
หันส่งออกแทนรถคันแรก
ค่ายรถเตรียมแผนรับยอดคำสั่งซื้อลดลง หลังรถคันแรกจบ คาดยอดขายปี 2557 อาจโตแค่ 10% เตรียมโยกผลิตเพื่อส่งออกทดแทน
ค่ายรถเตรียมแผนรับยอดคำสั่งซื้อลดลง หลังรถคันแรกจบ คาดยอดขายปี 2557 อาจโตแค่ 10% เตรียมโยกผลิตเพื่อส่งออกทดแทน
นายศุภรัตน์ ศิริสุวรรณางกูร ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า หลังจากนโยบายรถยนต์คันแรกสิ้นสุดลงในปี 2555 ผู้ประกอบการได้เตรียมวางแผนรับมือเกี่ยวกับปัญหายอดคำสั่งซื้อรถยนต์ที่คาดว่าน่าจะลดลงตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นไป เพราะลูกค้าได้สั่งจองรถยนต์เพื่อใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีในนโยบายรถคันแรกเป็นจำนวนกว่า 89 แสนคัน ซึ่งเกือบจะเท่ากับยอดผลิตรถยนต์เพื่อจำหน่ายทั้งปี หลังจากนี้การสั่งจองสินค้าคงจะชะงักไปสักระยะหนึ่ง
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการคาดการณ์ว่าจากนโยบายรถคันแรก ส่งผลให้ในปี 2555 ยอดขายรถยนต์สามารถขยายตัวได้สูงถึง 50% ส่วนในปี 2556 ยอดขายน่าจะขยายเพียง 20-30% และในปี 2557 การขยายตัวจะลดลงต่อเนื่องเหลือประมาณ 10% ซึ่งสำหรับในเมืองไทยยังคงมองสถานการณ์เป็นบวก แม้อัตราการเติบโตจะน้อยลง แต่ภาคเกษตร และการก่อสร้างของไทยยังขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง ความต้องการใช้รถกระบะจึงจะยังมีอยู่ ขณะที่รถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล (อีโคคาร์) ก็ยังเป็นที่ต้องการ แต่สถานการณ์จะเป็นอย่างไรคงต้องขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจในช่วงนั้นด้วย
สำหรับสถานการณ์ในลักษณะนี้ เคยเกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่น ที่รัฐบาลใช้มาตรการกระตุ้นการใช้รถยนต์อีโคคาร์ ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ส่งผลให้ประชาชนเข้ามาสั่งจองรถยนต์เป็นจำนวนมาก เมื่อมาตรการสิ้นสุดลง ส่งผลให้ยอดขายรถยนต์หลังจากนั้นชะงักลง เพราะได้ใช้ความต้องการซื้อล่วงหน้าไปหมดแล้ว และใช้เวลาค่อนข้างนานกว่าจะฟื้นตัวกลับมาเหมือนเดิน แต่ผู้ประกอบการมีประสบการณ์และมีแผนรองรับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม แม้สถานการณ์ในประเทศจะขยายตัวน้อยลง แต่ผู้ผลิตยังมีตลาดส่งออกรองรับอยู่มาก ซึ่งสถานการณ์การส่งออกรถยนต์ก็ยังเป็นไปได้ด้วยดี โดยไทยยังมีตลาดส่งออกรถยนต์ที่เติบโต และมีความต้องการอยู่ในหลายประเทศ เช่น ออสเตรเลีย อาเซียน ตะวันออกกลาง เป็นต้น ส่วนประเทศที่มีปัญหาเศรษฐกิจอย่างสหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรป (อียู) ไทยส่งรถยนต์ไปขายน้อย
“เมื่อถึงเวลานั้นเชื่อว่าทุกบริษัทก็จะมีแผนรองรับ ไทยสามารถโยกการผลิตไปผลิตเพื่อการส่งออกมากขึ้นได้ เหมือนในปัจจุบันที่เน้นการผลิตในประเทศเพื่อตอบสนองยอดคำสั่งซื้อที่มากขึ้น แต่จะโยกในสัดส่วนเท่าไหร่คงต้องขึ้นอยู่กับกลยุทธ์ของแต่ละบริษัท” นายศุภรัตน์ กล่าว
สำหรับปัจจุบันตั้งแต่เดือนม.ค.-พ.ย. 2555 มียอดจำหน่ายรถยนต์ภายในประเทศจำนวน 1.29 ล้านคัน เพิ่มขึ้นจากปี 2554 74.54% มียอดการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป 9.4 แสนคันเพิ่มขึ้นจากปี 2554 34.23% มีการยอดการผลิตในปัจจุบันแบ่งเป็นผลิตในประเทศเกือบ 60% ที่เหลือเป็นผลิตเพื่อส่งออกรถยนต์รวมทั้งสิ้นระหว่างเดือนม.ค.-พ.ย. จำนวน 2.23 ล้านคัน แบ่งเป็นการผลิตเพื่อการส่งออกจำนวน 9.41 แสนคัน คิดเป็น 42.1% ของยอดการผลิต และผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ1.29 ล้านคัน คิดเป็น 57.8%ของการผลิตรวม







