
Yield Curve เพิ่มขึ้นในตราสารอายุตั้งแต่3ปีขึ้นไป
ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ในสัปดาห์นี้ (24 ม.ค. 2556) มีมูลค่ารวม 228,980 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 76,327 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้านี้ประมาณ 42% ทั้งนี้ เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้วจะพบว่ากว่า 73% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 166,952 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (State Agency Bond) ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นตราสารที่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน) ในขณะที่พันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยกระทรวงการคลัง (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 53,637 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชน (Corporate Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 4,256 ล้านบาท หรือคิดเป็น 23% และ 2% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตามลำดับ
ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ในสัปดาห์นี้ (24 ม.ค. 2556) มีมูลค่ารวม 228,980 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 76,327 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้านี้ประมาณ 42% ทั้งนี้ เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้วจะพบว่ากว่า 73% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 166,952 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (State Agency Bond) ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นตราสารที่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน) ในขณะที่พันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยกระทรวงการคลัง (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 53,637 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชน (Corporate Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 4,256 ล้านบาท หรือคิดเป็น 23% และ 2% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตามลำดับ
สำหรับพันธบัตรรัฐบาล รุ่นที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรก คือ รุ่น LB176A (อายุ 4.5 ปี) LB21DA (อายุ 9 ปี) และ LB155A (อายุ 2.4 ปี) มีมูลค่าการซื้อขายในแต่ละรุ่นเท่ากับ 11,037 ล้านบาท 9,484 ล้านบาท และ 7,668 ล้านบาท ตามลำดับ
ส่วนพันธบัตรที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย คือ รุ่น CB13122A (อายุ 14 วัน) CB13110A (อายุ 28 วัน) และ CB13307A (อายุ 91 วัน) มูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 43,655 ล้านบาท 8,707 ล้านบาท และ 8,018 ล้านบาท ตามลำดับ
ทางด้านหุ้นกู้ภาคเอกชน ได้แก่ หุ้นกู้ของบริษัท อยุธยา แคปปิตอล ออโต้ ลีส รุ่น AYCAL145A (A+) มูลค่าการซื้อขาย 645 ล้านบาท หุ้นกู้ของบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา รุ่น CPN156A (A+) มูลค่าการซื้อขาย 585 ล้านบาท และหุ้นกู้ของบริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) รุ่น TLT138A (AAA) การซื้อขาย 394 ล้านบาท
เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Yield Curve) ปรับตัวเพิ่มขึ้นในตราสารอายุตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป โดยปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วง +3 ถึง +11 Basis Point (100 Basis Point มีค่าเท่ากับ 1%) ขณะที่อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรอายุ 1 เดือน ปรับตัวลดลงประมาณ 1 Basis Point
ความเคลื่อนไหวของตลาดตราสารหนี้ไทยในช่วงสัปดาห์แรกของปี 2556 นี้ เป็นการปรับตัวตามตลาดตราสารหนี้ของประเทศสหรัฐเป็นหลัก ทั้งนี้ อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลไทยที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นการปรับตัวตามผลตอบแทนของพันธบัตรสหรัฐ (US Treasury) ที่ขยับตัวเพิ่มสูงขึ้นด้วยเช่นกัน หลังจากที่สภาคองเกรสของสหรัฐมีมติเห็นชอบในแผนการปรับขึ้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินปันผลและกำไรจากการลงทุน พร้อมกับเลื่อนแผนตัดลดค่าใช้จ่ายของภาครัฐออกไปอีก 2 เดือน โดยนักลงทุนมองว่าเป็นแนวโน้มที่ดีของการแก้ไขปัญหาหน้าทางการคลัง (Fiscal Cliff) ในขณะนี้
อย่างไรก็ตาม ประเด็นเรื่องเพดานหนี้สาธารณะของสหรัฐ ยังคงเป็นปัจจัยที่คอยกดดันบรรยากาศการลงทุนอยู่ต่อไป โดยสภาคองเกรสจะมีการพิจารณาเกี่ยวกับประเด็นนี้อีกครั้งในช่วงเดือน ก.พ. ซึ่งโดยรวมแล้วด้วยสถานการณ์และแนวโน้มที่ค่อนข้างเป็นบวก ทำให้มีเม็ดเงินส่วนหนึ่งไหลออกจากสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น ตราสารหนี้ และเข้าไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงขึ้น เช่น หุ้นสามัญในตลาดหุ้น ดังจะเห็นได้จากการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นของดัชนีตลาดหลักทรัพย์ในประเทศต่างๆ ทั่วโลก ขณะที่ผลตอบแทนของพันธบัตรปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น (ราคาพันธบัตรปรับตัวลดลง)
ในสัปดาห์นี้นักลงทุนต่างชาติมียอดซื้อสุทธิ ในตราสารหนี้ทุกประเภท (ทั้งระยะสั้นและระยะยาว) รวมกัน 10,372 ล้านบาท แต่หากพิจารณาเฉพาะการซื้อขายในตราสารหนี้ระยะยาว (อายุคงเหลือมากกว่า 1 ปี) จะพบว่าเป็นการซื้อสุทธิ 1,858 ล้านบาท ทางด้านของนักลงทุนรายย่อย ถึงแม้จะมีสัดส่วนของการซื้อขายตราสารหนี้ในตลาดค่อนข้างน้อย แต่ในสัปดาห์นี้ยังคงมียอดซื้อสุทธิ 13 ล้านบาท







