posttoday
ลุ้นผลจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว

ลุ้นผลจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว

04 มกราคม 2556

โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจุบันแรงงานต่างด้าวมีบทบาทสำคัญต่อภาคอุตสาหกรรมไทย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ต้องใช้แรงงานเข้มข้นอย่างอุตสาหกรรมประมงและก่อสร้าง ที่ผ่านมาประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก เนื่องจากอุตสาหกรรมกลุ่มนี้ส่วนใหญ่แรงงานไทยไม่นิยมทำ และยิ่งรัฐบาลประกาศใช้นโยบายปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท/วันทั่วประเทศ ก็ยิ่งเป็นแรงดึงดูดที่หอมหวาน จูงใจให้แรงงานต่างด้าวไหลเข้ามาหางานทำในประเทศไทยมากขึ้น

ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 14 ธ.ค.ที่ผ่านมา มีแรงงานต่างด้าวที่ขึ้นทะเบียนกับกรมการปกครอง 1.79 ล้านคน ผ่านการพิสูจน์สัญชาติแล้ว 1.28 ล้านคน แบ่งเป็น พม่า 1.14 ล้านคน กัมพูชา 1.04 แสนคน และลาว 3.49 หมื่นคน เหลือแรงงานต่างด้าวที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์สัญชาติอีก 3.11 แสนคน ที่อาจจะต้องผลักดันกลับประเทศ

นี่เป็นเพียงตัวเลขส่วนหนึ่งที่มีการเปิดเผยข้อมูลออกมาอย่างเป็นทางการ แต่ก็ยังมีแรงงานต่างด้าวอีกส่วนหนึ่งที่อยู่ใต้ดิน ยังไม่มีการจดทะเบียน ทำให้กระทรวงแรงงานมีนโยบายจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวที่ได้รับการพิสูจน์สัญชาติแล้วเข้าสู่ระบบประกันสังคม โดยตั้งเป้าว่าในปี 2556 จะนำแรงงานต่างด้าวที่ได้รับการพิสูจน์สัญชาติแล้ว แต่ยังไม่ได้เข้าสู่ระบบประกันสังคมจำนวน 1.1 ล้านคน เข้าสู่ระบบประกันสังคมให้ได้ทั้งหมด เพื่อจัดระบบแรงงานต่างด้าว

การผลักดันแรงงานต่างด้าวที่ยังไม่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติกลับประเทศต้นทางนั้น แรงงานต่างชาติสามารถไปแสดงตัวต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองที่อยู่ตามบริเวณแนวชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อขอเดินทางกลับประเทศ ซึ่งแรงงานต่างด้าวที่สมัครใจกลับประเทศต้นทางจะไม่ถูกตำรวจจับกุม โดยกระทรวงแรงงานจะออกหนังสือรับรองให้แก่นายจ้างที่พาลูกจ้างแรงงานต่างด้าวที่ยังไม่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติไปส่งยังด่านตรวจคนเข้าเมืองตามแนวชายแดน

ขณะเดียวกันนายจ้างที่ต้องการแจ้งรายงานต่างด้าว ซึ่งเป็นลูกจ้างเดิมที่ยังไม่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติ ได้มีการผ่อนผันให้ 3 เดือน โดยนายจ้างต้องยื่นคำขอโควตาพร้อมกับแนบบัญชีรายชื่อลูกจ้างแรงงานต่างด้าวต่อสำนักงานจัดหางานจังหวัดในพื้นที่ เพื่อประสานไปยังด่านตรวจคนเข้าเมืองที่อยู่ตามแนวชายแดนให้ออกประทับตราวีซ่ารับรองการเข้ามาในประเทศไทยผ่านรูปแบบข้อตกลงตามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู)

ประเด็นนี้ทำให้ภาคเอกชนออกมาส่งเสียงเรียกร้องให้รัฐบาลยืดระยะเวลาและหามาตรการรองรับปัญหาขาดแคลนแรงงานจำนวนมาก และไม่อาจหาแรงงานไทยเข้ามาทำงานทดแทนได้ ซึ่งจะกระทบต่อเนื่องไปยังธุรกิจ การส่งออก รวมถึงการขยายตัวของเศรษฐกิจที่ต่ำกว่าเป้าหมายที่รัฐบาลกำหนดไว้

ภูมินทร์ หะรินสุต รองประธานกรรมการหอการค้าไทย มองว่า ภาคธุรกิจของไทยยังไม่มีความพร้อมในการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวตามนโยบายรัฐบาล ที่จะส่งแรงงานต่างด้าวที่ยังไม่ได้พิสูจน์สัญชาติกลับประเทศ หากไม่ได้รับการพิสูจน์สัญชาติ พร้อมกับเสนอให้รัฐบาลชะลอการผลักดันแรงงานต่างด้าวออกไป จนกว่าแรงงานต่างด้าวทั้งหมดจะได้พิสูจน์สัญชาติ รวมทั้งเปิดให้ขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายอีกครั้ง เพื่อเพิ่มปริมาณแรงงานถูกต้อง และจัดตั้งคณะทำงานร่วมกันทั้งภาครัฐและเอกชน ในการหาทางออกในการแก้ไขปัญหาและผลกระทบที่เกิดขึ้น เพราะหลังผลักดันแรงงานต่างด้าวที่ยังไม่ได้ทำการพิสูจน์สัญชาติกลับประเทศ และอนุญาตให้กลับมาทำงานใหม่ในรูปแบบเอ็มโอยู อาจทำให้เกิดการขาดแคลนแรงงานถึงขั้นวิกฤตได้

นอกจากนี้ การก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 ทำให้ประเทศในกลุ่มลุ่มน้ำโขง (ซีแอลเอ็มวี) ได้แก่ กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม ต่างเร่งพัฒนาระบบสาธารณูปโภค โครงสร้างพื้นฐานภายในประเทศ ซึ่งนั่นหมายความว่า ต่างก็ต้องการเรียกแรงงานของตัวเองกลับประเทศ เพื่อไปพัฒนาเศรษฐกิจประเทศตัวเอง

อย่างไรก็ดี อุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบแบบเต็มๆ คงจะเป็นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง ที่พึ่งพาแรงงานต่างด้าวเกิน 80% หรือกว่า 1 ล้านคน ในจำนวนนี้ขึ้นทะเบียนเพียง 45 แสนคน หากรัฐบาลใช้มาตรการดังกล่าวโดยไม่เตรียมความพร้อมจะทำให้แรงงานขาดทันทีกว่า 50% ซึ่งตอนนี้เห็นผลกระทบชัดเจนแล้ว คือ ผู้รับเหมาชะลอการรับงาน ส่งผลต่อเนื่องถึงการหดตัวของธุรกิจต่อเนื่อง เช่น เฟอร์นิเจอร์ รวมทั้งอุตสาหกรรมประมง ที่ต่อเนื่องไปถึงอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารทะเลแช่เยือกแข็ง โดยมีการประเมินว่า ในปี 2556 จะเกิดการแย่งแรงงานและเรียกค่าจ้างสูงขึ้น

ในทางกลับกัน การที่ประเทศไทยมีนโยบายปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท/วันทั่วประเทศ ก็น่าจะเป็นแรงจูงใจให้แรงงานต่างด้าวเหล่านี้เลือกที่จะอยู่ทำงานในประเทศไทยต่อ และยอมขึ้นมาจากใต้ดินเข้าไปอยู่ในระบบเพื่อให้ได้รับสิทธิดังกล่าวด้วย เพราะหากเทียบค่าจ้างกันแล้ว ประเทศไทยมีค่าจ้างที่สูงกว่าพม่าหลายเท่าตัว

สุดท้าย การจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวจะกลายเป็นวิกฤตหรือโอกาสของอุตสาหกรรมไทย ก็ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพของภาครัฐ เพราะหากมีการดูแลให้ทั่วถึงและเป็นระบบ ประเทศไทยก็จะหลุดพ้นข้อกล่าวหาเรื่องการใช้แรงงานเถื่อนที่ขัดกับการค้าระหว่างประเทศ ทำให้ถูกนำมาใช้เป็นข้ออ้างในการกีดกันการค้าจากไทย ซึ่งจะผลต่อการส่งออกและภาพรวมเศรษฐกิจไทยด้วย

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี