
สหรัฐแก้ปัญหาหน้าผาการคลังส่งผลดีกับไทย
“กิตติรัตน์” ระบุสหรัฐแก้ปัญหา "ผาการคลัง" ทำให้เศรษฐกิจเข้มแข็งด้านวินัยการคลังเพิ่มขึ้น มองโลกแง่ดีไม่กระทบเศรษฐกิจไทย
“กิตติรัตน์” ระบุสหรัฐแก้ปัญหา "ผาการคลัง" ทำให้เศรษฐกิจเข้มแข็งด้านวินัยการคลังเพิ่มขึ้น มองโลกแง่ดีไม่กระทบเศรษฐกิจไทย
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะทำงานด้านเศรษฐกิจ ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานว่า การแก้ปัญหาหน้าผาการคลังของสหรัฐที่มุ่งมั่นสร้างความเข้มแข็งวินัยทางการคลัง มีประโยชน์ต่อเศรษฐกิจโลกในระยะยาวและระยะสั้น ซึ่งสหรัฐน่าจะดำเนินการควบคู่ไปกับเรื่องมาตรการเพิ่มปริมาณเงินในระบบ (คิวอี) ทำให้เศรษฐกิจสหรัฐค่อยๆฟื้นตัว และเพิ่มการจ้างงาน แต่ระยะสั้นคงหวังให้สหรัฐเป็นผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกเหมือนเคยไม่ได้แล้ว ดังนั้นประเทศต่างๆคงต้องมีหน้าที่ดูแลความพร้อมของตัวเองไปด้วย
นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า ในด้านเศรษฐกิจไทย ในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ประเมินว่า เศรษฐกิจจะขยายตัวได้เกินกว่า 5% สอดคล้องกับประมาณการของสำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ที่คาดว่าจะอยู่ที่ 5.5% ส่วนการว่างงานอยู่ในอัตราต่ำ 0.6% ภาวะดุลการค้าดุลบัญชีเดินสะพัดและเงินสำรองต่างประเทศมีเสถียรภาพที่ดี ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นบ้าง แต่เป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งภาพรวมยังมีเสถียรภาพ ดังนั้นน่าจะสรุปว่าปี2555ก็มีความเข้มแข็ง
ส่วนในปี 2556 ยอมรับว่า มีเรื่องที่ต้องติดตามใกล้ชิด คือ นโยบายขึ้นค่าแรงขั้นต่ำวันละ 300 บาท และสถานการณ์เศรษฐกิจโลก อย่างไรก็ตาม ยังมั่นใจว่า จะสามารถทำให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ดีอีกปีหนึ่ง เพราะขณะนี้รัฐบาลมีความพร้อมที่จะเบิกจ่ายงบลงทุนได้ตามแผน ประกอบกับการลงทุนในภาคเอกชนก็มีความสม่ำเสมอ ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวไทยมีแนวโน้มที่ดีเกินกว่าเป้าหมาย หลังจากปี 2555 มียอดนักท่องเที่ยวสูงกว่า 21 ล้านคน ดังนั้น รัฐบาลจึงเตรียมปรับเพิ่มเป้าหมายนักท่องเที่ยวปี 2556 เพิ่มขึ้นจากเดิมตั้งไว้ที่ 22.5 ล้านคน
นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า สำหรับการส่งออกปี 2555 ยืนยันว่า จะไม่ติดลบ โดย 11 เดือนแรกการส่งออกขยายตัวประมาณ 2.5% แต่ปัจจุบันจะพึ่งพาการส่งออกในอัตราที่สูงๆ เพื่อขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจไม่ได้ และเห็นว่าไม่จำเป็นเพราะขณะนี้สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยกำลังซื้อในประเทศ รวมทั้งการลงทุนภาคเอกชน และการใช้จ่ายภาครัฐ ที่จะผลักดันให้เศรษฐกิจขยายตัวได้







