posttoday
ทัพ(ทุน)ไทยไปพม่าแบงก์ตามบริการลูกค้า

ทัพ(ทุน)ไทยไปพม่าแบงก์ตามบริการลูกค้า

10 มกราคม 2556

โดย...ดำรงเกียรติ มาลา

โดย...ดำรงเกียรติ มาลา

หลังจากการเปิดประเทศของพม่า มีการปฏิรูปกฎหมายให้เอื้อต่อการลงทุน รองรับทุนต่างชาติ ทำให้ทุนต่างชาติหลั่งไหลเข้าไปในพม่า เพื่อใช้จุดแข็งด้านค่าแรงงานต่ำของพม่ามาใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อภาคการผลิตให้ได้ต้นทุนต่ำที่สุด

ทัพธุรกิจไทยแห่รุกลงทุนตลาดพม่า พลังงานอสังหาริมทรัพย์ค้าปลีก เริ่มใส่เกียร์เดินหน้าปีนี้

สุรงค์ บูลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท ปตท. เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทมีแผนที่ชัดเจนแล้วว่าจะมีการขยายการลงทุน (Investment Program) ในประเทศพม่าอย่างเป็นรูปธรรมในระยะยาว โดยในส่วนของธุรกิจต้นน้ำคาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะสามารถขุดเจาะก๊าซธรรมชาติจากแหล่งโซติกา (Zotica) ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานในทะเลแห่งใหม่ที่จะช่วยเพิ่มกำลังผลิตก๊าซธรรมชาติให้ ปตท.ได้อีก 3,000 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน เพิ่มเติมจาก 2 แหล่งเดิม คือ แหล่งเยตากุนและยาดานา ที่ปัจจุบันมีกำลังผลิตรวมกันอยู่ที่ 1,000 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน หรือคิดเป็น 20% ของการผลิตกระแสไฟฟ้าของไทย นอกจากนี้ล่าสุดบริษัทยังได้รับสัมปทานการสำรวจแหล่งน้ำมันบนบกจากทางการพม่า ซึ่งในช่วงสิ้นเดือน ม.ค.นี้จะเริ่มนำนักวิเคราะห์เข้ามาศึกษาความเป็นไปได้

อย่างไรก็ตาม พลังงานในแหล่งโซติกา ปตท.จะส่งให้กับพม่าด้วย เนื่องจากปัจจุบันพม่ายังประสบปัญหาขาดแคลนพลังงาน ดังนั้นในแหล่งโซติกา ปตท.จะส่งก๊าซให้กับพม่า 20% หรือประมาณ 600 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน

“ตอนนี้พม่าต้องการใช้พลังงานมากขึ้น เขาจึงเริ่มถามมาว่า เขาขายก๊าซให้เราแต่เขาเองไม่พอใช้ ในอนาคตถ้าเขาสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่ม เขาก็ต้องใช้ก๊าซจากเรา ฉะนั้นก๊าซในรุ่นต่อๆ ไปซึ่งมีอีก 23 แหล่ง เราจะส่งให้พม่าด้วยเพื่อช่วยให้เขามีใช้เพียงพอ” สุรงค์ กล่าว

ขณะเดียวกันบริษัทยังได้เตรียมแผนขยายธุรกิจรีเทลในพม่าไว้ด้วยเช่นกัน โดยตั้งเป้าว่าภายในปีนี้จะมีการเปิดให้บริการปั๊มน้ำมันในรูปแบบ Life Station ที่เป็นมาตรฐานเดียวกับไทย คือ มีบริการ Wifi และมีร้านกาแฟ เป็นแห่งแรกในพม่า ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนวางแผนก่อสร้างคลังน้ำมัน สถานีและช่องทางการขาย และในระยะต่อไปจะสนับสนุนให้มีการกลั่นน้ำมันร่วมกัน เนื่องจากปัจจุบันปริมาณรถยนต์ในพม่าเติบโตขึ้นเร็วมาก ทำให้อุปสงค์การใช้น้ำมันเพิ่มขึ้น

ประศาสน์ ตั้งมติธรรม กรรมการ บริษัท ศุภาลัย กล่าวว่า บริษัทมีแผนจะเข้ามาลงทุนระยะยาวในพม่า ในรูปโครงการที่อยู่อาศัยและอาคารสำนักงาน โดยจะลงทุนผ่านบริษัทลูกในพม่าที่ศุภาลัยถือหุ้นเอง 100% โดยคาดว่าโครงการนี้จะเป็นรูปธรรมได้ในปีนี้ เนื่องจากบริษัทได้รับสัมปทานเช่าที่ดินระยะ 30 ปี จากทางการพม่าแล้ว จึงเหลือเพียงรอความชัดเจนทางกฎหมายก่อนเริ่มก่อสร้าง

“งบลงทุนต่างประเทศในปีนี้เราตั้งไว้ 2,000 ล้านบาท สำหรับลงทุนใน 2 ประเทศในอาเซียน คือ พม่า ซึ่งมองว่าเป็นตลาดที่มีดีมานด์ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์สูง ส่วนอีกประเทศยังอยู่ระหว่างตัดสินใจ” ประศาสน์ กล่าว

พิพัฒ พะเนียงเวทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเพรสซิเดนท์ฟูดส์ เปิดเผยว่า ภายในปีนี้บริษัทจะใช้งบลงทุน 200 ล้านบาท เพื่อตั้งโรงงานผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาม่าในประเทศพม่าเป็นแห่งที่ 2 เนื่องจากขณะนี้กำลังการผลิตในโรงงานที่ย่างกุ้งได้เต็มความจุแล้ว

ขณะที่ยอดขายในพม่ามีการเติบโตต่อเนื่อง จึงไม่สามารถรอการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมได้ โดยโรงงานใหม่นี้จะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตจาก 2 หมื่นหีบต่อเดือน เป็น 6 หมื่นหีบต่อเดือน

“การค้าระหว่างไทยกับพม่ากำลังเติบโต จึงอยากฝากให้ภาครัฐเข้ามาช่วยเพิ่มช่องทางเปิดด่านการค้าตามแนวชายแดนให้มากขึ้น ยิ่งมากยิ่งดี รวมทั้งพัฒนาระบบคมนาคม หากทำได้จะช่วยให้ธุรกิจเอสเอ็มอีและรายเล็กได้รับโอกาสนี้ไปด้วย” พิพัฒ กล่าว

วันดี กุญชรยาคง ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โซล่า เพาเวอร์ กล่าวว่า ขณะนี้พม่ามีความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าสูง บริษัทจึงมีแผนจะเข้ามาลงทุนทำโรงงานพลังงานแสงอาทิตย์ในเร็วๆ นี้ โดยเบื้องต้นโมเดลจะเป็นลักษณะการขายไฟฟ้าให้กับชุมชน ซึ่งโครงการแรกจะอยู่ที่มัณฑะเลย์ กำลังการผลิตประมาณ 2 เมกะวัตต์ ใช้เงินลงทุนเบื้องต้น 100150 ล้านบาท

ทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า การปรับปรุงกฎหมายการลงทุนของธุรกิจต่างชาติของพม่าในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ได้ส่งผลให้ธุรกิจไทยสนใจเข้ามาลงทุนในพม่าเพิ่มขึ้นมาก อย่างไรก็ดีธนาคารได้แบ่งธุรกิจที่จะเข้ามาเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรก คือ ธุรกิจควรเร่งเข้ามาลงทุนโดยเร็ว เช่น ภาคบริการ ร้านอาหาร โรงแรม ธุรกิจแฟรนไชส์ ศูนย์บริการรถยนต์ และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการสร้างสาธารณูปโภคต่างๆ เช่น โรงไฟฟ้า ถนน การก่อสร้าง ซึ่งพม่ายังขาดแคลน

กลุ่มที่ 2 คือ ธุรกิจที่ควรรออีก 12 ปี เพื่อให้ระบบสาธารณูปโภคพม่ามีความพร้อมกว่านี้ก่อน เช่น อุตสาหกรรมที่ใช้แรงงาน ซึ่งต้องการย้ายฐานผลิตเข้ามาเพื่อลดผลกระทบค่าจ้าง เพราะแม้ต้นทุนค่าจ้างจะต่ำ แต่หากไม่มีไฟฟ้าเพียงพอ ธุรกิจจะประสบปัญหาเช่นกัน

“ตลาดพม่ามีศักยภาพมาก แต่ขณะนี้ยังต้องรอให้กรอบกฎหมายการลงทุนของต่างชาติใหม่ชัดเจนก่อนว่าแต่ละอุตสาหกรรมจะเป็นยังไง ซึ่งคงใช้เวลาอีก 3 เดือน บางธุรกิจไทยควรเข้ามาโดยเร็ว หากช้าประตูโอกาสจะปิด ไม่ต้องมาแล้ว เช่น ภาคบริการ แต่บางธุรกิจควรรอให้โครงสร้างเขาพร้อม” ทรงพล กล่าว

เมื่อลูกค้าเข้าไปลงทุนในพม่าแล้ว ธนาคารพาณิชย์ไทยก็ต้องตามไปดูแลลูกค้า ซึ่งถือเป็นโอกาสในการขยายธุรกิจอีกทางหนึ่ง

ก่อนวิกฤตต้มยำกุ้ง ธนาคารพาณิชย์หลายแห่งได้เข้าไปเปิดสำนักงานสาขาในพม่า แต่เมื่อเกิดวิกฤตสถาบันการเงินทุกธนาคารปิดสำนักงานตัวแทนในหลายประเทศหมด และทบทวนแผนการเปิดสาขาต่างประเทศใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ

ธนาคารกรุงเทพถือเป็นเจ้าแรกที่เข้าไปบุกเบิกตลาดในพม่า โดยได้รับใบอนุญาตจากธนาคารกลางของพม่านานกว่า 17 ปี พร้อมทั้งขยายเครือข่ายไปในธนาคารของรัฐ 2 แห่ง เอกชน 4 แห่ง และสำนักงานผู้แทนในกรุงย่างกุ้ง เพื่อให้บริการธุรกรรมด้านการค้า การลงทุน และการโอนเงินแก่คู่ค้าในพม่า ทำให้ธนาคารจะมีเครือข่ายพันธมิตรในพม่ารวม 6 ราย ส่วนธนาคารกรุงไทย ไทยพาณิชย์ และกสิกรไทย ก็เปิดสำนักงานตัวแทนในพม่าแล้วเช่นกัน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท