีหลักประกันว่าโบรกเกอร์จะไม่ไปแข่งขันในเรื่องของรางวัลมากเกินไป ไม่ว่าภาวะตลาดอนุพันธ์จะเป็นอย่างไร ซึ่งจะเป็นผลเสียต่ออุตสาหกรรมและวงเงินจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายไม่เกิน 2 ล้านบาทต่อปี ถือว่าไม่น้อยเกินไปจนส่งผลกระทบต่อการทำธุรกิจ” แหล่งข่าว เปิดเผย







