posttoday
เปิดแผนรุกอินทัชพร้อมรับดิจิตอลบูม

เปิดแผนรุกอินทัชพร้อมรับดิจิตอลบูม

09 มกราคม 2556

แม้จะอยู่ระหว่างรอบทสรุปและรายละเอียดที่ชัดเจนจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ทั้งเรื่องราคาเริ่มต้นประมูลช่องรายการและการให้ใบอนุญาต (ไลเซนส์) ประเภทต่างๆ แต่กลุ่มอินทัชยังมีจุดยืนที่แน่วแน่และมีความพร้อมเต็มที่ที่จะก้าวสู่สมรภูมิทีวีดิจิตอล ตามแผนธุรกิจที่เดิมที่ได้เคยประกาศไว้ตั้งแต่ปี 2555 ว่าสนใจที่จะขยายเข้าสู่ธุรกิจทีวี ทั้งการเป็นผู้ให้บริการโครงข่ายและการประมูลช่องรายการรวม 3 ช่อง โดยจะเป็นช่องที่มีรายการครบถ้วน คือ ข่าว บันเทิง และกีฬา ซึ่งเป็นคอนเทนต์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง

แม้จะอยู่ระหว่างรอบทสรุปและรายละเอียดที่ชัดเจนจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ทั้งเรื่องราคาเริ่มต้นประมูลช่องรายการและการให้ใบอนุญาต (ไลเซนส์) ประเภทต่างๆ แต่กลุ่มอินทัชยังมีจุดยืนที่แน่วแน่และมีความพร้อมเต็มที่ที่จะก้าวสู่สมรภูมิทีวีดิจิตอล ตามแผนธุรกิจที่เดิมที่ได้เคยประกาศไว้ตั้งแต่ปี 2555 ว่าสนใจที่จะขยายเข้าสู่ธุรกิจทีวี ทั้งการเป็นผู้ให้บริการโครงข่ายและการประมูลช่องรายการรวม 3 ช่อง โดยจะเป็นช่องที่มีรายการครบถ้วน คือ ข่าว บันเทิง และกีฬา ซึ่งเป็นคอนเทนต์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง

ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มธุรกิจใหม่ อินทัช และประธานเจ้าหน้าที่บริหารไทยคม กล่าวว่า สาเหตุที่อินทัชให้ความสำคัญในธุรกิจทีวีนั้น เพราะเห็นว่าประเทศไทยกำลังก้าวสู่ยุคดิจิตอลเต็มรูปแบบ ทั้งในเรื่องของโครงข่ายการสื่อสารโทรคมนาคมกับเทคโนโลยี 3จี ที่เพิ่งประมูลเสร็จสิ้นไป และการเปลี่ยนผ่านระบบการออกอากาศจากอะนาล็อกไปสู่ทีวีดิจิตอล ซึ่งทำให้เกิดการคอนเวอร์เจนซ์อย่างสมบูรณ์แบบระหว่างโทรคมนาคมและบรอดคาสต์ โดยการเข้าสู่ธุรกิจบรอดคาสต์ของอินทัช จะใช้จุดแข็งเรื่องโครงข่ายโทรคมนาคมของบริษัทลูก คือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) และไทยคม

ทั้งนี้ อินทัชสนใจทั้งการเป็นผู้ให้บริการโครงข่ายที่จะใช้จุดแข็งของสถานีฐานเอไอเอสกว่า 1 หมื่นแห่ง เข้าไปช่วยเติมเต็มในส่วนที่โครงข่ายหลักเข้าไปไม่ถึง และการเข้าร่วมประมูลช่องรายการที่จะเน้นให้มีรายการครบรสใน 1 ช่อง โดยจะให้ความสำคัญในเรื่องของการนำเสนอคอนเทนต์ที่แปลกใหม่ผ่านโครงการกองทุนร่วมทุน (Venture Capital) ที่อินทัชมีงบประมาณสนับสนุนปีละไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท

สำหรับโครงการเวนเจอร์ แคปปิตอล โครงการแรกที่สำเร็จไปแล้ว คือ บริษัท อุ๊กบี ผู้ผลิตซอฟต์แวร์นิตยสารออนไลน์ (อีบุ๊ก) ในวงเงิน 58 ล้านบาท ซึ่งโครงการเวนเจอร์ แคปปิตอล ของกลุ่มอินทัชนั้น ให้ความสำคัญไปที่การทำตลาดให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยมากกว่าการช่วยเหลือเรื่องเงินทุนเพียงอย่างเดียว ซึ่งหลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว ทางอินทัชยังได้พาอุ๊กบีไปเปิดตลาดใหม่กับพันธมิตรในต่างประเทศ คือ สิงเทล สตาร์ฮับ ประเทศสิงคโปร์ แมกซิส ประเทศมาเลเซีย รวมถึงการตั้งสำนักงานในประเทศเวียดนามอีกด้วย

ศุภจี กล่าวว่า เร็วๆ นี้จะเปิดตัวเอสเอ็มอีรายใหม่ที่จะได้รับคัดเลือกเข้าสู่โครงการเวนเจอร์ แคปปิตอล ที่ยังคงเน้นในภาคที่อินทัชมีความถนัด คือ ไอซีที มีเดีย โทรคมนาคม โดยคอนเทนต์ที่พัฒนานั้นจะถูกนำไปให้บริการในทุกช่องทางของกลุ่มอินทัช ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ ทีวีดาวเทียม รวมไปถึงช่องรายการดิจิตอลที่อินทัชจะเข้าประมูลอีกด้วย

ไม่เพียงแต่คอนเทนต์ในประเทศเท่านั้นที่อินทัชให้ความสำคัญ เพราะอินทัชยังจะร่วมใช้คอนเทนต์ (Sharing Content) กับพันธมิตรธุรกิจที่แข็งแรง คือ สิงเทล ซึ่งมีคอนเทนต์ระดับภูมิภาคเอเชียอยู่ในมือแล้ว ก็สามารถนำคอนเทนต์ดังกล่าวมากระจายผ่านบริษัทในเครือของอินทัชได้เช่นกัน

“คอนเทนต์จะกลายเป็นจุดสำคัญที่จะทำให้ผู้ใช้เลือกหรือไม่เลือกว่าจะรับชมหรือจะใช้บริการหรือไม่ เพราะเมื่อก้าวเข้าสู่ดิจิตอลอย่างเต็มรูปแบบ คอนเทนต์ที่แตกต่างและน่าสนใจ คือ หัวใจหลัก ที่จะเป็นจุดเปลี่ยนทั้งหมดของอุตสาหกรรม” ศุภจี กล่าว

ขณะที่ความร่วมมือกับพันธมิตรในประเทศจะดำเนินการผ่านบริษัทลูกอย่างไทยคม ที่เตรียมพร้อมเพื่อรับการเติบโตของธุรกิจบรอดคาสต์เต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งบริษัทใหม่ ทีซี บรอดคาสติ้ง เพื่อรองรับการขอไลเซนส์จาก กสท.ทุกรูปแบบ และอยู่ระหว่างการเจรจากับบริษัท อสมท และเคเบิล ไทย โฮลดิ้ง (ซีทีเอช) เพื่อร่วมกันให้บริการโครงข่ายทีวีดาวเทียม ที่สามารถสานต่อไปยังการให้บริการทีวีดิจิตอลในอนาคตเช่นกัน

ศุภจี กล่าวว่า ภาพรวมตลอดทั้งปี 2556 จะเห็นจุดเปลี่ยนที่ชัดเจน 2 เรื่อง คือ การบริโภคดาตาที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก และการคอนเวอร์เจนซ์ระหว่างบรอดคาสต์และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์) ซึ่งตัวอย่างที่ชัดเจน คือ ดูทีวีที่บ้าน คือ บรอดคาสต์ ขณะที่ดูนอกบ้านผ่านบรอดแบนด์และสมาร์ต ดีไวซ์ ทุกรูปแบบ ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยกลายเป็นประเทศแห่งโครงข่ายดิจิตอลและกลายเป็นสังคมแห่งดิจิตอลเต็มรูปแบบ

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบดิจิตอลถือเป็นเรื่องใหม่ที่ต้องการความชัดเจนอย่างมากจากหน่วยงานกำกับดูแลอย่าง กสท. ว่าจะมีนโยบายเกี่ยวกับการสนับสนุนทั้งในเรื่องของความพร้อมด้านการกระจายโครงข่าย และกล่องรับชม (เซตท็อปบอกซ์) และจะทำอย่างไรที่จะให้ผู้ชมเลือกรับชมรายการในระบบดิจิตอล มากกว่าทีวีดาวเทียมสารพัดกล่องที่มีอยู่แล้วในปัจจุบัน ก็เท่ากับว่าเปลี่ยนจากเสาก้างปลาสู่ระบบกล่องรับสัญญาณแล้วเช่นกัน

ดังนั้น นโยบายของหน่วยงานที่กำกับดูแลถือเป็นสิ่งจำเป็นมากที่จะทำให้ผู้ประกอบการตัดสินใจและวางแผนการลงทุนทั้งหมดได้ ท่ามกลางความหวังว่าจะเกิดขึ้นแน่นอนเดือน มี.ค.นี้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท