posttoday
เริ่มพักฐาน...หลักรับรู้ข่าวดีไปแล้ว

เริ่มพักฐาน...หลักรับรู้ข่าวดีไปแล้ว

04 มกราคม 2556

ทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมาแกว่งตัวขึ้น สาเหตุหลักมาจากแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติที่มีแรงซื้อเข้ามาต่อเนื่องในช่วงสุดท้ายของปี โดยเฉพาะหลังจากวันหยุดช่วงคริสต์มาส ในขณะที่แรงซื้อของนักลงทุนสถาบันยังซื้อสุทธิ แม้ว่าไม่ได้ซื้อสุทธิในระดับที่สูงมากเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย ส่วนหนึ่งตลาดมีการเก็งกำไรเรื่อง Fiscal Cliff ว่าจะมีทางออก ซึ่งในที่สุดก็มีทางออกตามที่ตลาดประเมินไว้ สภาล่างและวุฒิสภาสหรัฐได้ผ่านกฎหมายเพื่อลดผลกระทบจาก Fiscal Cliff ได้ในวันพุธที่ผ่านมา ส่งผลให้ตลาดหุ้นในเอเชียปรับตัวขึ้นแรงในวันพุธ ตลาดหุ้นเอเชียโดยเฉลี่ยปรับตัวขึ้น 12% เช่นเดียวกับฟิวเจอร์ของตลาดหุ้นตะวันตกที่ปรับตัวขึ้นแรง เราคาดว่าประเด็นนี้จะหนุนหุ้นให้ปรับตัวขึ้นแรงในช่วงสั้น ก่อนมีแรงเทขายทำกำไรหลังจากที่มีการเก็งกำไรเข้ามาในช่วงก่อนหน้านี้

ทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมาแกว่งตัวขึ้น สาเหตุหลักมาจากแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติที่มีแรงซื้อเข้ามาต่อเนื่องในช่วงสุดท้ายของปี โดยเฉพาะหลังจากวันหยุดช่วงคริสต์มาส ในขณะที่แรงซื้อของนักลงทุนสถาบันยังซื้อสุทธิ แม้ว่าไม่ได้ซื้อสุทธิในระดับที่สูงมากเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย ส่วนหนึ่งตลาดมีการเก็งกำไรเรื่อง Fiscal Cliff ว่าจะมีทางออก ซึ่งในที่สุดก็มีทางออกตามที่ตลาดประเมินไว้ สภาล่างและวุฒิสภาสหรัฐได้ผ่านกฎหมายเพื่อลดผลกระทบจาก Fiscal Cliff ได้ในวันพุธที่ผ่านมา ส่งผลให้ตลาดหุ้นในเอเชียปรับตัวขึ้นแรงในวันพุธ ตลาดหุ้นเอเชียโดยเฉลี่ยปรับตัวขึ้น 12% เช่นเดียวกับฟิวเจอร์ของตลาดหุ้นตะวันตกที่ปรับตัวขึ้นแรง เราคาดว่าประเด็นนี้จะหนุนหุ้นให้ปรับตัวขึ้นแรงในช่วงสั้น ก่อนมีแรงเทขายทำกำไรหลังจากที่มีการเก็งกำไรเข้ามาในช่วงก่อนหน้านี้

ทิศทางในสัปดาห์นี้คาดว่าตลาดจะมีช่วงปรับตัวขึ้นต่อ แต่จะขาดความต่อเนื่อง มีแรงเทขายที่มากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะที่บริเวณแนวต้าน 1,415-1,430 จุด ซึ่งเป็นระดับที่กองทุน Trigger Fund เริ่มทยอยขายทำกำไรเช่นเดียวกับกองทุน LTF ที่นักลงทุนที่ซื้อไว้ในปี 2009 จะเริ่มทยอยขายได้ ซึ่งในปี 2009 นั้น SET Index อยู่ในระดับต่ำมาก เป็นผลจากวิกฤตซับไพรม์ในสหรัฐ ในปี 2009 SET Index มีช่วงปรับตัวลงไปทำจุดต่ำสุดที่ 408 จุด ในขณะที่จุดสูงสุดอยู่ที่ 758 จุดเท่านั้น ทำให้นักลงทุนที่ลงทุนในกองทุน LTF ได้รับผลตอบแทนสูงกว่า 100% ไม่รวมภาษี ณ ระดับ SET Index ที่ 1,400 จุดในปัจจุบัน

นอกจากนี้ สถิติในอดีต ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา พบว่าในเดือน ม.ค. ตลาดจะให้ผลตอบแทนเป็นลบ โดยค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปีที่ผ่านมา ตลาดปรับตัวลงโดยเฉลี่ย 3.5% โดยมีเพียงปี 2012 ปีเดียวเท่านั้นที่ตลาดสามารถปรับตัวขึ้นได้ ซึ่งส่วนหนึ่งคาดว่าเป็นผลจากแรงขายของกองทุน LTF ทำให้เดือนนี้มีโอกาสที่กองทุนจะมียอดขายสุทธิออกมา ทั้งในประเด็นเรื่อง Trigger Fund และ LTF

ส่วนประเด็นเรื่อง Fiscal Cliff ร่างกฎหมายที่ผ่านสภาคองเกรสฉบับนี้ จะช่วยลดผลกระทบจากเดิมที่เคยประเมินกันไว้ที่ 3% เหลือผลกระทบต่อจีดีพีสหรัฐให้เหลือเพียง 11.5% เท่านั้น โดยกฎหมายฉบับนี้จะส่งผลให้บุคคลธรรมดาที่มีรายได้ที่ต่ำกว่า 4 แสนเหรียญสหรัฐ และครัวเรือนที่มีรายได้ 4.5 แสนเหรียญสหรัฐ ไม่ต้องถูกขึ้นภาษี แต่หากมีรายได้สูงกว่าจะถูกเก็บภาษีเพิ่มขึ้นจาก 35% เป็น 39.6% และยังถูกเก็บภาษีกำไรจากการซื้อขายหุ้น จาก 15% เพิ่มขึ้นเป็น 20%

อย่างไรก็ตาม อีก 2 เดือน จะต้องมีการแก้ไขเรื่องการเพิ่มเพดานหนี้สหรัฐ รวมถึงรายละเอียดในการลดงบประมาณลง โดยจะเริ่มมีการเจรจาในปลายเดือน ก.พ.นี้ ซึ่งจะเป็นปัจจัยถัดไปที่ตลาดต้องติดตาม เนื่องจากเรื่องเพดานหนี้อาจจะส่งผลกระทบต่อความเสี่ยงต่ออันดับเครดิตของสหรัฐที่ระดับสูงสุด AAA ต่อไป

ทิศทางเทคนิคของ SET Index คาดว่าการปรับตัวขึ้นของตลาดมีโอกาสสูงที่จะชะลอตัวลงที่แนวต้าน 1,4151,430 จุด กลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้ทยอยขายตามแนวต้านในหุ้นที่มูลค่าการตลาดสูง และรอการอ่อนตัวลง จากเหตุผลทางด้านฤดูกาลที่ตลาดมักปรับตัวลงในเดือน ม.ค. และแรงขายของนักลงทุนสถาบันที่เป็นปัจจัยกดดันการปรับตัวขึ้นของดัชนี และข่าวดีเรื่อง Fiscal Cliff เริ่มทยอยอยู่ในราคาแล้ว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท