
พ.ย.เงินออกไปลงทุนนอกเพิ่ม
เดือนเดียว2.3หมื่นล.เหรียญฯเน้นเงินฝากหุ้นกู้ตราสารหนี้
เดือนเดียว2.3หมื่นล.เหรียญฯเน้นเงินฝากหุ้นกู้ตราสารหนี้
ก.ล.ต.เผยเงินไหลออกไปลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศเดือน พ.ย. 23,770 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) รายงานการลงทุนในหลัก ทรัพย์ต่างประเทศในเดือน พ.ย. 2555 ที่ผ่านมาว่า มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 23,770 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 720,231 แสนล้านบาท เทียบกับเดือน ต.ค.ที่มีจำนวน 23,430 ล้านเหรียญสหรัฐ ราว 709,929 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 340 ล้านเหรียญสหรัฐ ราว 10,302 ล้านบาท คิดเป็น 1.45%
เงินลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศส่วนใหญ่ยังเป็นของกองทุนรวมมูลค่า 23,218 ล้านเหรียญสหรัฐ แบ่งเป็นกองทุนที่ไปลงทุนต่างประเทศ (FIF) จำนวน 16,640 ล้านเหรียญสหรัฐ และเงินลงทุนส่วนอื่นๆ ของกองทุนรวม 6,578 ล้านเหรียญสหรัฐ
“เดือน พ.ย.เงินลงทุนต่างประเทศส่วนอื่นๆ ของกองทุนรวมลดลงจากเดือน ต.ค. มีจำนวน 7,432 ล้านเหรียญสหรัฐ และการลงทุนของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ โดยรวมก็ลดลงเหลือ 125 ล้านเหรียญสหรัฐ จากเดือน ต.ค. มีจำนวน 139 ล้านเหรียญสหรัฐ” สำนักงาน ก.ล.ต. ระบุ
การออกไปลงทุนของพอร์ตบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) มีจำนวน 33 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากระดับ 31 เหรียญสหรัฐ ในเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา
สำหรับการลงทุนของกองทุนอสังหาริมทรัพย์ออกไปลงทุนในต่างประเทศเพิ่มขึ้นถึง 78 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 47.85% จาก 163 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็น 241 ล้านเหรียญสหรัฐ และโบรกเกอร์ก็ลงทุนเพิ่มขึ้นเป็น 152 ล้านเหรียญสหรัฐ จากระดับ 137 เหรียญสหรัฐ ในเดือนก่อนหน้า
สำนักงาน ก.ล.ต.รายงานว่า การลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศของเดือน พ.ย. เป็นเงินฝากและบัตรเงินฝากมากถึง 9,649 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นสัดส่วน 40.59% ของการลงทุนทั้งหมด ตามด้วยการลงทุนในหุ้นกู้ประเภทต่างๆ จำนวน 4,460 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 18.76% จำนวนใกล้เคียงกับการลงทุนในตราสารหนี้อื่นๆ มูลค่า 4,304 ล้านเหรียญสหรัฐ
ขณะที่การลงทุนในหุ้นมีเพียง 280 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 1.18% เท่านั้น แม้ว่าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจะมีการเชื่อมโยงการซื้อขายหุ้นกับตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์และมาเลเซีย โครงการอาเซียนลิงก์เกจมาตั้งแต่กลางเดือน ต.ค. 2555 ที่ผ่านมา
ประเทศที่ไปลงทุนอันดับหนึ่งยังคงเป็นประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มูลค่า 5,867 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 24.68% ตามด้วย บราซิล 5,641 ล้านเหรียญสหรัฐ 23.73% สหรัฐอเมริกา 1,482 ล้านเหรียญสหรัฐ 6.24% ฮ่องกง 1,189 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 5% และจีน 1,158 ล้านเหรียญสหรัฐ 4.87%
ทั้งนี้ ในเดือน พ.ย.นักลงทุนต่างชาติเข้ามาซื้อหุ้นไทยสุทธิ 6,173.30 ล้านบาท และซื้อสุทธิถึง 23,090.02 ล้านบาท ในเดือน ธ.ค. 2555







