
เคเบิล-ทีวีดาวเทียมปี'56 วิกฤต หรือ โอกาส
ธุรกิจสื่อโทรทัศน์อยู่ในอันดับ 3 ของธุรกิจดาวรุ่งปี 2556 จากการทำนายโดยศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย รองจากธุรกิจการแพทย์และความงาม และธุรกิจเทคโนโลยีด้านการสื่อสาร เหตุผลหลักมาจากการที่ประเทศไทยจะเดินหน้าเข้าสู่ยุคทีวีดิจิตอล และการออกใบอนุญาตให้กับกิจการเคเบิลและทีวีดาวเทียม ที่เติบโตท่ามกลางความไร้ระบบมานาน
ธุรกิจสื่อโทรทัศน์อยู่ในอันดับ 3 ของธุรกิจดาวรุ่งปี 2556 จากการทำนายโดยศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย รองจากธุรกิจการแพทย์และความงาม และธุรกิจเทคโนโลยีด้านการสื่อสาร เหตุผลหลักมาจากการที่ประเทศไทยจะเดินหน้าเข้าสู่ยุคทีวีดิจิตอล และการออกใบอนุญาตให้กับกิจการเคเบิลและทีวีดาวเทียม ที่เติบโตท่ามกลางความไร้ระบบมานาน
อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นธุรกิจดาวรุ่ง แต่ยังมีปัจจัยเสี่ยง โดยเฉพาะความไม่แน่นอนทางด้านนโยบายของรัฐบาลและการแข่งขันทางด้านสื่อมีความรุนแรงมากขึ้น แต่ยังขาดบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ ซึ่งจะเป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับการดำเนินธุรกิจสื่อโทรทัศน์ในปีนี้
ทั้งนี้ ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) แจ้งว่า หลังเส้นตายเมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 2555 ที่ผ่านมา มีช่องรายการเคเบิลและทีวีดาวเทียม ที่ยื่นขอใบอนุญาตจำนวน 609 ช่องรายการ ผู้ให้บริการโครงข่ายระดับชาติยื่นขออนุญาต 24 ราย ระดับภูมิภาค 43 ราย และระดับท้องถิ่น 304 ราย และมีผู้ให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกยื่นขออนุญาตอีก 2 ราย โดยสำนักงานจะมอบใบอนุญาตอย่างเป็นทางการได้ในเดือน ม.ค.เป็นต้นไป
พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) กล่าวว่า กระบวนการให้ใบอนุญาตจะถือเป็นหัวใจสำคัญของการประกอบการกิจการเคเบิลและทีวีดาวเทียม ซึ่งไม่มีใบอนุญาตมาตั้งแต่ปี 2540 ซึ่งนโยบายในการกำกับดูแลกิจการเคเบิลและทีวีดาวเทียมของ กสท.นั้น จะยังไม่ลงรายละเอียดมากนักในปีนี้ เพียงแต่ให้แต่ละช่องรายการดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งกฎหมาย อย.และ สคบ.
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่ผู้ประกอบการจะได้ใบอนุญาตกลับต้องเสียค่าธรรมเนียมต่างๆ ทั้งในส่วนของช่องรายการ โครงข่าย ตั้งแต่ 5,0005 แสนบาท นอกจากนี้ยังต้องเสียค่าธรรมเนียม รายปีในอัตรา 2% ของรายได้ก่อนหักค่าใช้จ่าย และอีก 2% สำหรับสมทบกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม (USO) แม้จะมีร่างประกาศค่าลดหย่อนค่าธรรมเนียมสำหรับช่องรายการที่ทำประโยชน์เพื่อสังคม แต่ผู้ประกอบการยังมองว่ามีความซ้ำซ้อนอยู่มาก เท่ากับแช่แข็งกิจการนี้ไปโดยปริยาย
นิรันดร์ ตั้งพิรุฬห์ธรรม ประธานชมรมผู้ผลิตและค้าจานดาวเทียม กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินโฟแซท กล่าวว่า การออกกฎระเบียบของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เกี่ยวกับกิจการเคเบิลและทีวีดาวเทียมขณะนี้มีความซ้ำซ้อนมาก โดยเฉพาะการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในส่วนต่างๆ ทั้งโครงข่าย ช่องรายการ การจำหน่ายและติดตั้ง รวมไปถึงกล่องรับสัญญาณดาวเทียม
“กฎระเบียบการดำเนินงานตามประกาศ กสทช.ยังมีปัญหาอีกมาก ที่ทำให้ธุรกิจเคเบิล ทีวีดาวเทียมได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน ทั้งในส่วนของช่องรายการต่างประเทศ ที่ให้บริการฟรี เราไม่สามารถไปดำเนินการให้เขามาขึ้นทะเบียนได้ หากดำเนินการโดยพลการถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ระหว่างประเทศ ทำให้เกิดปัญหาตามมา ขณะนี้หลายช่องจึงยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน” นิรันดร์ กล่าว
ขณะที่ก่อนหน้านี้ สมเกียรติ อ่อนวิมล รองประธานกรรมการ บริษัท สปริงนิวส์ ได้ตั้งข้อสังเกตว่า การควบคุมและเรียกเก็บค่าธรรมเนียมกับกิจการเคเบิลและทีวีดาวเทียม ซึ่งเป็นเทคโนโลยีราคาถูก จะทำให้ผู้ประกอบการต้องดิ้นรนไปหาเทคโนโลยีนอกประเทศ ซึ่งมีอยู่มากมาย เพื่อขึ้นช่องดาวเทียม และจะทำให้การกำกับดูแลของ กสทช.ยากยิ่งขึ้น ในอดีตเคยเกิดกรณีดังกล่าวมาแล้ว ช่องดาวเทียมบางช่องไปยิงสัญญาณจากดาวเทียมนอกประเทศ เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ประกอบการรายใหญ่คงไม่มีปัญหาในการปฏิบัติตามกฎ ระเบียบของ กสทช. ซึ่งปีนี้จะได้เห็นการแข่งขันในธุรกิจเคเบิล และทีวีดาวเทียมกันดุเดือดไม่แพ้ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะ 3 ผู้เล่นหลัก คือ แกรมมี่ ทรูวิชั่นส์ และซีทีเอช ซึ่งต่างพร้อมรบเต็มที่ ทั้งนี้ เบื้องต้น จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ และบริษัทในเครือ ยื่นขออนุญาตให้บริการช่องรายการรวม 14 ช่อง ทั้งแบบดูฟรีไม่มีรายเดือน และเสียค่าบริการรายเดือนแบบเพย์ ทีวี
ขณะที่บริษัท เคเบิล ไทย โฮลดิ้ง หรือ ซีทีเอช ผู้คว้าลิขสิทธิ์พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2013/20142015/2016 ซึ่งชัดเจนว่าจะให้บริการเพย์ ทีวี ผ่านสายไฟเบอร์ ออปติก จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือน ก.พ.นี้ โดยคิดค่าบริการพื้นฐาน 399 บาท/เดือน รับชมได้ 120 ช่อง หากจะดูพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ต้องจ่ายเพิ่มแต่ไม่เกิน 1,000 บาท
สำหรับปัญหาของซีทีเอช คือการดึงผู้ประกอบการเคเบิลท้องถิ่นจำนวน 300 รายทั่วประเทศให้เข้าร่วมโครงข่าย แต่มีบางราย โดยเฉพาะในสมาคมการค้าผู้ประกอบการเคเบิลทีวี เข้าร่วมกับทรูวิชั่นส์ เหตุผลหลัก คืออยากดำเนินธุรกิจด้วยตัวเองอย่างเป็นอิสระ ขณะที่หากเข้าร่วมกับซีทีเอชมีเงื่อนไขขอร่วมหุ้น รวมทั้งดำเนินการจัดระบบเก็บเงินทั้งหมด ประกอบกับผู้ชมเคเบิลท้องถิ่นที่จะต้องเสียเงินเพื่อดูพรีเมียร์ลีกเพิ่มมีไม่มากนัก ประมาณ 1% เท่านั้น
ทั้งนี้ ช่องว่างดังกล่าวจึงทำให้ทรูวิชั่นส์ขยายความร่วมมือกับเคเบิลท้องถิ่นมากขึ้น และด้วยความแข็งแกร่งด้านคอนเทนต์ทั่วไป ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรายการที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้อง สมาชิกบางส่วนของสมาคมผู้ประกอบการเคเบิลทีวี จึงเข้ามาจับมือกับทรูวิชั่นส์ เพื่อมั่นใจในรายการที่นำมาออกอากาศมีลิขสิทธิ์ถูกต้อง และไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในส่วนของช่องรายการเพิ่มเติม ส่วนผู้ที่ต้องการขยายเครือข่าย ทรูวิชั่นส์ เสนอตัวให้เคเบิลเหล่านี้มาพ่วงได้ ถือเป็นการสร้างโอกาสในจังหวะที่เคเบิลทีวีรายเล็กกำลังประสบปัญหาการดำเนินงานตามกฎ ระเบียบของ กสทช.พอดี
ปีนี้จึงยังเป็นปีแห่งการฟาดฟันกันของธุรกิจเคเบิลและทีวีดาวเทียมอย่างเข้มข้น ท่ามกลางปัญหาและโอกาส จากเม็ดเงินโฆษณาที่เริ่มไหลเข้ามา ซึ่งคาดว่าจะถึงหมื่นล้านบาทในปีนี้ ใครจะแพ้ ชนะ ในเกมนี้ ปีนี้ได้เห็นแน่นอน







