posttoday
ผ่าแผนไทยคม มุ่งสู่ผู้นำภูมิภาคเอเชีย

ผ่าแผนไทยคม มุ่งสู่ผู้นำภูมิภาคเอเชีย

07 มกราคม 2556

โดย...ณัฐวรรณ ฉลองขวัญ

โดย...ณัฐวรรณ ฉลองขวัญ

ไม่เพียงแต่ตัวเลขด้านรายได้ตลอดปี 2555 ที่สามารถพลิกจากตัวแดงกลับสู่มีกำไรต่อเนื่องหลายเดือนซ้อน เพราะบริษัท ไทยคม ยังแตกบริษัทลูก ทีซี บรอดคาสติ้ง เพื่อโฟกัสในธุรกิจมีเดียโดยเฉพาะ หลังความชัดเจนเรื่องการให้ใบอนุญาต (ไลเซนส์) ส่วนของกิจการที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ ที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เปิดให้ผู้ประกอบการทุกรายได้ยื่นขอไลเซนส์เมื่อต้นเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่ง ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้ขยายภาพรวมของการแตกบริษัทลูกพร้อมทิศทางของไทยคมในอนาคตพร้อมรับธุรกิจทีวีมาแรง

ศุภจี บอกว่า การแตกบริษัทลูกครั้งนี้เพื่อให้ภาพชัดเจนมากขึ้น เมื่อไทยคมจะเข้าไปดำเนินการใดๆ ที่เกี่ยวกับส่วนของ กสท. ซึ่งกำลังมีการให้ไลเซนส์ค่อนข้างเยอะ และทีซี บรอดคาสติ้ง เอง ได้ขอไลเซนส์ในส่วนของการเป็นผู้รวบรวมช่องรายการ (Multiplexer) และในอนาคตหากไทยคมหรือบริษัทแม่อย่างอินทัช จะก้าวสู่ธุรกิจทีวีเต็มรูปแบบ ทีซี บรอดคาสติ้ง ก็สามารถรองรับการให้บริการได้เช่นกัน

ทั้งนี้ ทีซี บรอดคาสติ้ง มีไทยคมถือหุ้น 100% ซึ่งจะเป็นคนละส่วนกับดีทีวี ผู้ให้บริการดาวเทียมดีทีวีและช่องรายการ ที่ได้ยื่นขอไลเซนส์เพื่อประกอบการเป็นผู้รวบรวมช่องรายการและไลเซนส์ช่องรายการทีวีเหมือนกับทีซี บรอดคาสติ้ง

นอกจากนี้ ทีซี บรอดคาสติ้ง ยังตั้งขึ้นเพื่อเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการธุรกิจทีวีที่ในปี 2556 จะกลายเป็นอุตสาหกรรมที่เกิดการเปลี่ยนแปลงชัดเจนมาก ทั้งจากการก้าวเข้าสู่กระบวนการให้ไลเซนส์ของ กสท. และการที่ กสท.จะเปิดประมูลช่องรายการทีวีดิจิตอล ซึ่งไม่ใช่แค่การเกิดขึ้นของช่องรายการมากมายเท่านั้น แต่ยังหมายถึงคอนเทนต์และแอพพลิเคชันใหม่ๆ ที่จะตามมาอีกมาก

มุ่งสู่ดาวเทียมเบอร์หนึ่งแห่งเอเชีย

สำหรับทิศทางของไทยคม หลังดาวเทียมไทยคม 4 (ไอพีสตาร์) รั้งตำแหน่งดาวเทียมเบอร์หนึ่งของโลกที่มีการใช้งานด้านความจุ (Capacity) สูงสุดในสัดส่วน 24% ทำให้ในปี 2556 ไทยคมมีเป้าหมายชัดเจนที่จะก้าวสู่ “ผู้นำของเอเชีย” จากความสามารถในการให้บริการดาวเทียมที่ครอบคลุมทั้งอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์) และบรอดคาสต์ ซึ่งการเติบโตของอุตสาหกรรมทีวีโดยภาพ รวม ส่งผลให้ความต้องการด้านช่องสัญญาณ (Transpotder) เพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ ในช่วงกลางปี 2556 ไทยคมพร้อมยิงดาวเทียมไทยคม 6 ขึ้นสู่วงโคจร ซึ่งจะเป็นดาวเทียมที่รองรับการใช้งานด้านบรอดคาสต์โดยเฉพาะ และเป็นดวงสุดท้ายภายใต้สัญญาสัมปทาน ขณะที่ในต้นปี 2557 จะยิงดาวเทียมไทยคม 7 พร้อมศึกษารูปแบบของดาวเทียมอีก 2 ดวง คือ 8 และ 9 ดังนั้นเมื่อรวมกับไอพีสตาร์และไทยคม 5 ซึ่งไทยคมจะให้บริการดาวเทียมทั้งหมด 6 ดวง ภายใน 3 ปีข้างหน้า

ศุภจี กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาจุดคุ้มทุนของไทยคม 8 และ 9 ที่จะมีโพสิชันที่แตกต่างกันคือ ไทยคม 8 จะให้บริการบรอดแบนด์ หรือคือไอพีสตาร์ 2 ขณะที่ไทยคม 9 จะเป็นดาวเทียมเพื่อรองรับการใช้งานบรอดคาสต์ ซึ่งทั้งหมดจะต้องได้ข้อสรุปภายในปี 2556 ว่าจะดำเนินการอย่างไร

นอกจากการยิงดาวเทียมของตัวเองแล้ว ยังจะเน้นหาพันธมิตรทางธุรกิจใหม่ๆ เพื่อให้ไทยคมสามารถให้บริการได้แบบครบวงจร (Total Solution) ให้กับลูกค้าคือ ตั้งแต่ทรานสปอนเดอร์ ถึงการเปิดทีวีรับชมได้ จากเดิมที่เน้นการขายทรานสปอนเดอร์เพียงอย่างเดียว โดยการหาพันธมิตรของไทยคมนั้นไม่ได้เน้นที่กำไรสูงสุด แต่ให้ความสำคัญเรื่องการสร้างมูลค่าเพิ่มสำหรับไทยคมและพันธมิตร

เคลียร์ปมปัญหาสัมปทาน

ขณะที่ปัญหาเรื่องการแก้สัญญาตามคำพิพากษายึดทรัพย์ 4.6 หมื่นล้านบาท ได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้วและกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ซึ่ง ศุภจี ยืนยันว่า ไม่เกี่ยวกับการที่รัฐบาลเปลี่ยนขั้ว แต่มาจากความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน และเมื่อได้ทำหน้าที่คู่สัญญาที่ดีแล้ว ไทยคมก็สามารถดำเนินธุรกิจได้ตามปกติ โดยได้ประสานงานกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการจ่ายส่วนแบ่งรายได้ในอัตรา 20.5% และจะเพิ่มขึ้นเป็น 22.5% ช่วง 5 ปีสุดท้ายก่อนหมดสัมปทานปี 2564

นอกจากความเข้าใจเรื่องการแก้สัญญาให้ถูกต้องแล้ว ไทยคมยังทำหน้าที่รักษาวงโคจรของประเทศ 2 ตำแหน่ง คือ 120 และ 50.5 องศาตะวันออก เพื่อให้ไทยยังมีวงโคจรไว้ใช้งาน โดยปัจจุบันวงโคจร 120 มีดาวเทียมเอเชียแซต รักษาสิทธิอยู่ และจะยิงดาวเทียมไทยคม 7 ขึ้นไปแทนในต้นปี 2557 ขณะที่วงโคจร 50.5 ได้ลากดาวเทียมจากประเทศหนึ่งในแถบยุโรปเรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างประสานงานด้านความถี่กับดาวเทียมรอบข้างคือ จีน รัสเซีย ตุรกี และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับตำแหน่งของไทยคม 9 ในอนาคต

อย่างไรก็ตาม ในมุมของเอกชนต้องการเห็นการทำงานในรูปแบบผสานความร่วมมือ (Synergy) ระหว่างภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มีความชัดเจนว่า อุตสาหกรรมควรจะไปในทิศทางไหนอย่างไร โดยเฉพาะการกระจายโครงสร้างพื้นฐานให้เข้าถึงแบบเท่าเทียม และการสนับสนุนให้เกิดการแข่งขันตามกลไกตลาด เพื่อที่ประชาชนจะได้รับผลประโยชน์จากการเติบโตและเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นให้ได้มากที่สุด

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท