
แอลจีชี้คนกรุงมีมือถือก็สุขแล้ว
ผลสำรวจ‘ไลฟ์’ส กู๊ด’พร้อมขอไวไฟแรงฟรีทั่วกรุง-เร่งสร้างการรับรู้แบรนด์
ผลสำรวจ‘ไลฟ์’ส กู๊ด’พร้อมขอไวไฟแรงฟรีทั่วกรุง-เร่งสร้างการรับรู้แบรนด์
แอลจี กางผลสำรวจ “ไลฟ์'ส กู๊ด โพล” ชี้ความสุขคนกรุงเทพฯ อันดับ 1 คือ มีมือถือและอยากได้ไวไฟแรงแต่ฟรี คลุมทั่วเมือง
น.ส.ศุภรางศ์ อนุชปรีดา ผู้จัดการฝ่ายการตลาดและสื่อสารองค์กร บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ ผู้ทำตลาดสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและไอทีแบรนด์ แอลจี เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ทำผลสำรวจความสุขในแง่มุมต่างๆ ของคนกรุงเทพฯ โดยสำรวจกลุ่มตัวอย่างชายและหญิง อายุระหว่าง 20-45 ปี จำนวน 1,037 คน ในเขตกรุงเทพฯระหว่างเดือน ต.ค.-พ.ย. 2555 ด้านทัศนคติที่มีต่อเทคโนโลยีและนวัตกรรม ที่ทำให้ชีวิตมีความสุข หรือ ไลฟ์’ส กู๊ด โพล
ทั้งนี้ ผลสำรวจระบุว่า คนกรุงเทพฯ ยกให้โทรศัพท์มือถือเป็นสิ่งที่ช่วยเติมเต็มให้ชีวิตมีความสุขเป็นอันดับ 1 คิดเป็นสัดส่วน 32% ขณะที่โทรทัศน์ และโน้ตบุ๊ก เป็นอันดับรองลงมาในสัดส่วน 24% และ 19% ตามลำดับ โดยคนกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่ยังเชื่อว่าเทคโนโลยีที่จะช่วยให้มีความสุขมากขึ้น คือ การมีสัญญาณไวไฟฟรีและแรงครอบคลุมทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ และจะมีความสุขมากยิ่งขึ้น หากปัญหาเศรษฐกิจและค่าครองชีพได้รับการแก้ไข คิดเป็นสัดส่วนสัดส่วน7% ที่คิดว่าตนเองมีความ32% รองลงมา คือ ปัญหาการเมือง คอร์รัปชัน และความสามัคคีภายในชาติ สัดส่วน16% เท่ากัน
นอกจากนี้ จากการเกิดขึ้นของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี) ซึ่งจะส่งผลต่อคนไทยในปี2558 พบว่ามีสัดส่วนราว 35% เชื่อว่าคนไทยจะเสียเปรียบมากกว่า เพราะแรงงานต่างชาติจะเข้ามาแย่งแรงงานไทย และมีสัดส่วน12% ไม่รู้จักและไม่รู้เลยว่า เออีซี จะส่งผลต่อคนไทยอย่างไร โดยจำนวนที่เหลือเชื่อว่า เออีซี จะช่วยให้เกิดการสร้างงานและกระตุ้นเศรษฐกิจไทย และช่วยแรงงานไทยทำงานต่างประเทศได้มากขึ้น
ทั้งนี้ ขณะเดียวกันยังได้สำรวจ ด้านความสุขในภาพรวมของคนกรุงเทพฯ มีค่าเฉลี่ย3.37% โดยคนที่คิดว่าตนเองมีความสุขมากถึงมากที่สุดมีเพียง7% มีความสุขปานกลาง 54% และมีความสุขน้อยถึงน้อยที่สุด 39% เป็นต้น ซึ่งผลสำรวจดังกล่าวถือเป็นการดำเนินการครั้งแรกของแอลจี ประเทศไทย และเป็นประเทศที่ 2 ต่อจากออสเตรเลีย ที่สำรวจภายใต้หัวข้อเดียวกัน
สำหรับผลสำรวจดังกล่าว บริษัท จะนำไปต่อยอดในการพัฒนาสินค้าและบริการภายใต้แบรนด์แอลจี ให้สอดคล้องและตรงกับความต้องการผู้บริโภคมากที่สุด โดยในปีนี้บริษัทเตรียมงบการทำตลาดอยู่ที่ 1,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 100 ล้านบาท ในทั้ง 4 กลุ่มสินค้าหลัก คือ หมวดภาพและเสียง (เอวี) หมวดเครื่องใช้ไฟฟ้าครัวเรือน (เอชเอ) หมวดเครื่องปรับอากาศ และโทรศัพท์เคลื่อนที่
รวมถึงวางแผนการสื่อสารการตลาดภายใน 3 ปีนับจากนี้ จะมุ่งสร้างการรับรู้แบรนด์แอลจีมากขึ้น โดยในปี 2555 ที่ผ่านมา พบว่ากลุ่มเป้าหมายในภาพรวมรับรู้แบรนด์แอลจีสัดส่วน 54-60% และในปี 2556 วางเป้าเพิ่มเป็น 6570% ใกล้เคียงกับแบรนด์สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าคู่แข่งจากประเทศเกาหลีใต้
“ปัจจุบันแบรนด์สินค้าแอลจีในบางกลุ่ม เช่น เครื่องปรับอากาศ, เครื่องซักผ้า และโทรทัศน์ มีการรับรู้ด้านแบรนด์และแซงหน้าสินค้าในบางแบรนด์จากประเทศญี่ปุ่นไปแล้ว” น.ส.ศุภรางศ์ กล่าว
สำหรับในปี 2555 บริษัทมียอดขายราว 2.2 หมื่นล้านบาท แบ่งสัดส่วนเป็น 40% มาจากกลุ่มเอวี สัดส่วน 30% กลุ่มเอชเอ สัดส่วน 15% กลุ่มเครื่องปรับอากาศ และอีก 15% กลุ่มโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยมีอัตราเติบโตกว่า 15% ซึ่งโตกว่าตลาดรวมเครื่องใช้ไฟฟ้า







