posttoday
ยูโนะโมริ ออนเซนฯ

ยูโนะโมริ ออนเซนฯ

04 มกราคม 2556

จากความชอบส่วนตัวในกลุ่มเพื่อนๆ ที่ได้ไปสัมผัสบรรยากาศการอาบน้ำแร่แช่น้ำร้อนสไตล์ญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม หรือ “ออนเซน” เมื่อ 2 ปี ก่อนที่จุดประกายความคิดให้ 2 หนุ่มผู้บริหาร สมิทธิ์ เมฆอรุณกมล และ เพชร คงแสงไชย สนใจที่จะต่อยอดแนวคิดบริการดังกล่าว เพื่อกลับมาเปิดธุรกิจบริการเป็นแห่งแรกในเมืองไทย ภายใต้ชื่อ “ยูโนะโมริ ออนเซน แอนด์ สปา”

จากความชอบส่วนตัวในกลุ่มเพื่อนๆ ที่ได้ไปสัมผัสบรรยากาศการอาบน้ำแร่แช่น้ำร้อนสไตล์ญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม หรือ “ออนเซน” เมื่อ 2 ปี ก่อนที่จุดประกายความคิดให้ 2 หนุ่มผู้บริหาร สมิทธิ์ เมฆอรุณกมล และ เพชร คงแสงไชย สนใจที่จะต่อยอดแนวคิดบริการดังกล่าว เพื่อกลับมาเปิดธุรกิจบริการเป็นแห่งแรกในเมืองไทย ภายใต้ชื่อ “ยูโนะโมริ ออนเซน แอนด์ สปา”

เพชร คงแสงไชย ผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน บริษัท ออนเซ็น รีทรีต แอนด์ สปา ผู้ให้บริการออนเซนแบบญี่ปุ่นแท้ภายใต้แบรนด์ “ยูโนะโมริ ออนเซน แอนด์ สปา” กล่าวว่า ธุรกิจดังกล่าวเป็นรูปแบบการให้บริการออนเซนสปาแท้แบบญี่ปุ่นแห่งแรกในไทย และในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) บนพื้นที่ 2,500 ตร.ม. ตั้งอยู่ในโครงการ “เอ สแควร์” ไลฟ์สไตล์มอลล์ย่านถนนสุขุมวิท 26 กรุงเทพฯ เบื้องต้นใช้งบลงทุนไปกว่า 70 ล้านบาท

ทั้งนี้ บริษัทเห็นโอกาสทางการตลาดในปัจจุบัน ที่พบว่าแนวโน้มหรือเทรนด์ของคนส่วนใหญ่โดยเฉพาะในเมือง หันมาให้ความสนใจในการดูแลตัวเองมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้บริการนวดหรือธุรกิจสปาที่มีอัตราการเติบโตสูงทุกปี บริษัทจึงใช้จุดเด่นด้านบริการออนเซนสปาแท้แบบญี่ปุ่นมาเป็นจุดขายแก่ลูกค้าในประเทศไทยให้มีโอกาสได้สัมผัสการให้บริการแบบดั้งเดิมโดยไม่ต้องบินไปไกลถึงญี่ปุ่น

สำหรับแบรนด์ ยูโนะโมริ หมายถึง บ่อน้ำแร่ในสวนธรรมชาติ เพื่อสื่อถึงการให้ผู้มาเยือนได้มีเวลาอยู่กับตัวเองอย่างสงบในสภาพแวดล้อมสะดวกสบายและผ่อนคลาย ตามหลักออนเซนญี่ปุ่นอย่างแท้จริง

ขณะที่ทำเลที่เปิดให้บริการในย่านสุขุมวิท 26 เป็นสาขาแรกนั้น เห็นว่าเป็นย่านที่มีชาวญี่ปุ่นอาศัยอยู่ค่อนข้างสูงราว 5 หมื่นคน ซึ่งมีความคุ้นเคยกับบริการออนเซนเป็นอย่างดีอยู่แล้ว ซึ่งตรงกับกลุ่มเป้าหมายผู้เข้ามาใช้บริการที่วางไว้ในตอนแรก คือ เป็นชาวญี่ปุ่น 50-60% ส่วนที่เหลืออีก 40-50% จะเป็นกลุ่มลูกค้าทั่วไปที่พักอาศัยหรือทำงานในย่านดังกล่าว

ในช่วง 4 เดือนแรกที่เปิดให้บริการ ได้รับการตอบรับจากกลุ่มเป้าหมายอย่างดี โดยปัจจุบันมีผู้เข้ามาใช้บริการเฉลี่ย 200 คนต่อวัน หรือกว่า 5,000 คนต่อเดือน แบ่งเป็น ชาวญี่ปุ่น 50% และ 40% เป็นคนไทย ส่วนที่เหลือ 10% เป็นนักท่องเที่ยวชาวเอเชียและตะวันตก ซึ่งจุดเด่นสำคัญที่นอกเหนือจากบริการออนเซนแบบญี่ปุ่นแล้ว ยังมีบริการนวดแบบไทย รวมถึงบริการร้านอาหาร ร้านกาแฟและเบเกอรี และคลินิกความงามแบบครบวงจรในจุดเดียว โดยจะเปิดให้บริการเวลา 10.30-24.00 น.

ยูโนะโมริ ออนเซน แอนด์ สปา จะมีบ่อออนเซนไว้ให้บริการ 6 ประเภท คือ บ่อน้ำร้อน บ่อโซดาสปา บ่อหินแบบโอเพนแวร์ ในสวนสไตล์ญี่ปุ่น บ่อน้ำสมุนไพรในถังไม้สัก บ่อจากุชชี่แบบญี่ปุ่น และบ่อน้ำเย็น โดยบ่อน้ำร้อนมีอุณหภูมิ 3741 องศาเซลเซียส บ่อน้ำเย็นมีอุณหภูมิ 1618 องศาเซลเซียส โดยกำหนดอัตราค่าบริการไว้ที่ 450 บาท สามารถเลือกใช้บริการได้ทั้ง 6 ประเภท โดยไม่จำกัดเวลา

เพชร กล่าวว่า นอกเหนือจากการเปิดให้บริการในกรุงเทพฯ แล้ว บริษัทยังสนใจขยายสาขายูโนะโมริ ออนเซน แอนด์ สปา ไปยังหัวเมืองท่องเที่ยวต่างๆ เช่น ชลบุรี ภูเก็ต และเชียงใหม่ด้วยในอนาคต ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ทั้งในแง่ของทำเลและธุรกิจใน จ.เชียงใหม่ ซึ่งมีความน่าสนใจในแง่การลงทุนเพื่อขยายสาขาใหม่มากที่สุด

ทั้งนี้ จากแนวทางดังกล่าวบริษัทมองว่าถือเป็นการต่อยอดไปยังนโยบายของภาครัฐที่วางตำแหน่งให้ประเทศไทยเป็นฮับด้าน “เมดิคอล สปา” ในอนาคตที่ต้องการให้เป็นธุรกิจท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพแบบครบวงจร ที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกจะต้องวางให้ไทยเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญในด้านนี้โดยเฉพาะ จากในปี 2555 ที่ผ่านมาพบว่าธุรกิจบริการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในไทยมีมูลค่าราว 1.4 แสนล้านบาท แบ่งเป็นบริการนวดสปา ราว 2 หมื่นล้านบาท

ขณะเดียวกันการขยายสาขาธุรกิจดังกล่าว บริษัทยังมองว่าเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในด้านธุรกิจบริการท่องเที่ยวของไทย ก่อนที่จะเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 นี้ด้วย ที่เชื่อว่าในแต่ละประเทศสมาชิกอาเซียนต่างเตรียมแผนธุรกิจด้านการท่องเที่ยวเพื่อรองรับการหมุนเวียนของนักท่องเที่ยวและประชากรอาเซียนที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคตด้วย

พร้อมกันนี้ บริษัทยังมีแนวคิดใช้น้ำแร่ธรรมชาติของไทยจากแหล่งต่างๆ ที่มีชื่อเสียงมาให้บริการแก่ลูกค้าด้วย ส่วนหนึ่งยังเพื่อเป็นการส่งเสริมทรัพยากรธรรมชาติของไทยให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นในปีนี้ จากปัจจุบันบริษัทใช้แหล่งน้ำแร่จาก จ.ระนอง โดยมีปริมาณการใช้น้ำแร่เพื่อให้บริการเฉลี่ย 1.4 หมื่นลิตร

“การทำตลาดในปีแรกของยูโนะโมริ ออนเซน แอนด์ สปา ในเบื้องต้นที่นอกจากการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อหลักอย่างโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ และนิตยสารต่างๆ แล้ว ยังได้ใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างเฟซบุ๊กเป็นช่องทางสำคัญในการสื่อสารกับคนรุ่นใหม่ด้วย” เพชร กล่าว

ขณะเดียวกันบริษัทยังให้ความสำคัญในการทำตลาดในรูปแบบสมาชิก หรือเมมเบอร์เช่นกัน โดยคิดอัตราค่าบริการรายปีอยู่ที่ 2.9 หมื่นบาท และ 1 ปีครึ่ง อยู่ที่ 1.8 หมื่นบาท พร้อมรับสิทธิประโยชน์ด้านต่างๆ อาทิ การใช้บริการออนเซน และส่วนลดบริการด้านต่างๆ ภายในยูโนะโมริ ออนเซน แอนด์ สปา โดยวางเป้าในปี 2556 คาดจะมีฐานสมาชิกราว 300 ราย พร้อมวางแผนเพิ่มสัดส่วนลูกค้าจากต่างประเทศเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้นด้วย

พร้อมกันนี้ บริษัทยังได้ศึกษาการขยายการทำตลาดใหม่ๆ โดยวางเป้าหมายภายใน 35 ปีนับจากนี้ จะขยายสาขายูโนะโมริ ออนเซน แอนด์ สปา ไปยังกลุ่มประเทศอาเซียน อาทิ สิงคโปร์ เป็นต้น จากโอกาสทางการตลาดในธุรกิจบริการด้านสปาที่มีมูลค่ากว่า 1,2001,400 ล้านเหรียญสิงคโปร์

โดยในส่วนของการดำเนินธุรกิจในไทยนั้น บริษัทวางเป้าหมายการเติบโตในช่วง 13 ปีแรก อยู่ที่ 10-15%

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล