posttoday
การกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว

การกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว

07 มกราคม 2556

ข่าวการทำร้ายสมาชิกในครอบครัวปรากฏในหน้าแรกของหนังสือพิมพ์และภาพข่าวทางโทรทัศน์แทบจะทุกสัปดาห์ ไม่ว่าจะเป็นข่าวสามีโหดใช้ไม้กอล์ฟฟาดแสกหน้าภรรยาอาการสาหัส แม่ใจร้ายจับลูกขังในห้องน้ำ ข้าราชการซี 7 ราดเบนซินจุดไฟเผาภรรยาอาการปางตาย ผู้กระทำความรุนแรงมีในทุกอาชีพ แม้ว่าจะเป็นข้าราชการระดับสูงที่อาจมองกันว่าน่าจะมีวุฒิภาวะทางอารมณ์ที่ดี ที่สามารถควบคุมสติได้ หรือแม้กระทั่งนายแพทย์ก็ยังตกเป็นข่าวอยู่เนืองๆ

ข่าวการทำร้ายสมาชิกในครอบครัวปรากฏในหน้าแรกของหนังสือพิมพ์และภาพข่าวทางโทรทัศน์แทบจะทุกสัปดาห์ ไม่ว่าจะเป็นข่าวสามีโหดใช้ไม้กอล์ฟฟาดแสกหน้าภรรยาอาการสาหัส แม่ใจร้ายจับลูกขังในห้องน้ำ ข้าราชการซี 7 ราดเบนซินจุดไฟเผาภรรยาอาการปางตาย ผู้กระทำความรุนแรงมีในทุกอาชีพ แม้ว่าจะเป็นข้าราชการระดับสูงที่อาจมองกันว่าน่าจะมีวุฒิภาวะทางอารมณ์ที่ดี ที่สามารถควบคุมสติได้ หรือแม้กระทั่งนายแพทย์ก็ยังตกเป็นข่าวอยู่เนืองๆ

พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 บัญญัติขึ้นมาด้วยเหตุผลว่า ปัญหาในการแก้ไขการใช้ความรุนแรงในครอบครัวมีความละเอียดอ่อนซับซ้อนเกี่ยวพันกับบุคคลใกล้ชิด มีลักษณะพิเศษแตกต่างจากการทำร้ายบุคคลทั่วไป การใช้มาตรการทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญามาบังคับกับการกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวจึงไม่เหมาะสม เพราะกฎหมายอาญามีเจตนารมณ์ที่จะลงโทษผู้กระทำความผิดมากกว่าที่จะแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิดหรือปกป้องคุ้มครองผู้ที่ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว ดังนั้น การมีกฎหมายคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว จึงมีความเหมาะสมกว่าการใช้กระบวนการทางอาญา

“ความรุนแรงในครอบครัว” ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 หมายถึง การกระทำใดๆ โดยมุ่งประสงค์ให้เกิดอันตรายแก่ร่างกาย จิตใจ หรือสุขภาพ หรือกระทำโดยเจตนาในลักษณะที่น่าจะก่อให้เกิดอันตรายแก่ร่างกาย จิตใจ หรือสุขภาพของบุคคลในครอบครัว หรือบังคับ หรือใช้อำนาจครอบงำผิดทำนองคลองธรรมให้บุคคลในครอบครัวต้องกระทำการ ไม่กระทำการ หรือยอมรับการกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดโดยมิชอบ แต่ไม่รวมถึงการกระทำโดยประมาท “บุคคลในครอบครัว” หมายถึง คู่สมรส คู่สมรสเดิม ผู้ที่อยู่กิน หรือเคยอยู่กินฉันสามีภริยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรส บุตร บุตรบุญธรรม สมาชิกในครอบครัว รวมทั้งบุคคลใดๆ ที่ต้องพึ่งพาอาศัย และอยู่ในครัวเรือนเดียวกัน

พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 ได้กำหนดโทษผู้ที่กระทำการอันเป็นความรุนแรงในครอบครัว ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ด้วยเจตนารมณ์ของกฎหมายที่ต้องรักษาสัมพันธภาพที่ดีของครอบครัว จึงได้กำหนดให้เป็นความผิดอันยอมความได้

ทั้งนี้ การดำเนินการเอาผิดกับผู้กระทำผิด ผู้ที่ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว หรือผู้ที่พบเห็นหรือทราบการกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวสามารถแจ้งเรื่องต่อพนักงานสอบสวนด้วยวาจา หนังสือ โทรศัพท์ วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์

พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 จะมีทั้งโทษจำคุก ปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ และกำหนดตัวบุคคลผู้ที่จะแจ้งต่อพนักงานสอบสวน และวิธีการแจ้งที่ดูจะไม่สลับซับซ้อน แต่เมื่อพิจารณาจากการนำคดีขึ้นสู่ศาล พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 ซึ่งได้บังคับใช้มาแล้วห้าปี สามปีแรกไม่มีคดีขึ้นสู่ศาล ปีที่สี่และห้ามีคดีขึ้นสู่ศาลแต่จำนวนไม่มาก

สาเหตุที่ทำให้คดีขึ้นสู่ศาลน้อยกว่าความเป็นจริงมีด้วยกันหลายประการ อาจเป็นเพราะไม่ทราบว่ามี พ.ร.บ.ฉบับนี้ หรือในกรณีที่บุคคลที่ถูกกระทำเป็นพ่อหรือแม่ ก็ไม่อยากให้ลูกเดือดร้อนจึงไม่ยอมแจ้งความ กรณีภรรยาอาจไม่กล้าแจ้งความเพราะเกรงว่าหากสามีรู้จะถูกทำร้ายหนักขึ้น กลัวว่าบุคคลภายนอกอาจมองว่าครอบครัวไม่อบอุ่น ชีวิตสมรสจะจบลงด้วยการหย่า หรือเพื่อนบ้านที่พบเห็นก็มองว่าเป็นเรื่องภายในครอบครัว ผู้ถูกกระทำบางรายขาดความเชื่อมั่นโดยไม่เชื่อว่าภาครัฐสามารถให้ความช่วยเหลือได้ จึงจำยอมทนทุกข์ทรมานทั้งกายและใจ ทั้งๆ ที่ในปัจจุบันได้มีการตั้งศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันการกระทำความรุนแรงในครอบครัวทุกจังหวัด เพื่อช่วยฟื้นฟูผู้กระทำความรุนแรงในครอบครัวไม่ให้ทำผิดซ้ำอีก และบำบัดรักษาร่างกายและจิตใจผู้ถูกกระทำ รับเรื่องร้องเรียนการกระทำ นอกจากนี้ ยังมีบทบาทในการสืบค้นข้อมูลผู้กระทำความรุนแรง ตลอดจนมูลเหตุที่ก่อให้เกิดการกระทำรุนแรง เพื่อนำไปสนับสนุนงานของพนักงานสอบสวนและศาล

สถาบันครอบครัวเป็นสถาบันที่มีความสำคัญ การเติบโตในครอบครัวที่สงบสุข และอบอุ่นที่ทุกคนต่างใช้เหตุผลในการแก้ปัญหามากกว่าการใช้กำลัง ย่อมส่งผลให้สมาชิกในครอบครัวเป็นบุคคลที่มีวุฒิภาวะ ปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ถือเป็นปัญหาที่สำคัญของประเทศและยังส่งผลต่อสุขภาพจิตของสมาชิกในครอบครัว การแก้ไขปัญหาคงไม่สามารถรอให้องค์กรใดองค์กรหนึ่ง หรือเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องแก้ปัญหาแต่ฝ่ายเดียว แต่เป็นเรื่องที่ทุกคนในสังคมควรช่วยกัน ไม่ควรคิดว่าเรื่องการกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวเป็นเรื่องส่วนตัว เราเป็นบุคคลภายนอกไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยว ควรมองมุมกลับว่า หากเกิดขึ้นกับตนเอง และไม่มีใครช่วยเหลือจะเป็นเช่นไร

แม้จะออกกฎหมายนับสิบฉบับก็คงไม่สามารถยุติความรุนแรงในครอบครัวได้อย่างเด็ดขาด หากสมาชิกในครอบครัวขาดเหตุผลและใช้กำลังในการแก้ปัญหา ยิ่งไปกว่านั้น บทละครโทรทัศน์ ภาพยนตร์ที่มีภาพเกี่ยวกับการที่สามีทุบตีภรรยา ภรรยาตบหน้าสามี พ่อแม่ทำร้ายลูก ถือว่าเป็นการส่งเสริมในแง่ลบ ที่อาจจูงใจทำให้ผู้ชมบางคนคิดว่าการใช้ความรุนแรงในครอบครัวเป็นเรื่องปกติ หากผู้เกี่ยวข้องให้ความสำคัญต่อภาพต่างๆ ที่ปรากฏในสื่อ น่าจะเป็นการช่วยลดปัญหาความรุนแรงในครอบครัวได้ระดับหนึ่ง

หากสังคมไทยสามารถลดการกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวได้ ก็จะทำให้สังคมไทยมีความสุขและมีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นในที่สุด

ท่านที่ประสบพบเห็นการกระทำรุนแรงในครอบครัว สามารถแจ้งได้ที่ศูนย์ประชาบดี โทร. 1300 หรือมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล 02-513-2889

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท