posttoday
เช็กความพร้อมยุทธศาสตร์โลจิสติกส์

เช็กความพร้อมยุทธศาสตร์โลจิสติกส์

09 มกราคม 2556

โดย...วงศ์สุภัทร์ คงสวัสดิ์

โดย...วงศ์สุภัทร์ คงสวัสดิ์

จากรายงานผลการสำรวจปริมาณสินค้าที่มีการเคลื่อนย้ายทั่วโลกปี 2553 ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) พบว่าสินค้ากว่าครึ่งหนึ่งของโลกเคลื่อนย้ายในแถบเอเชียแปซิฟิก สอดรับกับการเร่งปรับตัวให้เป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งไทยจะต้องปรับระบบโลจิสติกส์ให้เชื่อมโยงกับกลุ่มตลาดในภูมิภาคอาเซียน รวมทั้งต้องพัฒนาเครือข่ายบริการและสินค้าไปสู่กลุ่มประเทศคู่ค้าใหม่ เช่น ละตินอเมริกา แอฟริกา เป็นต้น

ในส่วนของกระทรวงคมนาคมซึ่งจะต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศเพื่อรองรับนั้น ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม กล่าวว่า แผนยุทธศาสตร์โลจิสติกส์กระทรวงคมนาคมเพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศส่วนใหญ่อยู่ใน พ.ร.บ.เงินกู้ 2.2 ล้านล้าน ซึ่งอาจเพิ่มหรือลดตามความเหมาะสม โดยการพิจารณาของสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กระทรวงการคลัง

“โครงการเงินกู้อาจมีการทำบัญชีแผนงานก่อสร้างต่างๆ แนบท้ายกฎหมายเพื่อเป็นทางเลือก โดยคาดว่า พ.ร.บ.เงินกู้ดังกล่าวจะเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาต้นปีนี้ โดยในส่วนของกระทรวงคมนาคมจะดำเนินการไปก่อน และมีการจัดลำดับความสำคัญว่าโครงการใดมีความสำคัญมากที่สุด สามารถลดต้นทุนโลจิสติกส์ของประเทศได้มากกว่า อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับด้วยว่าเราจะดูในมิติของคมนาคมเท่านั้น แต่ภาพรวมเป็นเรื่องที่กระทรวงการคลังเข้ามาดูด้วย”

สำหรับหลักเกณฑ์การพิจารณาโครงการที่จะเกิดขึ้นก่อนหรือหลัง จะเป็นไปตามข้อกำหนดต่างๆ ดังนี้ คือ ความพร้อมด้านพื้นที่ตั้งโครงการ การจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน ซึ่งตามร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ สามารถใช้สำหรับค่าใช้จ่ายเป็นการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน และการจ้างที่ปรึกษา การสำรวจและออกแบบรายละเอียดของโครงการ การศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (EIA) และประเมินผลกระทบทางสุขภาพและสังคม (HIA) ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ได้รับอนุมัติจาก ครม.แล้ว ได้ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องแล้ว ระยะเริ่มต้นและแล้วเสร็จของโครงการ จะต้องสิ้นสุดภายใน พ.ร.บ.เงินกู้ หรือสามารถก่อหนี้ผูกพันตามสัญญาได้ตามที่ระยะเวลา พ.ร.บ.เงินกู้ มีผลบังคับใช้

นอกจากนี้ เพื่อให้สามารถผลักดันโครงการลงทุนที่เหมาะสม เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศในระยะยาวได้มากยิ่งขึ้น ให้รวมการดำเนินโครงการในส่วนของขั้นตอนการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบรายละเอียดเพื่อก่อสร้าง ให้สามารถบรรจุเป็นโครงการภายใต้ร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ ได้ด้วย

อีกทั้งจะต้องมีการแบ่งประเภทโครงการออกเป็น 4 รูปแบบ คือ 1.โครงการที่มีความสำคัญสูงสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ เริ่มก่อสร้างได้ภายใน 1 ปี 2.โครงการที่สำคัญสูงแต่ยังไม่พร้อมดำเนินการก่อสร้าง อยู่ในขั้นตอนการศึกษาความเหมาะสมและการออกแบบ 3.โครงการที่ไม่มีความจำเป็นต้องเร่งรัด แต่มีความสำคัญ และ 4.โครงการที่มีความพร้อมน้อย มีความเสี่ยงสูง ไม่สามารถดำเนินการได้ทันภายในปี 2563 โดยโครงการทางรางจะใช้เงินมากที่สุด รองลงมา คือ โครงการพัฒนาทางถนนและทางน้ำ ส่วนโครงการพัฒนาส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานทางอากาศเป็นงบของรัฐวิสาหกิจและเอกชน ซึ่งโครงสร้างพื้นฐานในส่วนของกระทรวงคมนาคมที่จะต้องใช้เงินกู้จาก พ.ร.บ.ดังกล่าว คาดว่าจะคิดเป็นสัดส่วนของระบบราง 72% ถนน 27% และทางน้ำอีก 1%

จากข้อมูลทั้งหมดโครงการที่เข้าสู่ พ.ร.บ.เงินกู้ครั้งนี้ ได้แก่ โครงการปรับปรุงทางระยะที่ 5 และ 6 สายอีสานระยะทาง 586 กม. กำหนดแล้วเสร็จภายในปี 2556 โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ระยะเร่งด่วน ประกอบด้วย 1.แก่งคอยคลองสิบเก้าฉะเชิงเทรา2.ลพบุรีปากน้ำโพ 3.มาบกะเบาชุมทางจิระ 4.นครปฐมหัวหิน 5.จิระขอนแก่น และ 6.ประจวบคีรีขันธ์ชุมพร

โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดง บางซื่อรังสิต สายสีม่วง บางใหญ่ราษฎร์บูรณะ สายสีน้ำเงิน หัวลำโพงบางแค และบางซื่อท่าพระ สายสีชมพู แครายมีนบุรี สายสีเขียว หมอชิตสะพานใหม่คูคต สายสีส้ม ศูนย์วัฒนธรรมฯมีนบุรี และแอร์พอร์ตลิงค์ส่วนต่อขยายจากสุวรรณภูมิพัทยาระยอง นอกจากนี้ยังมีโครงการออกแบบก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง อาทิ กรุงเทพฯพิษณุโลก กรุงเทพฯหัวหิน และโครงการก่อสร้างมอเตอร์เวย์สายบางปะอินโคราช และบางใหญ่กาญจนบุรี

อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจกรอบและแผนงานการส่งเสริมพัฒนาระบบโลจิสติกส์ ซึ่งต้องอาศัยงบประมาณจาก พ.ร.บ.เงินกู้ จะสำเร็จหรือไม่ เป็นเรื่องที่รัฐบาลจะต้องแสดงความจริงใจในการผลักดันและปฏิบัติ เพื่อให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาเชื่อถือ แผนงานจึงได้รับการเห็นชอบและนำมาดำเนินการต่อ ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ประกอบการธุรกิจของไทยต่อไป แม้แผนงานในกระดาษจะสำเร็จไปครึ่งหนึ่ง แต่ความสำเร็จอีกครึ่งอยู่ที่รัฐบาลเองว่าจะทำให้ไทยมีความพร้อมด้านโลจิสติกส์สำเร็จได้หรือไม่ เป็นเรื่องที่ต้องรอการพิสูจน์นับจากนี้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท